ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นไข้ตัวร้อนจัดกินยาอะไรดี: คู่มือรับมือไข้สูงในเด็กอย่างปลอดภัยตามหลักการแพทย์

อาการไข้สูงตัวร้อนจัดในเด็กเล็กเป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเกิดความวิตกกังวลมากที่สุด เนื่องจากระบบประสาทของเด็กในวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizure) ได้ง่าย การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกใช้ยา การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว รวมถึงการรู้เท่าทันข้อห้ามเด็ดขาดในการใช้ยาเมื่อสงสัยโรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) จึงเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ดูแลทุกคน

สาเหตุและกลไกการเกิดไข้สูงในเด็ก

ไข้ (Fever) ไม่ใช่โรค แต่เป็นกลไกการตอบสนองตามธรรมชาติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อร่างกายของเด็กได้รับเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นไวรัสหรือแบคทีเรีย เม็ดเลือดขาวจะหลั่งสารกระตุ้นความร้อนที่เรียกว่า ไพโรเจน (Pyrogens) ไปยังสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเทอร์โมสตัทของร่างกาย ทำให้จุดตั้งรับอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ร่างกายจึงพยายามสร้างความร้อนและกักเก็บความร้อน ส่งผลให้เด็กมีอาการตัวร้อนหนาวสั่น

สาเหตุส่วนใหญ่ในเด็กมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) หรือเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การอักเสบในร่างกาย หรือผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน

วิธีรักษาตามอาการและการให้ยาพาราเซตามอลที่ถูกต้อง

เมื่อลูกมีไข้สูง สิ่งแรกที่แพทย์มักแนะนำคือการประคับประคองอาการและการใช้ยาลดไข้ที่ปลอดภัย ซึ่งยาหลักที่องค์การอนามัยโลกและกุมารแพทย์ทั่วโลกแนะนำให้ใช้เป็นอันดับแรกคือ ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงหากใช้อย่างถูกวิธี

คำแนะนำจากคุณหมอ: การคำนวณขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กต้องอ้างอิงตามน้ำหนักตัวจริงของเด็กเสมอ (ไม่ใช่ตามอายุ) โดยขนาดยาที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อนน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง สามารถให้กินซ้ำได้ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้ และห้ามให้เกิน 5 ครั้งใน 1 วัน

ตัวอย่างเช่น หากลูกน้อยมีน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ขนาดยาพาราเซตามอลที่เหมาะสมต่อครั้งคือ 100 ถึง 150 มิลลิกรัม หากใช้ยาน้ำชนิดความเข้มข้น 120 มิลลิกรัมต่อ 5 ซีซี ลูกจะต้องกินยาประมาณ 4.2 ถึง 6.2 ซีซีต่อครั้ง การให้ยาที่น้อยเกินไปจะไม่สามารถลดไข้ได้ แต่หากให้ยาที่มากเกินไปอาจเกิดพิษต่อตับของเด็กได้

ข้อห้ามเด็ดขาดในการใช้ยาเมื่อสงสัยไข้เลือดออก

ในช่วงฤดูฝนหรือเมื่อมีการระบาดของโรคไข้เลือดออก อาการไข้สูงลอย 2 ถึง 5 วันร่วมกับอาการปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง และเบื่ออาหาร เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในกรณีที่สงสัยว่าเด็กอาจป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก มีข้อห้ามทางการแพทย์ที่เด็ดขาดและสำคัญมากดังนี้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กกินยาแอสไพริน (Aspirin) และยากลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็ดขาด หากเด็กเป็นไข้เลือดออก การใช้ยาเหล่านี้จะไปยับยั้งการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออก ภาวะช็อก และอันตรายถึงชีวิต ให้ใช้เฉพาะยาพาราเซตามอลเท่านั้นในการลดไข้

วิธีเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้องและการดูแลเบื้องต้นที่บ้าน

การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid Sponge) เป็นวิธีเสริมที่มีประสิทธิภาพในการช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยมีขั้นตอนที่ถูกต้องดังนี้

  • ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำธรรมดา (ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็ง)
  • ชุบผ้าแล้วบิดหมาด เช็ดบริเวณใบหน้า ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และลำตัว
  • การเช็ดควรเช็ดในทิศทางย้อนรูขุมขน เพื่อเปิดรูขุมขนช่วยระบายความร้อน
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบาย ระบายอากาศได้ดี ไม่ควรห่มผ้าหนาจนเกินไป
  • ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

แม้อาการไข้ส่วนใหญ่จะสามารถดูแลเบื้องต้นที่บ้านได้ แต่หากพบบad flag หรือสัญญาณเตือนอันตรายเหล่านี้ ผู้ปกครองต้องพาเด็กไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด

  • ไข้สูงเกิน 3 วัน หรือไข้สูงมากจนใช้ยาแล้วไข้ไม่ลดลงเลย
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือไม่ยอมเล่น
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือกระตุก
  • หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่มีเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ

การวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ตรวจร่างกายเพื่อค้นหาแหล่งของการติดเชื้อ หากสงสัยการติดเชื้อไวรัสเฉพาะเจาะจง เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือโควิด-19 อาจมีการตรวจหาเชื้อด้วยวิธีสวอป (Rapid Antigen Test) และในกรณีที่มีไข้สูงเกิน 3 วัน แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดเพื่อตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อคัดกรองโรคไข้เลือดออก หรือตรวจหาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในเด็ก

การป้องกันการเกิดไข้สูงสามารถทำได้โดยการลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคต่างๆ ดังนี้

  • พาเด็กเข้ารับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนไข้เลือดออก และวัคซีนโรตา
  • ส่งเสริมให้เด็กมีสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ

สรุปแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดูแลเด็กเมื่อมีไข้ตัวร้อนจัด

การดูแลเด็กมีไข้ตัวร้อนจัดต้องอาศัยความใจเย็นและความรู้ที่ถูกต้อง เริ่มต้นจากการวัดอุณหภูมิร่างกายให้แน่ชัด คำนวณขนาดยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด ทำการเช็ดตัวลดไข้ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเฝ้าระวังการใช้ยา ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟนหรือแอสไพรินเด็ดขาดหากยังไม่แน่ใจว่าไม่ใช่ไข้เลือดออก และหากพบสัญญาณเตือนอันตรายควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจากแพทย์เฉพาะทาง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down