ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เบาหวานขึ้นตาในผู้สูงอายุ: ภัยเงียบที่คุกคามการมองเห็น

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และหากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออวัยวะทั่วร่างกาย โดยเฉพาะหลอดเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงจอประสาทตา จนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) ภาวะนี้ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการสูญเสียการมองเห็นและตาบอดถาวรในวัยผู้สูงอายุ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ป่วยและบุตรหลานเป็นอย่างมาก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรค สาเหตุ อาการเตือน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องดวงตาของผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตา

กลไกการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตานั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กภายในจอประสาทตา (Retina) โดยกระบวนการทางพยาธิสภาพสามารถอธิบายได้ดังนี้

  • ความเสียหายของผนังหลอดเลือดฝอย: ระดับน้ำตาลที่สูงทำให้เซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ สูญเสียความยืดหยุ่น และเกิดการโป่งพองออกเป็นจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า ไมโครแอนนิวริซม์ (Microaneurysms)
  • การรั่วซึมของสารน้ำและเลือด: หลอดเลือดที่ผิดปกติเหล่านี้มีความเปราะบางสูง ทำให้เกิดการรั่วซึมของพลาสมา ไขมัน หรือเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อจอประสาทตา ส่งผลให้เกิดภาวะจอประสาทตาบวม (Macular Edema) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การมองเห็นมัวลง
  • การอุดตันและการขาดเลือด: เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น หลอดเลือดฝอยขนาดเล็กอาจเกิดการตีบตันและอุดตัน ส่งผลให้จอประสาทตาขาดออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็น
  • การสร้างหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ: เพื่อชดเชยภาวะขาดออกซิเจน จอประสาทตาจะหลั่งสารกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Vascular Endothelial Growth Factor หรือ VEGF) ออกมา แต่หลอดเลือดใหม่ที่สร้างขึ้นมานี้มีความเปราะบางอย่างมาก แตกง่าย และมักงอกลุกลามเข้าไปในน้ำวุ้นตาหรือม่านตา
  • ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: หลอดเลือดใหม่ที่แตกออกจะทำให้เกิดเลือดออกในวุ้นตา (Vitreous Hemorrhage) และเมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดพังผืดดึงรั้งจอประสาทตา ส่งผลให้จอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment) หรือเกิดต้อหินทุติยภูมิจากเส้นเลือดผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่การตาบอดถาวรในที่สุด

อาการสำคัญและระยะการดำเนินของโรค

ในระยะเริ่มต้นของโรคเบาหวานขึ้นตา ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการเตือนใดๆ ทั้งสิ้น การมองเห็นยังคงปกติ ทำให้ผู้สูงอายุหลายคนชะล่าใจและไม่ได้เข้ารับการตรวจจอประสาทตาอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งโรคดำเนินไปสู่ระยะลุกลามจึงเริ่มแสดงความผิดปกติออกมา

  • ระยะเริ่มต้น (Non-Proliferative Diabetic Retinopathy - NPDR): ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจยังมองเห็นได้ตามปกติ หรือมีอาการตามัวเพียงเล็กน้อยหากมีความบวมเกิดขึ้นบริเวณจุดรับภาพ (Macula) การตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษของจักษุแพทย์เท่านั้นจึงจะพบความผิดปกติ เช่น จุดเลือดออกหรือจุดไขมันรั่วซึมในจอประสาทตา
  • ระยะลุกลาม (Proliferative Diabetic Retinopathy - PDR): เป็นระยะที่อันตรายที่สุด หลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติเริ่มแตกออกและมีเลือดออกในวุ้นตา ผู้ป่วยจะเริ่มสังเกตเห็นจุดดำ ลอยไปมา หยากไย่ หรือมีเงาดำคล้ายม่านมาบังการมองเห็น ภาพที่มองเห็นจะบิดเบี้ยวหรือมัวลงอย่างกะทันหัน
  • ระยะสูญเสียการมองเห็น: หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา จอประสาทตาจะถูกพังผืดดึงรั้งจนหลุดลอก หรือเกิดความดันโลหิตสูงในลูกตาจากต้อหิน ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรและไม่สามารถรักษาให้กลับคืนมาได้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา โดยความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นตามระยะเวลาที่เป็นโรคเบาหวานและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้น แม้จะยังมองเห็นได้ชัดเจนปกติ ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจคัดกรองจอประสาทตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อย

