ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในโรงเรียนอนุบาลจังหวัดตรัง และความรุนแรงที่ต้องเฝ้าระวัง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็กอย่างโรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่โรงเรียนอนุบาลจังหวัดตรัง สร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เนื่องจากโรคนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านการสัมผัสสาร secretions ต่างๆ เช่น น้ำลาย น้ำมูก น้ำใสจากตุ่มพอง หรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล การควบคุมการแพร่ระบาดจึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสถานศึกษาและครอบครัว

ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ โรคมือ เท้า ปาก ไม่ใช่แค่โรคผื่นผิวหนังทั่วไปที่สามารถหายได้เองเสมอไป ในเด็กบางรายโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นลามเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดก้านสมองอักเสบ (Brainstem Encephalitis) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การรู้เท่าทันอาการเริ่มต้นและการสังเกตสัญญาณอันตรายอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตของเด็กๆ ที่ดีที่สุด

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค มือ เท้า ปาก ที่พ่อแม่ต้องทำความเข้าใจ

โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enteroviruses โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยและมักทำให้เกิดอาการรุนแรง ได้แก่ Enterovirus 71 (EV71) และ Coxsackievirus A16 ซึ่งเชื้อไวรัสเหล่านี้มีความสามารถในการติดต่อสูงมากผ่านทางการกินอาหาร น้ำดื่ม หรือการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากผู้ป่วย

เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินอาหารหรือทางเดินหายใจ ไวรัสจะเพิ่มจำนวนที่บริเวณลำคอและต่อมน้ำเหลือง ก่อนจะกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือด (Viremia) และเดินทางไป1ยังอวัยวะเป้าหมาย ได้แก่ ผิวหนังบริเวณมือและเท้า เยื่อบุช่องปาก และในรายที่มีเชื้อรุนแรงอย่าง EV71 เชื้ออาจเดินทางผ่านเส้นประสาทหรือกระแสเลือดเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการอักเสบในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กมีอาการซึม อาเจียนพุ่ง และชักเกร็ง

ลำดับอาการและระยะเวลาการดำเนินของโรค

การสังเกตอาการของเด็กในแต่ละระยะจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถประเมินความรุนแรงและพาไปพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที โดยโรคนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 3 ถึง 7 วัน และมีลำดับอาการดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (วันทึ่ 1 ถึง 2): เด็กจะมีไข้ต่ำถึงไข้สูง อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไม่อยากกลืนน้ำลาย น้ำลายไหล มีแผลร้อนในหรือแผลตุ่มน้ำใสในปาก บริเวณกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด (วันที่ 2 ถึง 7): จะเริ่มมีผื่นแดงราบหรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก (Vesicles) ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และง่ามนิ้ว บางรายอาจพบบริเวณก้นหรือหัวเข่า ร่วมกับอาการเจ็บแผลในปากทำให้เด็กงอแง ไม่ยอมกินอาหารและนม
  • ระยะฟื้นตัว (วันที่ 7 ถึง 10): ไข้จะเริ่มลดลง ผื่นและตุ่มน้ำจะค่อยๆ แห้งและตกสะเก็ดเองโดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ยกเว้นในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจากการเกา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: เด็กที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ EV71 อาจมีอาการแสดงที่ผิวหนังและในปากไม่มากนัก แต่เชื้ออาจลุกลามเข้าสู่สมองได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น แม้ตุ่มจะมีน้อยแต่ถ้าเด็กมีอาการซึมร่วมด้วย ต้องระวังเป็นพิเศษ

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

หากบุตรหลานของท่านป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หากพบอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียว ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงต่อเนื่อง: ไข้สูงเกิน 39 อาศัยเซลเซียส หรือไข้ไม่ลดลงหลังจากกินยาลดไข้และเช็ดตัวนานเกิน 3 วัน
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด: ปลุกตื่นยาก ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ซึมเซา หงุดหงิดกระสับกระส่ายผิดปกติ หรือร้องกวนตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการทางระบบประสาท: มีอาการสะดุ้งผวาตกใจตื่นบ่อยและแรงกว่าปกติ (Myoclonic jerks) ตัวสั่น เดินเซ แขนขาอ่อนแรง ชักเกร็ง หรือมีอาการเพ้อ
  • ภาวะทางเดินหายใจและหัวใจ: หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็วผิดปกติ อกบุ๋ม เขียวคล้ำ หัวใจเต้นเร็วมาก หรือมีความดันโลหิตต่ำ
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะมีสีเข้มจัดนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเด็กมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามประวัติการป่วยของเด็กในโรงเรียนหรือชุมชน ประวัติการกินอาหาร และตรวจดูักษณะของผื่นที่มือ เท้า และแผลในช่องปากอย่างละเอียด
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (ในรายที่จำเป็น): หากเด็กมีอาการรุนแรงหรือสงสัยว่าเชื้อลามลงสมอง แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจหาค่าการอักเสบ ตรวจสารคัดหลั่งจากคอ (Throat Swab) หรือน้ำลายเพื่อหาชนิดของไวรัส เอกซเรย์ปอด และการเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) เพื่อยืนยันภาวะสมองอักเสบ

