ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้สูงในเด็กเล็ก: วิกฤตสุขภาพที่พ่อแม่ต้องรับมือให้ถูกวิธี

ในช่วงที่การระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ทวีความรุนแรงขึ้น อาการไข้สูงในเด็กเล็กถือเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด เนื่องจากเด็กเล็กมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การตอบสนองต่อเชื้อไวรัสมีความรุนแรงและเกิดอาการไข้สูงได้ง่าย การจัดการภาวะไข้ที่ถูกต้องไม่ได้เป็นเพียงการลดอุณหภูมิร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) ซึ่งเป็นภาวะที่สร้างความกังวลใจให้แก่ครอบครัวอย่างมาก

กลไกการเกิดไข้และสาเหตุจากเชื้อไข้หวัดใหญ่

ไข้ไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกาย (Body Defense Mechanism) ต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ ไวรัสจะเข้าทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ ส่งผลให้ร่างกายสร้างสารสื่ออักเสบที่ส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ให้ปรับตั้งอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้นเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อโรค อย่างไรก็ตาม หากอุณหภูมิพุ่งสูงเกินไป อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและหัวใจในเด็กเล็กได้

วิธีเช็ดตัวลดไข้ให้ได้ผลเร็วที่สุดตามหลักการแพทย์

การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge) ที่ถูกวิธีคือหัวใจสำคัญของการระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่คุณพ่อคุณแม่ควรยึดถือดังนี้:

  • เตรียมน้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่นเล็กน้อย ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและร่างกายพยายามกักเก็บความร้อนไว้ภายใน ทำให้ไข้ยิ่งสูงขึ้น
  • ถอดเสื้อผ้าเด็กออกให้หมดหรือเหลือน้อยที่สุดเพื่อให้ความร้อนระบายออกได้ง่าย
  • ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดพอหมาด เช็ดโดยการลูบเข้าหาหัวใจ เริ่มจากใบหน้า ศีรษะ แขน และขา เพื่อเป็นการเปิดรูขุมขนและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • จุดสำคัญที่ต้องเน้นคือ บริเวณข้อพับ รักแร้ และขาหนีบ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดใหญ่ผ่าน การวางผ้าประคบไว้บริเวณเหล่านี้จะช่วยระบายความร้อนออกจากกระแสเลือดได้รวดเร็วกว่า
  • ควรเช็ดตัวนานประมาณ 15-20 นาที หากเด็กเริ่มหนาวสั่นให้หยุดเช็ดทันทีและห่มผ้าบางๆ เพื่อป้องกันอาการสั่นที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: การเช็ดตัวไม่ใช่การ "ถู" แต่คือการ "ลูบ" เพื่อให้ผิวกายเปียกชื้นและระเหยเป็นไอ ซึ่งกระบวนการระเหยนี่เองที่นำพาความร้อนออกจากร่างกายเด็กได้ดีที่สุด

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

แม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว หากพบอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบกุมารแพทย์โดยเร็วที่สุด:

  • ไข้สูงลอยเกิน 3 วัน หรือไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียสที่ไม่ยอมลด
  • เด็กมีอาการซึม ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ (ภาวะขาดน้ำ)
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว มีอาการอกบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • อาการชักจากไข้ (ตัวเกร็ง ตาค้าง หรือสั่นทั้งตัว)
  • ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด
  • อาเจียนรุนแรง หรือมีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วย

วิธีรักษาและการใช้ยาอย่างปลอดภัย

การให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นทางเลือกแรกที่ปลอดภัย โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็ก (10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4-6 ชั่วโมง ห้ามให้ยาเกินขนาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาแอสไพริน หรือ ไอบูโพรเฟน มาให้เด็กทานเองหากยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ เนื่องจากในกรณีที่เป็นไข้เลือดออก ยาเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติหรือกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กทานเองโดยเด็ดขาดหากยังไม่ผ่านการตรวจจากแพทย์ เพราะไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียไม่สามารถรักษาโรคนี้ได้

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี (Influenza Vaccine) สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ควรเน้นการล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ชุมชน และรักษาสุขอนามัยในบ้านเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ

กล่องสรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล

  • วัดอุณหภูมิร่างกายด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่ได้มาตรฐาน
  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้องอย่างถูกวิธีเมื่อไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส
  • ให้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว และห้ามให้ยาซ้ำก่อนครบ 4 ชั่วโมง
  • ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปจากไข้
  • สังเกตอาการผิดปกติ หากซึมหรือหายใจหอบ ให้รีบนำส่งสถานพยาบาลทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down