ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความเจ็บปวด เมื่อร่างกายส่งสัญญาณเตือนจากไข้หวัดใหญ่

อาการปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวเป็นหนึ่งในอาการทรมานที่หลายคนต้องเผชิญเมื่อยามเจ็บป่วย โดยเฉพาะในช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) แพร่ระบาดอย่างหนัก ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมักสับสนระหว่างอาการปวดกล้ามเนื้อจากไข้หวัดใหญ่ กับอาการปวดจากโรคติดเชื้อหรือโรคทางกายอื่นๆ การรู้เท่าทันกลไกของโรคและวิธีสังเกตอาการจึงเป็นกุศลสำคัญในการปกป้องตัวคุณเองและคนที่คุณรัก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ทารก และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิตได้หากได้รับการรักษาล่าช้า

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดเมื่อยจากไข้หวัดใหญ่

เมื่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง เชื้อจะเข้าไปแพร่กระจายในระบบทางเดินหายใจ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบสนองต่อการติดเชื้อด้วยการหลั่งสารสื่ออักเสบที่เรียกว่าไซโตไคน์ (Cytokines) ออกมาเป็นจำนวนมาก สารเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ต่อสู้กับไวรัสเท่านั้น แต่ยังไปกระตุ้นปลายประสาทและทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง (Myalgia) อ่อนเพลียอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาการไข้สูง ปวดศีรษะ และหนาวสั่น ซึ่งแตกต่างจากการติดเชื้อไวรัสทั่วไปที่มักค่อยๆ แสดงอาการทีละน้อย

วิธีแยกอาการปวดตัวจากไข้หวัดใหญ่กับโรคอื่นๆ อย่างแม่นยำ

การแยกแยะต้นตอของอาการปวดตัวเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อแนวทางการรักษา เนื่องจากโรคแต่ละชนิดมีความรุนแรงและแนวทางการดูแลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แพทย์สามารถจำแนกความแตกต่างของกลุ่มโรคที่มีอาการปวดตัวร่วมด้วยได้ดังนี้

1. อาการปวดจากไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

ลักษณะเด่นคือ มีไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที (มักสูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียส) ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามตัวอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณหลัง แขน และขา อ่อนเพลียจนแทบไม่อยากลุกจากเตียง ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอแห้ง เจ็บคอ น้ำมูกไหล และปวดศีรษะ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง

2. อาการปวดจากไข้เลือดออก (Dengue Fever)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ที่มีมียุงลายเป็นพาหะ อาการปวดตัวมักรุนแรงมากจนผู้ป่วยมักเรียกว่าไข้ปวดกระดูก (Breakbone fever) โดยจะปวดลึกถึงกระดูกและข้อต่อ มีไข้สูงลอย 2 ถึง 7 วัน หน้าแดง ตาแดง และอาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกเด่นชัดเหมือนไข้หวัดใหญ่

3. อาการปวดจากโควิดสิบเก้า (COVID-19)

มีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่มากเนื่องจากเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเช่นกัน แต่มักมีอาการสูญเสียการรับรสหรือการได้กลิ่นร่วมด้วยในบางสายพันธุ์ อาการปวดกล้ามเนื้ออาจพบได้แต่ความฉับพลันของไข้และการปวดเมื่อยอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันไปตามภูมิต้านทานและการรับวัคซีนของผู้ป่วย

4. อาการปวดจากกล้ามเนื้ออักเสบทั่วไปหรือการใช้งานเกินกำลัง (General Muscle Strain)

มักมีประวัติการใช้งานกล้ามเนื้อหนัก ยกของผิดท่า หรือออกกำลังกายหักโหม อาการปวดจะจำกัดเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อที่มีการใช้งาน ไม่มีอาการไข้สูง ไม่มีอาการอ่อนเพลียทั่วร่าง และอาการจะดีขึ้นได้เองเมื่อได้พักผ่อนหรือรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อ

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีไข้สูงฉับพลันร่วมกับอาการปวดเมื่อยเนื้อตัวรุนแรงในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาด ให้สันนิษฐานเบื้องต้นไว้ก่อนว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ และควรหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ไข้หวัดใหญ่สามารถหายได้เองหากดูแลรักษาตามอาการ แต่ในกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้ หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่อีกครั้งอย่างรุนแรง
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจจนอกบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือหายใจแล้วเจ็บแปล๊บที่ปอด
  • ซึมลงปลุกไม่ค่อยตื่น สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือมีอาการชัก
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานหลายชั่วโมง
  • อาเจียนรุนแรงหรือไม่สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้เลย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการรับวัคซีนและการสัมผัสผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ การตรวจร่างกายจะเน้นฟังเสียงปอดและตรวจระบบทางเดินหายใจ ในปัจจุบันมีชุดตรวจคัดกรองโรคไข้หวัดใหญ่ที่สะดวกรวดเร็ว (Rapid Influenza Diagnostic Test) โดยใช้การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูก ซึ่งรู้ผลได้ภายในสิบห้าถึงสามสิบนาที นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ปอดเพิ่มเติม หากสงสัยว่ามีภาวะแทรกซ้อนเช่นปอดอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่แบ่งออกเป็นการรักษาตามอาการและการใช้ยาต้านไวรัสตามดุลยพินิจของแพทย์

การใช้ยาต้านไวรัส

หากผู้ป่วยมาพบแพทย์ภายในสองวันแรกที่มีอาการ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs) เช่น โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ซึ่งช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง

การดูแลรักษาตามอาการและการพยาบาลที่บ้าน

  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ดื่มน้ำอุ่นสะอาดให้มากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากไข้และช่วยให้เสมหะเจือจางลง
  • การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) อย่างถูกวิธี โดยใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดตามซอกพับ หน้าผาก และลำตัว เพื่อช่วยระบายความร้อน
  • รับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปอุ่นๆ ที่มีสารอาหารครบถ้วน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคและยังก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาที่เป็นอันตรายในอนาคต

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการลดไข้

การเลือกใช้ยาลดไข้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วย

  • การใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol): ต้องคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด โดยขนาดที่เหมาะสมคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้
  • ข้อห้ามเด็ดขาดเรื่องยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟน: ห้ามให้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อตับและสมอง และควรระมัดระวังการใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในกรณีที่ยังไม่สามารถตัดโรคไข้หวัดใหญ่ออกไปได้ หรือในผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก เพราะอาจทำให้เลือดออก ภายในทางเดินอาหารและเกล็ดเลือดทำงานผิดปกติได้มากขึ้น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันและรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

  • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี: ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เพื่อลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการนอนโรงพยาบาล
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก และปากโดยไม่จำเป็น
  • การใส่หน้ากากอนามัยและการเว้นระยะห่าง: สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด และหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เพื่อให้สามารถรับมือกับอาการป่วยได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ผู้ดูแลควรปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัตินี้อย่างเคร่งครัด

  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด: วัดไข้สม่ำเสมอ และสังเกตระดับความรู้สึกตัวและการหายใจของผู้ป่วย
  • ให้ยาอย่างปลอดภัย: ใช้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว หลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟนโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ประเมินภาวะขาดน้ำ: ดูแลให้ดื่มน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำสะอาดบ่อยๆ สังเกตปริมาณปัสสาวะต้องไม่ลดลง
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีสัญญาณอันตราย: หากมีไข้สูงเกิน 3 วัน หอบเหนื่อย ซึม หรือชัก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down