ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกงอแงและเกาตัวยามดึก: สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรรีบเช็ค

การที่ลูกน้อยมีอาการงอแงผิดปกติในยามค่ำคืน โดยเฉพาะการพยายามเกาตามร่างกาย เป็นสิ่งที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก อาการคันในเด็กมักทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเวลากลางคืนเนื่องจากระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ในร่างกายลดต่ำลง รวมถึงการที่ไม่มีสิ่งเร้าหรือกิจกรรมดึงดูดความสนใจ ทำให้เด็กจดจ่อกับอาการคันได้มากขึ้น การแยกแยะให้ได้ว่าอาการคันและผื่นที่พบเกิดจากโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ผดผื่นคันทั่วไป หรือโรคติดต่ออย่างอีสุกอีใส (Varicella) เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างถูกต้องและทันท่วงที

กลไกการเกิดอาการคันและผื่นในเด็ก

อาการคันเกิดจากการหลั่งสารสื่อประสาทประเภทฮิสตามีน (Histamine) หรือสารอักเสบอื่นๆ ในผิวหนัง ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นที่แตกต่างกันไป ดังนี้:

  • โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis): มักเกิดจากพันธุกรรมร่วมกับความผิดปกติของเกราะป้องกันผิวหนัง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายและเกิดการอักเสบจากสิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
  • โรคอีสุกอีใส (Varicella): เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicella Zoster Virus โดยมีการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยและการสัมผัสโดยตรง เชื้อจะกระตุ้นให้เกิดผื่นแดงและตุ่มน้ำใสที่มีอาการคันรุนแรงกระจายทั่วตัว
  • ผื่นคันจากสิ่งแวดล้อม: เช่น ลมพิษ (Urticaria) จากการแพ้อาหารหรือการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ซึ่งมักมาพร้อมผื่นนูนแดงที่มีขอบเขตชัดเจนและหายไปเองได้ในเวลาไม่นาน

อาการบ่งชี้ที่ช่วยให้แยกแยะโรค

ลักษณะผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

มักมีลักษณะเป็นผื่นแดงแห้ง แตกเป็นขุย หรือมีอาการอักเสบเรื้อรัง มักพบบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา แก้ม หรือลำคอ เด็กจะมีอาการคันเป็นพักๆ โดยเฉพาะเมื่อเหงื่อออกหรืออยู่ในที่อากาศแห้ง

ลักษณะผื่นโรคอีสุกอีใส

เริ่มจากจุดแดงเล็กๆ แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใส (Vesicles) ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นตุ่มหนองและตกสะเก็ดในที่สุด โดยผื่นจะขึ้นพร้อมกับอาการไข้ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร พบผื่นได้ทุกส่วนของร่างกายรวมถึงในช่องปากและหนังศีรษะ

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากลูกมีไข้ร่วมกับผื่นตุ่มน้ำใส ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นโรคอีสุกอีใสและควรแยกเด็กออกจากผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อจนกว่าสะเก็ดจะแห้งสนิท

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบถือเป็นภาวะที่ต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์โดยด่วน:

  • ผื่นมีลักษณะเป็นจุดเลือดออก หรือมีตุ่มน้ำใสที่ดูขุ่นผิดปกติและมีอาการบวมแดงร้อนรอบตุ่ม (สัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน)
  • มีไข้สูงลอยไม่ยอมลดเกิน 3 วัน หรือไข้สูงจัดจนชัก
  • ลูกมีอาการซึมลง ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนม ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ (สัญญาณภาวะขาดน้ำ)
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรืออกบุ๋ม
  • ผื่นกระจายตัวลามอย่างรวดเร็วทั่วร่างกายในเวลาอันสั้น

วิธีดูแลและรักษาอย่างถูกต้อง

การรักษาควรเน้นไปที่การลดอาการคันและการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียจากการแกะเกา ดังนี้:

  • การควบคุมอาการคัน: ใช้ยาแก้แพ้กลุ่มยาต้านฮิสตามีนชนิดรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์ และการใช้โลชั่นสูตรอ่อนโยนที่ปราศจากน้ำหอมทาบำรุงผิว
  • การรักษาตามสาเหตุ: หากเป็นอีสุกอีใส แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสหากอาการรุนแรงหรือเด็กมีความเสี่ยง หากเป็นภูมิแพ้ผิวหนัง แพทย์จะสั่งใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาที่มีความเข้มข้นเหมาะสมกับบริเวณผิวหนัง
  • การดูแลความสะอาด: อาบน้ำด้วยอุณหภูมิปกติ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่คงสมดุลผิว (pH Balanced) และตัดเล็บลูกให้สั้นเพื่อป้องกันการเกาจนผิวหนังถลอก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) ในเด็กที่มีไข้จากโรคติดเชื้อไวรัสเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดกลุ่มอาการราย (Reye Syndrome) ซึ่งส่งผลกระทบต่อตับและสมองอย่างรุนแรง หากมีไข้ให้ใช้เพียงยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาด 10-15 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4-6 ชั่วโมงเท่านั้น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับโรคอีสุกอีใสคือการรับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส (Varicella Vaccine) ตามกำหนดเวลา ส่วนโรคภูมิแพ้ผิวหนังสามารถป้องกันได้ด้วยการหมั่นทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังเป็นประจำ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เช่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์ และการเลือกใช้เสื้อผ้าเนื้อนิ่มที่ระบายอากาศได้ดี

สรุปรายการปฏิบัติสำหรับพ่อแม่

  • สังเกตลักษณะผื่นและไข้ทุกครั้งที่ลูกงอแงยามดึก
  • ตัดเล็บลูกให้สั้นเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการเกา
  • บันทึกอาการและระยะเวลาที่ผื่นปรากฏเพื่อเป็นข้อมูลให้คุณหมอ
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมาทาหรือกินเอง เพราะยาฆ่าเชื้อไม่สามารถรักษาอาการคันจากภูมิแพ้หรือไวรัสได้
  • รีบพบแพทย์เมื่อพบสัญญาณอันตราย เช่น ไข้สูงไม่ลด หรือตุ่มน้ำมีลักษณะอักเสบติดเชื้อ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down