ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดใหญ่ภัยใกล้ตัวที่ต้องเฝ้าระวังเพื่อลูกรัก

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ สำหรับเด็กเล็กและทารกที่มีภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงเต็มที่ การได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้มากกว่าผู้ใหญ่ การมีความรู้ความเข้าใจในการแยกตัวผู้ป่วยและการป้องกันเชื้อภายในครอบครัวจึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลไกการเกิดโรคและการแพร่เชื้อที่คนในบ้านต้องรู้

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีหลายสายพันธุ์ โดยแบ่งหลักๆ เป็นชนิดเอ (A) และชนิดบี (B) เชื้อเหล่านี้มีความสามารถในการกลายพันธุ์สูงและติดต่อผ่านทางเดินหายใจเป็นหลัก เมื่อมีคนในบ้านป่วย เชื้อไวรัสจะหลุดลอยอยู่ในอากาศหรือติดอยู่ตามพื้นผิวสัมผัสต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู รีโมทโทรทัศน์ หรือโทรศัพท์มือถือ ซึ่งหากลูกน้อยไปสัมผัสแล้วนำมือมาจับจมูกหรือปาก เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้ทันที ดังนั้นการตัดวงจรการแพร่เชื้อภายในบ้านถือเป็นกลยุทธ์แรกที่ต้องปฏิบัติทันทีเมื่อมีคนเริ่มแสดงอาการ

สัญญาณอันตรายที่ลูกน้อยได้รับเชื้อและต้องพบแพทย์ทันที

อาการไข้หวัดใหญ่ในเด็กมักเริ่มต้นด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และไอแห้ง อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองต้องสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ซึ่งบ่งบอกว่าร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤต:

  • ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสและไม่ลดลงหลังได้รับยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการชักจากไข้ (Febrile Seizure)
  • หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือมีเสียงดังขณะหายใจ (Wheezing)
  • ซึมลงอย่างผิดปกติ ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง ตาโหล หรือไม่ปัสสาวะนานเกิน 6-8 ชั่วโมง
  • ไอหนักจนอาเจียนหรือไอมีเสมหะปนเลือด
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรรีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลโดยทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเนื่องจากไข้หวัดใหญ่อาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในเด็กได้อย่างรวดเร็ว

การแยกตัวผู้ป่วยและการดูแลสุขอนามัยภายในบ้าน

เมื่อพบว่าคนในบ้านป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ การแยกพื้นที่คือมาตรการสำคัญที่สุด:

  • แยกห้องนอนและแยกห้องน้ำจากลูกน้อย หากทำได้ยากให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ต้องอยู่ใกล้เด็ก
  • งดการกอด จูบ หรือใช้ภาชนะร่วมกับเด็กเด็ดขาดในช่วง 7 วันแรกหลังจากเริ่มมีอาการ
  • ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์เป็นประจำทุกวัน
  • เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสะดวกเพื่อลดความเข้มข้นของเชื้อโรคในอากาศ

วิธีรักษาและการดูแลเด็กเมื่อมีการติดเชื้อเกิดขึ้น

ในกรณีที่ลูกน้อยได้รับเชื้อ การรักษาจะเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) เป็นหลัก:

  • การให้ยาลดไข้: ควรใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้องคือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรเช็ดด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น โดยเช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อช่วยระบายความร้อน ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวและไข้สูงขึ้นกว่าเดิม
  • การชดเชยน้ำ: ให้ลูกดื่มน้ำสะอาด นม หรือน้ำเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้งเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะเรย์ซินโดรม (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะตับและสมองอักเสบเฉียบพลัน และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเองเนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อได้และอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย

การป้องกันในระยะยาวด้วยวัคซีนและพฤติกรรมสุขภาพ

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เป็นประจำทุกปีสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป พ่อแม่ และผู้สูงอายุ การฉีดวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า 60-80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ควรฝึกสุขนิสัยการล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปอยู่ในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดของโรค

รายการตรวจสอบสำหรับพ่อแม่เพื่อรับมือไข้หวัดใหญ่

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้สมาชิกทุกคนในบ้านปีละ 1 ครั้ง
  • เตรียมยาลดไข้และน้ำเกลือแร่ติดบ้านไว้เสมอ
  • สังเกตอาการป่วยของทุกคนในบ้านอย่างใกล้ชิด
  • รักษาระยะห่างทันทีเมื่อมีคนเริ่มมีไข้ ไอ หรือจาม
  • รักษาสุขอนามัยด้วยการล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเข้าใกล้เด็ก
  • จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายและเวลาการให้ยาของลูกหากเริ่มมีอาการไข้
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down