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตัวที่บ้านอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

โรคมือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสและสามารถหายได้เองโดยไม่มี Antiviral drug เฉพาะเจาะจง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายเด็กฟื้นตัว

  • การให้ยาลดไข้และแก้ปวด: ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่ถูกต้องเพื่อลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก
  • การจัดการภาวะขาดน้ำ: ให้เด็กจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่วันละหลายครั้ง หากเด็กเจ็บปากมากจนกลืนไม่ไหว อาจให้อาหารเหลวเย็นๆ เช่น นมเย็น ไอศกรีม โยเกิร์ต หรือน้ำซุปอุ่นๆ เพื่อลดความเจ็บปวดขณะกลืน
  • การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง: ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นบิดหมาด เช็ดบริเวณหน้า ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนไม่ได้ดี
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye's syndrome) ซึ่งส่งผลให้ตับและสมองถูกทำลายอย่างรุนแรง และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะให้เด็กทานเองโดยเด็ดขาด เพราะยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโรคมือ เท้า ปาก ได้

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก

การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กต้องคำนวณจากน้ำหนักตัวเท่านั้น คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้หรือปวด โดยชนิดน้ำเชื่อมส่วนใหญ่มีความเข้มข้น 120 มิลลิกรัม / 5 ซีซี ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนคำนวณปริมาณยาให้บุตรหลาน เพื่อป้องกันการได้รับยาเกินขนาดซึ่งจะเป็นอันตรายต่อตับ

วิธีการป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ในโรงเรียนอนุบาลและครอบครัว สามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางสาธารณสุขดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ: สอนและฝึกให้เด็กๆ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด นานอย่างน้อย 20 วินาที ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
  • ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมและของเล่น: หมั่นทำความสะอาดของเล่น ของใช้ โต๊ะเก้าอี้ และบริเวณพื้นผิวที่เด็กสัมผัสร่วมกันด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจางอย่างสม่ำเสมอ
  • แยกเด็กป่วยออกจากสังคม: หากพบว่าเด็กมีอาการป่วยหรือมีผื่นขึ้น ควรงดไปโรงเรียนและแยกตัวให้อยู่บ้านอย่างน้อย 7 ถึง 10 วัน เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อสู่เด็กคนอื่นในโรงเรียนอนุบาล
  • การฉีดวัคซีนป้องกัน: ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก (โดยเฉพาะสายพันธุ์ EV71) ซึ่งสามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองสามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการฉีดวัคซีนได้

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล (Parent Actionable Checklist)

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของบุตรหลานในช่วงที่มีการระบาดของโรคมือ เท้า ปาก ขอให้ผู้ปกครองปฏิบัติตามขั้นตอนปฏิบัติเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • สังเกตอาการไข้และผื่น: ตรวจเช็คไข้และดูผิวหนังบริเวณมือ เท้า ช่องปากของลูกทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน
  • สังเกตสัญญาณซึมและสะดุ้งผวา: หากเด็กมีไข้ร่วมกับอาการซึม กินอาหารไม่ได้ หรือสะดุ้งผวาผิดปกติ ให้รีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวัน
  • ให้ยาลดไข้ตามน้ำหนัก: ใช้ยาพาราเซตามอลในขนาดที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัว ห้ามใช้แอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนเด็ดขาด
  • ดูแลเรื่องอาหารและน้ำ: ป้อนน้ำเกลือแร่และอาหารอ่อนเหลวรสชาติไม่จัดเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • แจ้งโรงเรียนทันที: หากพบว่าบุตรหลานติดเชื้อ ให้แจ้งทางโรงเรียนอนุบาลทันทีเพื่อจะได้ดำเนินมาตรการทำความสะอาดและคัดกรองเด็กในห้องเรียนต่อไป
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down