ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้เลือดออก (Dengue Fever) ในเด็ก: สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้มากกว่าแค่เรื่องเกล็ดเลือด

เมื่อลูกน้อยมีไข้สูงลอย ไม่ยอมลดด้วยยาลดไข้ธรรมดา สิ่งที่พ่อแม่กังวลใจมากที่สุดคือเรื่องของ ไข้เลือดออก (Dengue Fever) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกของโรคโดยเฉพาะเรื่องค่าเกล็ดเลือด (Platelet count) เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความตื่นตระหนกและช่วยให้การตัดสินใจพาบุตรหลานไปพบแพทย์ได้ทันท่วงที

กลไกการเกิดโรคไข้เลือดออก: ทำไมเกล็ดเลือดถึงลดต่ำลง

โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดกระบวนการอักเสบในกระแสเลือด โดยมีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรง ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยมีความผิดปกติและเกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) สาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยคือ การสร้างเกล็ดเลือดจากไขกระดูกลดลง และการที่เกล็ดเลือดถูกทำลายเร็วขึ้นจากปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน รวมถึงมีการนำเกล็ดเลือดไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซมผนังหลอดเลือดที่รั่วไหล

เกล็ดเลือดต่ำแค่ไหนถึงเรียกว่าอันตราย

โดยปกติแล้ว ค่าเกล็ดเลือดในคนปกติจะอยู่ที่ประมาณ 150,000 ถึง 450,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร เมื่อลูกป่วยเป็นไข้เลือดออก ค่าเกล็ดเลือดมักจะเริ่มลดต่ำลงในช่วงวันที่ 3-5 ของการป่วย ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่างระยะไข้เข้าสู่ระยะวิกฤต (Critical phase)

ระดับความสำคัญของค่าเกล็ดเลือด:
  • ระดับมากกว่า 100,000: ยังอยู่ในเกณฑ์ที่เฝ้าระวังได้หากอาการทั่วไปยังคงปกติ
  • ระดับ 50,000 ถึง 100,000: ต้องมีการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด อาจพิจารณาตรวจเลือดซ้ำทุกวัน
  • ระดับต่ำกว่า 50,000: เริ่มเข้าสู่ภาวะเสี่ยงสูง ต้องติดตามอาการเลือดออกง่ายผิดปกติ เช่น จุดเลือดออกตามตัว หรือเลือดกำเดาไหล
  • ระดับต่ำกว่า 20,000: ถือเป็นภาวะวิกฤตที่เสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในอวัยวะภายใน จำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์อย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนภัยที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

พ่อแม่ไม่ควรยึดติดเพียงแค่ตัวเลขเกล็ดเลือดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสังเกตอาการร่วมที่แสดงถึงภาวะช็อก (Dengue Shock Syndrome) หรือภาวะเลือดออกรุนแรง ดังนี้

  • อาการซึมลง หรือกระสับกระส่ายผิดปกติ
  • ปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • อาเจียนบ่อย กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน
  • ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
  • มือเท้าเย็น ผิวหนังชื้นเหงื่อ ชีพจรเต้นเร็วแต่เบา
  • ปัสสาวะออกน้อยลงอย่างชัดเจน ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดน้ำหรือภาวะช็อก

การดูแลรักษาและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุด:
  • ห้ามใช้ยาในกลุ่ม NSAIDs โดยเด็ดขาด: เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ แอสไพริน (Aspirin) เพราะจะไปซ้ำเติมภาวะเลือดออกง่ายและทำให้การทำงานของเกล็ดเลือดแย่ลง
  • การใช้ยาลดไข้: ควรใช้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดน้ำหนักตัวที่เหมาะสม คือ 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่ควรทานเกิน 5 ครั้งต่อวัน
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) น้ำผลไม้ หรือน้ำสะอาดบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะเลือดหนืดและภาวะช็อก

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อสงสัยว่าลูกเป็นไข้เลือดออก แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจร่างกายเพื่อหาจุดเลือดออกและประเมินขนาดตับ การตรวจเลือดที่สำคัญคือการดูค่าความเข้มข้นของเลือด (Hematocrit) เพื่อประเมินภาวะเลือดหนืดจากการรั่วของพลาสมา และการนับจำนวนเกล็ดเลือด (CBC) รวมถึงการตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธี Dengue NS1 Ag ในช่วง 1-3 วันแรกของไข้

การป้องกันและการดูแลในระยะยาว

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบริเวณบ้าน และการป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยการใช้มุ้งหรือสเปรย์กันยุง นอกจากนี้ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่สามารถพิจารณาฉีดได้ตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรคได้หากมีการติดเชื้อเกิดขึ้น

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่

หากลูกมีไข้สูงเกิน 2 วันโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการซึมลง ไม่ควรซื้อยาทานเอง แต่ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ความเข้าใจที่ถูกต้องและการติดตามอาการตามสัญญาณอันตรายจะช่วยให้บุตรหลานผ่านพ้นวิกฤตไข้เลือดออกได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down