ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไข้สูงลอยแต่ไม่มีน้ำมูกไอ: อาการจำเพาะของไข้เลือดออกที่ต่างจากไข้หวัดทั่วไปอย่างไร

เมื่อลูกรักมีอาการไข้สูง ตัวร้อนจัด สิ่งแรกที่พ่อแม่อมยิ้มด้วยความกังวลมักจะนึกถึงโรคไข้หวัดทั่วไป แต่หากลูกมีอาการไข้สูงลอยร่วมกับอาการอื่นๆ ที่แปลกไป เช่น ไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่สัญญาณของโรคหวัดธรรมดา แต่อาจเป็นอาการจำเพาะของโรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อจากยุงลายที่พบได้บ่อยและมีความรุนแรงในเด็ก การแยกแยะความแตกต่างระหว่างไข้หวัดและไข้เลือดออกได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยชีวิตเด็กๆ จากภาวะแทรกซ้อนอันตราย

ความสำคัญทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงของโรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ซึ่งมีด้วยกันถึงสี่สายพันธุ์ ผ่านการนำโรคโดยยุงลายสวนและยุงลายบ้าน ในประเทศไทยโรคนี้ระบาดได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่ากลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก ทารก และเด็กที่มีโรคประจำตัว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ความสามารถในการควบคุมการรั่วของพลาสมาในหลอดเลือดทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร การรู้เท่าทันอาการจึงช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนวล

กลไกการเกิดโรคและความแตกต่างทางอาการ

เชื้อไวรัสเดงกีเมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านการกัดของยุงลาย จะมีการฟักตัวประมาณสามถึงเจ็ดวัน ก่อนจะแสดงอาการไข้สูงลอยขึ้นมาอย่างฉับพลัน จุดสังเกตที่สำคัญมากคือ โรคไข้เลือดออกมักจะมีไข้สูงมาก (บางครั้งสูงถึงสามสิบเก้าถึงสี่สิบองศาเซลเซียส) แต่ไม่มีอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ และไม่มีอาการเจ็บคอ ซึ่งต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) หรือไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) ที่มักจะมาพร้อมกับอาการไอ จาม มีน้ำมูก และคัดจมูกอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ เด็กที่เป็นไข้เลือดออกมักจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระบอกตา และมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องบริเวณลิ้นปี่เนื่องจากตับโต ในบางรายอาจพบผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งลักษณะของผื่นในไข้เลือดออกจะต่างจากผื่นไวรัสทั่วไป โดยอาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ ปรากฏขึ้นตามแขนขาและลำตัว

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากลูกมีไข้สูงเกินสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียสติดต่อกันนานเกินสองวัน โดยไม่มีอาการไอหรือมีน้ำมูกเลย ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออกหรือโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ไข้หวัด ควรพามาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเกล็ดเลือดและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC)

ระยะของโรคไข้เลือดออกที่ต้องทำความเข้าใจ

โรคไข้เลือดออกดำเนินโรคผ่านสามระยะสำคัญ ซึ่งผู้ดูแลควรทำความเข้าใจเพื่อการดูแลที่ถูกต้อง

  • ระยะไข้สูง (Febrile Phase): กินเวลาประมาณสองถึงเจ็ดวัน เด็กจะมีไข้สูงลอยตลอดเวลา ยาลดไข้ทั่วไปอาจลดไข้ได้เพียงชั่วคราวแล้วกลับมาสูงอีก เด็กจะซึมลง เบื่ออาหาร และอาจมีอาเจียนร่วมด้วย
  • ระยะวิกฤต (Critical Phase): เป็นระยะที่ไข้เริ่มลดลง (มักเกิดขึ้นในวันที่สามถึงวันที่หกของโรค) แต่ในความจริงแล้วอาการของโรครุนแรงขึ้นเนื่องจากพลาสมาเริ่มรั่วออกจากหลอดเลือด อาจทำให้เกิดภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำ หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase): เป็นช่วงที่อาการต่างๆ เริ่มดีขึ้น ความอยากอาหารกลับมา ชีพจรและการทำงานของอวัยวะต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในระยะวิกฤตของไข้เลือดออก พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการเตือนอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

  • ไข้ลดลงแต่เด็กซึมลงมาก ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมพูดคุย
  • ปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่องบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • อาเจียนบ่อยครั้ง หรืออาเจียนเป็นเลือด หรือมีเลือดกำเดาไหล
  • มือเท้าเย็น ชีพจรเบาและเร็ว กระสับกระส่าย
  • ปัสสาวะน้อยลงมากหรือไม่มีปัสสาวะเลยนานหลายชั่วโมง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็ดขาดในเด็กที่เป็นไข้สูงหรือสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะยาเหล่านี้จะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกง่ายขึ้นและอันตรายถึงชีวิต ให้ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เท่านั้น

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจร่างกาย และพิจารณาเจาะเลือดตรวจดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อดูค่าฮีมาโตคริต (Hematocrit) และจำนวนเกล็ดเลือด (Platelet Count) รวมถึงอาจมีการตรวจหาโปรจำเพาะของเชื้อไวรัสเดงกี (NS1 Antigen Test) เพื่อยืนยันผล ในปัจจุบันยังไม่มีตัวยาจำเพาะที่ใช้ฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี การรักษาจึงเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ (Supportive Care) เป็นหลัก

การดูแลรักษาที่บ้านในระยะไข้สูง สามารถทำได้ดังนี้

  • ให้รับประทานยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) และห้ามทานถี่เกินกำหนด
  • เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเพื่อช่วยระบายความร้อน
  • ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำผลไม้ นม หรือน้ำซุปบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สังเกตอาการซึมและสัญญาณเตือนอันตรายอย่างใกล้ชิด

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันไข้เลือดออกที่ดีที่สุดคือการตัดวงจรชีวิตของยุงลายและการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด

  • ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน เช่น คว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง
  • ใช้ทรายอไข่ยุงในภาชนะที่ปิดไม่ได้
  • ทายากันยุงหรือนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุงกัด
  • ในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก (Dengue Vaccine) ที่สามารถช่วยลดความรุนแรงของโรคและการนอนโรงพยาบาลได้ พ่อแม่สามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อพิจารณาฉีดวัคซีนตามคำแนะนำทางการแพทย์

การสังเกตอาการไข้สูงลอยที่ไม่มีน้ำมูกไออย่างรวดเร็ว จะช่วยให้เด็กๆ ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down