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้โรคเบาหวานขึ้นตาจะเป็นภัยเงียบ แต่จะมีสัญญาณเตือนบางประการที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตทางจักษุวิทยา ซึ่งผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องรีบพาไปพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดหมาย

  • ตามัวลงอย่างรวดเร็วและฉับพลัน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
  • มองเห็นจุดดำ จุดสีเข้ม ลอยไปมาจำนวนมาก หรือเห็นเงาดำคล้ายม่านบังสายตาบางส่วน
  • มีอาการปวดตาอย่างรุนแรงร่วมกับตาแดง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน เช่น ต้อหินเฉียบพลันจากเส้นเลือดผิดปกติ
  • เห็นภาพซ้อน ภาพบิดเบี้ยว หรือเส้นตรงกลายเป็นเส้นโค้งงอ
  • สูญเสียการมองเห็นบางส่วนหรือมืดบอดไปชั่วขณะ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

การวินิจฉัยภาวะเบาหวานขึ้นตาอย่างแม่นยำ จำเป็นต้องดำเนินการโดยจักษุแพทย์ผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจวัดสายตา: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาที่เป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดเฉลี่ย (HbA1c) และประเมินความคมชัดในการมองเห็น
  • การหยอดยาขยายม่านตา: เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อให้รูม่านตาขยายกว้างขึ้น ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของจอประสาทตา หลอดเลือด และขั้วประสาทตาได้อย่างชัดเจนทั่วถึง
  • การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ตรวจอวัยวะภายในตา (Slit-Lamp Biomicroscopy): ใช้ตรวจสอบโครงสร้างส่วนหน้าและส่วนหลังของดวงตา
  • การถ่ายภาพจอประสาทตา (Fundus Photography): เพื่อบันทึกภาพความผิดปกติของจอประสาทตาเก็บไว้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในแต่ละครั้งของการรักษา
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความละเอียดสูงของจอประสาทตา (Optical Coherence Tomography - OCT): เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้แพทย์เห็นตัดขวางของจอประสาทตาได้อย่างละเอียด เพื่อประเมินความหนาและภาวะบวมน้ำบริเวณจุดรับภาพได้อย่างแม่นยำ
  • การฉีดสีหลอดเลือดจอประสาทตา (Fluorescein Angiography - FA): แพทย์อาจพิจารณาฉีดสารเรืองแสงเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อดูการไหลเวียนของเลือด ตำแหน่งที่มีการรั่วซึม และเส้นเลือดที่ผิดปกติได้อย่างชัดเจน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะเบาหวานขึ้นตาขึ้นอยู่กับระยะความรุนแรงของโรค โดยมีเป้าหมายหลักคือการหยุดยั้งหรือชะลอความเสื่อมของการมองเห็น และป้องกันการตาบอดถาวร ซึ่งประกอบด้วยแนวทางหลักดังนี้

  • การควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และไขมันในเลือด: เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาทุกระยะ เพื่อหยุดยั้งปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้หลอดเลือดฝอยถูกทำลาย
  • การยิงเลเซอร์รักษาจอประสาทตา (Laser Photocoagulation): แพทย์อาจใช้แสงเลเซอร์ยิงบริเวณจอประสาทตาเพื่อลดการบวมน้ำ หรือทำลายเนื้อเยื่อส่วนที่ขาดเลือด เพื่อลดการหลั่งสารกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่และป้องกันไม่ให้หลอดเลือดที่ผิดปกติแตกออก
  • การฉีดยาเข้าวุ้นตา (Intravitreal Injections): เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งสาร VEGF หรือลดการอักเสบ ช่วยลดอาการบวมน้ำบริเวณจุดรับภาพและทำให้หลอดเลือดที่ผิดปกติฝ่อตัวลง โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความถี่และชนิดของยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
  • การผ่าตัดวุ้นตาและจอประสาทตา (Vitrectomy): ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะเลือดออกในวุ้นตาปริมาณมากที่ไม่ยอมจางหายไปเอง หรือมีพังผืดดึงรั้งจอประสาทตาจนเกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอก เพื่อทำการลอกพังผืดและซ่อมแซมจอประสาทตา
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาเบาหวานขึ้นตาให้ได้ผลดีที่สุดต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างอายุรแพทย์ผู้ดูแลโรคเบาหวานและจักษุแพทย์ การคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนดร่วมกับการมารับการรักษาทางตาอย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาการมองเห็นของผู้สูงอายุไว้ได้ยาวนาน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลต้องตระหนัก

การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานและมีความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นตา มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามที่เคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  • ห้ามละเลยการตรวจตาสนิท: แม้ผู้ป่วยจะมองเห็นปกติ ก็ห้ามงดการตรวจตากับจักษุแพทย์ตามนัดเด็ดขาด เพราะโรคในระยะแรกไม่มีอาการเตือน
  • ห้ามปรับลดหรือหยุดยาเบาหวานเอง: การจัดการระดับน้ำตาลในเลือดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น การหยุดยาเองจะทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงและเร่งความเสียหายที่ดวงตา
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความดันในลูกตาหรือแรงดันเลือดฉับพลัน: เช่น การยกของหนัก การเบ่งอย่างรุนแรง หรือการก้มตัวนานๆ ในผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดเปราะบาง
  • ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการมองเห็นที่ลดลง: ปรับสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้มีแสงสว่างเพียงพอ เก็บกวาดสิ่งกีดขวางบนพื้นเพื่อป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพดวงตาในระยะยาว

การป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นตาที่ดีที่สุดคือการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานและการควบคุมโรคที่เป็นอยู่ให้อยู่ในภาวะสงบอย่างเคร่งครัด

  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเป้าหมาย: รักษาค่าระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ให้น้อยกว่าเจ็ดเปอร์เซ็นต์ หรือตามที่แพทย์ผู้ กำหนด
  • ควบคุมความดันโลหิตและไขมันในเลือด: ภาวะความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูงเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้หลอดเลือดฝอยเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • งดสูบบุหรี่และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การสูบบุหรี่ทำลายผนังหลอดเลือดทั่วร่างกายรวมถึงหลอดเลือดที่ดวงตาโดยตรง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา: เน้นผักใบเขียวเข้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ปลาที่มีกรดไขมันโอเมก้าสาม ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงจอประสาทตา
  • ตรวจคัดกรองจอประสาทตาทุกปี: ผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานควรได้รับการตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง หรือถี่ขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้สูงอายุที่มีอาการตามัวลงอย่างกะทันหัน ห้ามรอจนกว่าจะถึงวันนัดหมายเดิมเด็ดขาด ควรพามาพบแพทย์ทันทีเนื่องจากอาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นถาวร

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลและผู้ป่วย

เพื่อให้สามารถดูแลผู้สูงอายุให้ห่างไกลจากภาวะตาบอดจากเบาหวานขึ้นตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ดูแลสามารถปฏิบัติตามเช็คลิสต์ด้านล่างนี้ได้ทันที

  • ตรวจสอบให้ผู้สูงอายุรับประทานยาและฉีดอินซูลินตรงตามเวลาที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • จัดตารางตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ และบันทึกค่าไว้ให้แพทย์ประเมิน
  • พาผู้สูงอายุไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจจอประสาทตาและขยายม่านตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือตามนัดหมายทุกครั้ง
  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น ตามัวลง เห็นจุดดำลอย หรือมองเห็นภาพบิดเบี้ยว
  • พาไปพบแพทย์ทันทีหากมีสัญญาณเตือนอันตราย โดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดนัด
  • ดูแลเรื่องโภชนาการ ควบคุมอาหารหวาน อาหารมัน และสนับสนุนให้รับประทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อดวงตา
  • ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้มีแสงสว่างปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุจากการมองเห็นที่ลดลง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down