ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงงอแงและหงุดหงิดเวลาที่สื่อสารไม่ได้ดั่งใจ

ภาวะลูกงอแงพูดไม่รู้เรื่องและสื่อสารไม่ได้ดั่งใจ (Communication Frustration) เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยหัดเดิน (Toddler) ช่วงอายุ 1-3 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาทักษะทางภาษาและอารมณ์ ตามหลักการพัฒนาการเด็ก (Child Development) ความหงุดหงิดเหล่านี้มักเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีความต้องการภายในใจ แต่ทักษะการสื่อสาร (Expressive Language) ยังไม่สามารถรองรับความซับซ้อนของความคิดได้ ทำให้เกิดภาวะความคับข้องใจจนแสดงออกมาผ่านการร้องไห้ อาละวาด (Tantrum) หรือการตีโพยตีพายเพื่อเรียกร้องความสนใจ

กลไกการเกิดความคับข้องใจและพัฒนาการทางภาษา

กลไกทางสมองในวัยนี้ พัฒนาการด้านความเข้าใจภาษา (Receptive Language) มักนำหน้าทักษะการพูด (Expressive Language) เสมอ หมายความว่าเด็กสามารถเข้าใจสิ่งที่คุณบอกได้มากกว่าสิ่งที่เขาสามารถพูดออกมาได้ เมื่อเด็กต้องการบางสิ่งแต่ไม่สามารถสื่อสารคำศัพท์ได้ตรงเป้าหมาย หรือผู้ปกครองไม่เข้าใจความต้องการนั้น สมองส่วนอารมณ์ (Amygdala) จะทำงานอย่างหนักจนนำไปสู่การตอบสนองเชิงลบ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี อาจส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองและพัฒนาการด้านสังคมในระยะยาว

สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่บ่งบอกถึงความผิดปกติทางพัฒนาการ

ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างความงอแงตามวัย กับสัญญาณเตือนของพัฒนาการล่าช้า (Developmental Delay) หากบุตรหลานของท่านมีอาการดังต่อไปนี้ ควรเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรมทันที:

  • อายุ 18 เดือนแล้วยังไม่พูดคำที่มีความหมาย หรือไม่ยอมสบตา
  • อายุ 2 ปีแล้วยังไม่สามารถพูดประโยคสั้นๆ 2 คำ (Two-word phrase) ได้ เช่น หม่ำนม, ไปเที่ยว
  • ไม่สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ เช่น หยิบของ หรือชี้บอกสิ่งที่ต้องการ
  • มีพฤติกรรมถอยหลังทางพัฒนาการ คือเคยพูดได้แล้วกลับหยุดพูดไปเฉยๆ
  • ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง หรือมีพฤติกรรมทำซ้ำๆ อย่างผิดสังเกต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากลูกมีอาการหงุดหงิดรุนแรงร่วมกับการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง หรือมีความบกพร่องในการรับรู้ทางสังคมอย่างรุนแรง อย่ามองว่าเป็นเพียงแค่อาการเอาแต่ใจ แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินภาวะออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder) หรือความบกพร่องทางการได้ยินร่วมด้วย

แนวทางปฏิบัติเพื่อฝึกพัฒนาการทางภาษาและลดความหงุดหงิด

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพ่อแม่เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา เพื่อลดความหงุดหงิดของลูก ควรเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสื่อสารดังนี้:

  • การขยายความ (Expansion): เมื่อลูกพูดคำเดี่ยว เช่น พูดว่า นม ให้เราพูดตอบกลับไปว่า อยากดื่มนมใช่ไหมครับ/ค่ะ เพื่อเป็นการเติมเต็มประโยคที่สมบูรณ์ให้ลูกเรียนรู้โครงสร้างภาษา
  • การให้ทางเลือก (Forced Choice): ลดความกดดันโดยการเสนอทางเลือกที่จำกัด เช่น หนูจะใส่เสื้อสีฟ้าหรือสีแดงแทนการถามปลายเปิดว่าอยากใส่อะไร ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่เด็กจะรู้สึกจนมุมในการสื่อสาร
  • การสร้างบทสนทนา (Narrating): พากย์เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น ตอนนี้แม่กำลังล้างจาน ฟองสบู่นุ่มนิ่มจังเลย เพื่อเป็นการเพิ่มคลังคำศัพท์ (Vocabulary) ให้กับเด็กโดยไม่กดดัน
  • การหยุดและรอ (Pause and Wait): เมื่อลูกต้องการของเล่น อย่ารีบยื่นให้ทันที ให้โอกาสลูกได้พยายามสื่อสารผ่านท่าทาง สายตา หรือเสียงก่อน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพูด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้จอภาพ (Screen Time) ก่อนอายุ 2 ปี เป็นปัจจัยลบที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาทักษะทางภาษา เนื่องจากจอภาพเป็นการสื่อสารทางเดียว ไม่มีการโต้ตอบ (Interaction) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ภาษาและการจัดการอารมณ์

การดูแลสุขภาพจิตและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว

ความหงุดหงิดของลูกส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะอารมณ์ของคนเลี้ยง การที่พ่อแม่เครียดหรือตอบโต้ด้วยอารมณ์จะยิ่งกระตุ้นให้เด็กหงุดหงิดมากขึ้น การฝึกความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เริ่มต้นจากการที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นต้นแบบในการจัดการอารมณ์ของตนเอง แสดงให้ลูกเห็นว่าเมื่อรู้สึกไม่พอใจ เราสามารถสื่อสารออกมาด้วยถ้อยคำที่สุภาพหรือการสงบสติอารมณ์ได้อย่างไร

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ (Actionable Checklist)

  • หมั่นชวนลูกคุยในทุกกิจกรรมที่ทำร่วมกัน
  • อ่านนิทานให้ฟังทุกวันเพื่อกระตุ้นจินตนาการและคลังคำศัพท์
  • หากลูกเริ่มหงุดหงิด ให้ใช้วิธีเปลี่ยนบรรยากาศ (Distraction) แทนการดุหรือตี
  • รักษากิจวัตรประจำวันให้สม่ำเสมอ เพื่อลดความวิตกกังวลของเด็ก
  • ปรึกษาแพทย์หากพบสัญญาณ Red Flags ข้างต้นภายในช่วงอายุที่เหมาะสม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down