ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดใหญ่กับการปวดเมื่อยตามร่างกาย สิ่งที่เกิดขึ้นภายในระดับเซลล์

หลายท่านคงเคยประสบกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่ออย่างรุนแรงในช่วงที่ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) จนรู้สึกว่าขยับตัวแต่ละครั้งเป็นเรื่องยากลำบาก อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตจากกลไกการต่อสู้ของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่พยายามกำจัดเชื้อไวรัสที่รุกรานเข้ามา

ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงทำร้ายกล้ามเนื้อและข้อต่อ

สาเหตุหลักที่ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงทำร้ายกล้ามเนื้อและข้อต่อ คือกระบวนการอักเสบในระดับระบบ (Systemic Inflammation) เมื่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เข้าสู่กระแสเลือด ร่างกายจะหลั่งสารสื่อกลางการอักเสบที่เรียกว่า ไซโตไกน์ (Cytokines) ออกมาในปริมาณมาก สารเหล่านี้มีหน้าที่กระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้ทำงาน แต่ในขณะเดียวกันสารดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้เกิดอาการปวดเกร็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และรู้สึกปวดลึกไปถึงข้อต่อ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังอยู่ในสภาวะอักเสบเฉียบพลัน

กลไกการเกิดโรคและการแพร่กระจาย

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ติดต่อผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง เมื่อเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจจะไปจับกับตัวรับในเซลล์เยื่อบุผิว ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจส่วนบนและล่าง หากอาการรุนแรง เชื้ออาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่รุนแรงเกินไป (Cytokine Storm) ซึ่งนำไปสู่การปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง (Myalgia) โดยเฉพาะในบริเวณหลัง ต้นขา และไหล่

คำแนะนำจากคุณหมอ: อาการปวดกล้ามเนื้อในโรคไข้หวัดใหญ่มักจะหายไปเองเมื่อไข้เริ่มลดลง หากอาการปวดไม่ดีขึ้นหลังจากไข้ลดแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาภาวะแทรกซ้อนอื่น เช่น ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลันหรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

การแยกความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่ทั่วไปกับภาวะวิกฤตเป็นเรื่องสำคัญมาก โปรดสังเกตอาการดังต่อไปนี้หากพบต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที:

  • มีไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสต่อเนื่องนานเกิน 3 วัน หรือไข้ที่ลดลงแล้วกลับมาสูงใหม่
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือรู้สึกแน่นหน้าอกตลอดเวลา
  • เด็กเล็กมีอาการซึมลง ไม่ยอมดื่มนม ไม่ยอมรับประทานอาหาร หรือมีภาวะขาดน้ำ (ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ)
  • อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรงจนไม่สามารถยืนหรือเดินได้เอง
  • มีอาการชักร่วมกับไข้สูง หรือระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป (สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง)

วิธีรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การดูแลรักษาหลักคือการรักษาตามอาการเพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอในการต่อสู้กับไวรัส:

  • การใช้ยาพาราเซตามอล: ใช้สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวด โดยให้ในขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ
  • การดื่มน้ำและเกลือแร่: การสูญเสียน้ำผ่านไข้สูงอาจทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อมากขึ้น ควรจิบน้ำสะอาดหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) ตลอดทั้งวัน
  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตามข้อพับและตัวเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดเนื่องจากจะทำให้เกิดอาการหนาวสั่นและไข้พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะ เรย์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะตับและสมองอักเสบเฉียบพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มไอบูโพรเฟนหากยังไม่สามารถตัดประเด็นเรื่องไข้เลือดออกออกไปได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง นอกจากนี้การล้างมือให้สะอาด การสวมหน้ากากอนามัย และการหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาดจะช่วยลดความเสี่ยงในการรับเชื้อได้เป็นอย่างดี

สรุปขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้ดูแล

1. เมื่อเริ่มมีไข้ ให้แยกตัวจากผู้อื่นและสวมหน้ากากอนามัยเสมอ
2. ทานยาตามขนาดที่ระบุโดยแพทย์และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะทานเองโดยเด็ดขาด เพราะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้
3. สังเกตอาการปวดกล้ามเนื้อ หากรุนแรงให้ใช้การพักผ่อนและการประคบอุ่นเบาๆ บริเวณที่ปวด
4. หากไข้ไม่ลดลงภายใน 48-72 ชั่วโมง หรือมีอาการหอบเหนื่อย ให้รีบพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down