ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา สัญญาณเตือนที่ควรรู้ก่อนร่างกายวิกฤต

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส Influenza virus ซึ่งมีความรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไปหลายเท่าตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ หรือโรคไต อาการของไข้หวัดใหญ่ไม่ได้มีเพียงแค่ไข้สูงและไอ แต่ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อ (Myalgia) ที่รุนแรง ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือเชื้อลงปอด ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงทำให้ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง

กลไกการเกิดโรคเริ่มต้นจากการที่เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ และเริ่มแบ่งตัวในเซลล์เยื่อบุผิวทางเดินหายใจ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหลั่งสารสื่อประสาทประเภทไซโตไกน์ (Cytokines) เช่น Interferon และ Interleukin ออกมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัส กระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายนี้เองที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง (Severe Myalgia) โดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน และขา ซึ่งมักจะแย่ลงในช่วง 2-3 วันแรกของการป่วย

คำแนะนำจากคุณหมอ: อาการปวดกล้ามเนื้อในไข้หวัดใหญ่ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีการอักเสบในระดับระบบ (Systemic Inflammation) การพักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงนี้สำคัญพอๆ กับการได้รับยาต้านไวรัสอย่างเหมาะสม

สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยมีอาการไข้หวัดใหญ่ร่วมกับสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง:

  • ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานเกิน 3 วัน แม้ทานยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น
  • อาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หายใจมีเสียงดังวี้ด หรือหน้าอกบุ๋มในเด็กเล็ก
  • มีอาการซึม ไม่ยอมรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ปัสสาวะออกน้อยกว่าปกติ
  • อาการไอที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือไอมีเสมหะปนเลือด
  • ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงจนริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียว
  • อาการชักจากไข้สูง (Febrile Seizure)

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเข้าพบแพทย์ กระบวนการวินิจฉัยมักประกอบด้วยการซักประวัติอย่างละเอียดและการตรวจร่างกาย หากอยู่ในช่วงที่มีการระบาด แพทย์จะทำการตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธีการตรวจแบบรวดเร็ว (Rapid Antigen Test) ผ่านการสวอบ (Swab) บริเวณโพรงจมูก เพื่อยืนยันชนิดของสายพันธุ์ไวรัส หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อแทรกซ้อนในปอด แพทย์อาจพิจารณาการเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) หรือตรวจเลือดเพื่อดูค่าการอักเสบ (Complete Blood Count) เพิ่มเติม

การดูแลรักษาและการใช้ยาอย่างถูกต้อง

การรักษาหลักคือการรักษาตามอาการและการให้ยาต้านไวรัสหากอาการรุนแรงหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง

  • การลดไข้: ใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง
  • การเช็ดตัว: ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นในการเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและอุณหภูมิภายในร่างกายสูงขึ้น
  • โภชนาการ: ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หรือดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากการมีไข้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) มาทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการฆ่าเชื้อไวรัส และยังอาจก่อให้เกิดอาการดื้อยา นอกจากนี้ ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กเพราะมีความเสี่ยงต่อภาวะตับและสมองอักเสบรุนแรง (Reye Syndrome)

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ควรยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่เสี่ยงหรือที่มีคนหนาแน่น เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ

สรุปสิ่งที่ต้องทำหากคุณหรือคนในครอบครัวป่วย

  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะไข้และการหายใจ
  • แยกตัวผู้ป่วยเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ
  • ทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด อย่าหยุดยาเองแม้เริ่มรู้สึกดีขึ้น
  • หากมีอาการหายใจหอบเหนื่อยหรือซึมลง อย่ารอจนถึงเช้า ให้รีบไปห้องฉุกเฉินทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down