ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่และหวัดธรรมดา ทำไมถึงปวดตัวไม่ไหว

เมื่ออาการป่วยเข้าจู่โจม หลายคนมักแยกไม่ออกระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) กับโรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) เนื่องจากอาการเริ่มต้นมีความคล้ายคลึงกัน ทั้งคัดจมูก น้ำมูกไหล และเจ็บคอ แต่สิ่งหนึ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนและทำให้ผู้ป่วยต้องนอนซมบนเตียงคือ อาการปวดเมื่อยตามร่างกายและกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโรคไข้หวัดใหญ่ ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงปวดตัวรุนแรงกว่าห

สาเหตุหลักที่ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่มีอาการปวดตัวรุนแรงมาก มาจากกลไกการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เมื่อเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะหลั่งสารสื่ออักเสบที่เรียกว่า ไซโตไคน์ (Cytokines) ออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค สารเคมีเหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ฆ่าไวรัสเท่านั้น แต่ยังไปกระตุ้นปลายประสาทรับความเจ็บปวด ส่งผลให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายเกิดอาการอักเสบ ตึง และปวดร้าวอย่างรวดเร็ว ต่างจากหวัดธรรมดาที่เกิดจากไวรัสกลุ่มอื่น เช่น ไรโนไวรัส (Rhinovirus) ซึ่งมักไม่กระตุ้นสารอักเสบในระดับที่สูงเท่า ทำให้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่รู้สึกเหมือนถูกรถชนและอ่อนเพลียอย่างหนัก

ทำความรู้จักโรคไข้หวัดใหญ่และความสำคัญทางการแพทย์

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันที่แพร่ระบาดได้ง่ายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าในแต่ละปีมีประชากรทั่วโลกเจ็บป่วยจากโรคนี้หลายล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน กลุ่มคนเหล่านี้หากได้รับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ อาจพัฒนากลายเป็นโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ปอดอักเสบ (Pneumonia) ภาวะหายใจล้มเหลว หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการและระยะลุกลามของโรคไข้หวัดใหญ่

การดำเนินโรคของไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรวดเร็ว แบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (Day 1 - 2): ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยอย่างกะทันหัน (บางครั้งสูงถึง 39 ถึง 40 องศาเซลเซียส) หนาสั่น ปวดศีรษะอย่างรุนแรง และมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามแขนขาและหลังอย่างเด่นชัด
  • ระยะออกอาการเด่นชัด (Day 3 - 5): อาการไข้เริ่มทรงตัวหรือลดลง แต่จะเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินหายใจตามมา เช่น ไอแห้งๆ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล อ่อนเพลียอย่างรุนแรงจนลุกไม่ไหว เบื่ออาหาร และบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย
  • ระยะฟื้นตัว (Day 6 - 7 เป็นต้นไป): อาการไข้และปวดเมื่อยจะค่อยๆ ดีIขึ้นตามลำดับ แต่,อาการอ่อนเพลียและอาการไออาจยังคงหลงเหลืออยู่ได้อีกนาน 1 ถึง 2 สัปดาห์

สัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถหายAได้เองจากการพักผ่อนและการรักษาตามอาการ แต่หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ จำเป็นต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย

  • ไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีกรอบอย่างรวดเร็ว
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง หรือหน้าอกบุ๋มเวลาหายใจ
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน หรือมีอาการชัก
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (ภาวะพร่องออกซิเจน)
  • มีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้เด็กหรือวัยรุ่นที่มีไข้จากไข้หวัดใหญ่รับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) เด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Rye Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ทำให้สมองและตับบวมอักเสบและอาจเสียชีวิตได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติการสัมผัสโรคและประวัติการรับวัคซีน พร้อมทั้งตรวจร่างกายอย่างละเอียด ในปัจจุบันมีชุดตรวจวินิจฉัยโรคไข้หวัดใหญ่แบบรวดเร็ว (Rapid Influenza Diagnostic Test หรือ RIDT) ซึ่งใช้การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกหรือคอ (Nasal/Throat Swab) ทราบผลได้ภายใน 15 ถึง 30 นาที ช่วยให้แพทย์สามารถแยกแยะว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอหรือสายพันธุ์บี และเริ่มให้ยาต้านไวรัสได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ในรายที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ปอดเพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการบรรเทาอาการปวด

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่เน้นการรักษาตามอาการและการใช้ยาต้านไวรัสในกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ ดังนี้

  • การใช้ยาต้านไวรัส: ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) มีประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรคได้ดีที่สุด หากเริ่มรับประทานภายใน 48 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการ
  • การลดไข้และบรรเทาอาการปวด: รับประทานยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว (ขนาด 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด) ห้ามใช้ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือยาในกลุ่มเอ็นแซด (NSAIDs) ทันทีหากยังไม่แน่ใจว่าป่วยเป็นไข้เลือดออกหรือไม่
  • การเช็ดตัวลดไข้ที่ถูกต้อง: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การพักผ่อนและโภชนาการ: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือแร่ (ORS) ในปริมาณมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ รับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่นๆ ที่มีสารอาหารครบถ้วน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ และยังอาจส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาและผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

วิธีป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี (ปีละ 1 ครั้ง) เนื่องจากสายพันธุ์ของไวรัสจะมีการกลายพันธุ์อยู่เสมอ วัคซีนในปัจจุบันครอบคลุมทั้งสายพันธุ์เอและสายพันธุ์บี ช่วยลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการนอนโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ควรปฏิบัติสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก และปาก และรักษาร่างกายให้แข็งแรงด้วยการนอนหลับพักผ่อนและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down