ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจไข้ในเด็กและการตอบสนองของร่างกาย

อาการไข้ในเด็กเป็นกลไกการป้องกันตนเองตามธรรมชาติของร่างกาย (Physiological Response) เมื่อได้รับเชื้อก่อโรค ไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย ศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองจะปรับระดับให้สูงขึ้นเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อไข้สูงเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะไม่สบายตัวอย่างมาก หรือในเด็กเล็กอาจเสี่ยงต่อภาวะชักจากไข้ (Febrile Seizure) ได้ การเลือกใช้ยาลดไข้ให้ถูกประเภทตามอาการและน้ำหนักตัวจึงมีความสำคัญยิ่งต่อความปลอดภัยของลูกน้อย

กลไกและสาเหตุการเกิดไข้ที่พบบ่อยในเด็ก

สาเหตุส่วนใหญ่ของไข้ในเด็กเกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ (Influenza), ไวรัสอาร์เอสวี (RSV), หรือเชื้อไวรัสกลุ่มก่อโรคไข้หวัดทั่วไป การติดเชื้อเหล่านี้ทำให้ร่างกายหลั่งสารสื่อกลางบางชนิดที่ส่งผลให้ร่างกายปรับอุณหภูมิสูงขึ้น หากการติดเชื้อมีความรุนแรง ร่างกายอาจเกิดภาวะอักเสบ ซึ่งหากมีการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น ยาในกลุ่มต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ในขณะที่ร่างกายติดเชื้อบางชนิด อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของตับและไตได้

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าอาการของลูกมีความรุนแรงเกินกว่าจะดูแลเองที่บ้านได้ หากพบอาการดังต่อไปนี้ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน:

  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังจากให้ยาลดไข้ตามขนาดที่เหมาะสมนานเกิน 48-72 ชั่วโมง
  • เด็กมีอาการซึมลงมาก ไม่เล่น ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือมีเสียงหวีดขณะหายใจ
  • มีภาวะขาดน้ำชัดเจน เช่น ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงหรือปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6-8 ชั่วโมง
  • มีอาการชักร่วมกับไข้สูง หรือมีผื่นขึ้นตามตัวผิดปกติ

วิธีให้ยาลดไข้ที่ปลอดภัยตามหลักการแพทย์

คำแนะนำจากคุณหมอ: ยาลดไข้ที่ปลอดภัยที่สุดและเป็นมาตรฐานหลักสำหรับเด็กคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็กเป็นสำคัญ

การให้ยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องคือ ขนาด 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวเด็ก 1 กิโลกรัมต่อครั้ง สามารถให้ได้ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ ไม่ควรให้เกิน 5 ครั้งต่อวัน การใช้ยาเกินขนาดอาจส่งผลกระทบต่อตับอย่างรุนแรง (Hepatotoxicity) ดังนั้นห้ามคาดเดาปริมาณยาด้วยการกะปริมาณโดยไม่ใช้ช้อนตวงมาตรฐานหรือไซริงค์สำหรับจ่ายยา

สิ่งที่ต้องระวังและข้อห้ามเด็ดขาดในการใช้ยา

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากสัมพันธ์กับกลุ่มอาการไรย์ (Reye syndrome) ซึ่งทำให้ตับและสมองอักเสบเฉียบพลัน และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หากสงสัยว่าเด็กอาจป่วยเป็นไข้เลือดออก เนื่องจากยาในกลุ่ม NSAIDs จะส่งผลเสียต่อเกล็ดเลือดและอาจทำให้เกิดอาการเลือดออกในทางเดินอาหารได้

นอกจากนี้ การใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) เพื่อลดไข้เป็นสิ่งที่ผิดและอันตราย เนื่องจากยาปฏิชีวนะใช้สำหรับรักษาเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ การรับยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะทำให้เกิดภาวะดื้อยาและเสียสมดุลของเชื้อจุลินทรีย์ในร่างกาย

การดูแลรักษาและการเช็ดตัวที่ถูกต้อง

การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge) เป็นการช่วยระบายความร้อนผ่านผิวหนัง วิธีที่ถูกต้องคือการใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย เช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อเปิดรูขุมขน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น การให้น้ำเกลือแร่ (ORS) ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำที่เกิดจากไข้สูงได้ดี

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันไข้ในเด็กที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดี การล้างมือบ่อยๆ การรักษาระยะห่างจากผู้ป่วย และการฉีดวัคซีนตามตารางมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงลงได้อย่างมาก

บทสรุปสำหรับพ่อแม่ในการดูแลลูกเมื่อมีไข้

การรับมือกับไข้ในเด็กต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป แต่ต้องมีความละเอียดรอบคอบในการสังเกตอาการ 1. ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง 2. สังเกตอาการ Red Flags อย่างใกล้ชิด 3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ 4. ห้ามซื้อยาให้ลูกทานเองโดยไม่ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์หากไม่มั่นใจ หากลูกมีอาการซึมหรือไข้สูงต่อเนื่อง การพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down