ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกงอแงคล้ายปวดท้อง: ทำไมพ่อแม่ถึงห้ามมองข้าม?

อาการร้องงอแงในเด็กเล็กมักเป็นโจทย์ยากสำหรับพ่อแม่ เพราะเด็กยังไม่สามารถสื่อสารความเจ็บปวดได้โดยตรง โดยเฉพาะอาการปวดท้องที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการท้องอืด หรือโคลิก (Colic) แต่ในทางการแพทย์ อาการปวดท้องในเด็กอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมหรือโรคที่อันตรายถึงชีวิตได้ การแยกแยะอาการปวดที่เกิดจากแก๊สในกระเพาะอาหาร ออกจากภาวะโรคที่รุนแรงจึงเป็นทักษะที่พ่อแม่ทุกคนควรทำความเข้าใจ

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุที่พบบ่อย

อาการปวดท้องในเด็กเกิดได้จากหลายระบบ ทั้งจากระบบทางเดินอาหารโดยตรง หรือผลกระทบจากระบบอื่น ภาวะที่เป็นอันตรายและพบบ่อยในทางกุมารเวชศาสตร์ ได้แก่:

  • ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): เป็นภาวะที่ลำไส้ส่วนต้นเคลื่อนตัวเข้าไปในลำไส้ส่วนปลาย ทำให้เกิดการอุดตันและขาดเลือด มักพบมากในเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  • ไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน (Acute Appendicitis): เกิดจากการอุดตันของไส้ติ่ง ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบ หากไม่ได้รับการรักษาทันที ไส้ติ่งอาจแตกและทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบตามมา
  • ภาวะลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction): เกิดจากพังผืด ก้อนเนื้อ หรือการกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป

สัญญาณเตือนภัย (Red Flags) ที่ต้องพาพบแพทย์ทันที

พ่อแม่ควรสังเกตอาการร่วมที่แสดงถึงภาวะวิกฤต ซึ่งเป็นสัญญาณว่าลูกต้องได้รับการตรวจจากกุมารแพทย์โดยเร่งด่วน:

  • ลูกมีอาการปวดท้องรุนแรงเป็นพักๆ แล้วหยุด แล้วกลับมาปวดใหม่ โดยระหว่างปวดจะร้องไห้งอแงอย่างหนัก
  • มีการอาเจียนเป็นน้ำดี (สีเขียวหรือเหลืองเข้ม)
  • ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด (ลักษณะคล้ายเยลลี่แดง) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะลำไส้กลืนกัน
  • ท้องแข็งเกร็ง กดเจ็บ หรือหน้าท้องบวมตึง
  • มีไข้สูงร่วมกับการปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยด้านขวา
  • เด็กซึมลง ไม่ยอมดื่มนม ไม่ยอมรับประทานอาหาร หรือมีภาวะขาดน้ำ (ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากลูกมีอาการปวดท้องร่วมกับการถ่ายเป็นมูกเลือด หรืออาเจียนพุ่ง อย่ารอจนถึงเช้าหรือให้ยารับประทานเองเด็ดขาด ควรพาไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เพราะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาภาวะลำไส้กลืนกันและไส้ติ่งอักเสบ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  1. การซักประวัติ: ระยะเวลาที่เริ่มปวด ลักษณะการปวด และอาการร่วมอื่นๆ
  2. การตรวจร่างกาย: แพทย์จะคลำหน้าท้องเพื่อดูจุดกดเจ็บและการเกร็งของหน้าท้อง
  3. การตรวจทางรังสีวิทยา: เช่น การทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Ultrasound) เพื่อดูภาวะลำไส้กลืนกัน หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ในกรณีสงสัยไส้ติ่งอักเสบ
  4. การตรวจเลือด: เพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาวและการติดเชื้อในร่างกาย

การดูแลและการรักษาตามหลักการแพทย์

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค:

  • ลำไส้กลืนกัน: แพทย์อาจใช้การสวนล้างลำไส้ด้วยลมหรือสารทึบรังสีเพื่อดันลำไส้ให้กลับมาปกติ แต่หากไม่สำเร็จหรือลำไส้เริ่มเน่าเสีย จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด
  • ไส้ติ่งอักเสบ: เป็นภาวะที่ต้องผ่าตัดออกเท่านั้น โดยในปัจจุบันสามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้ ซึ่งทำให้แผลเล็กและฟื้นตัวเร็ว
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในขณะที่รอลูกมีอาการปวดท้อง ห้ามให้เด็กรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน) หรือยาถ่ายเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารหรือส่งผลให้อาการปวดปิดบังความรุนแรงของโรคได้ ให้ใช้วิธีการปลอบประโลมและงดอาหารน้ำทันทีจนกว่าแพทย์จะตรวจวินิจฉัยเสร็จสิ้น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

แม้โรคทางช่องท้องบางชนิดป้องกันได้ยาก แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วย:

  • การรับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกเพื่อป้องกันการติดเชื้อในทางเดินอาหาร
  • การให้เด็กได้รับวัคซีนพื้นฐานครบถ้วนตามกำหนด
  • การดูแลเรื่องสุขอนามัย ล้างมือก่อนรับประทานอาหารเพื่อป้องกันไวรัสที่เป็นตัวกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองในลำไส้อักเสบ

กล่องสรุป: สิ่งที่พ่อแม่ควรปฏิบัติเมื่อลูกปวดท้อง

  • สังเกตลักษณะการปวด (ปวดต่อเนื่องหรือปวดเป็นพักๆ)
  • บันทึกอาการร่วม (อาเจียน ถ่ายผิดปกติ ไข้)
  • ห้ามให้ยาแก้ปวดหรือยาขับลมเองหากลูกมีอาการผิดปกติร่วมด้วย
  • หากมีอาการ Red Flags ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยไม่ต้องรอเวลา
  • หากแพทย์ให้รับการผ่าตัด ควรรีบตัดสินใจเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down