ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความคับข้องใจของเด็กเมื่อสื่อสารไม่ได้

ปัญหาเรื่องลูกงอแงพูดไม่รู้เรื่องและสื่อสารไม่ได้ดั่งใจ เป็นหนึ่งในความท้าทายที่พบบ่อยที่สุดสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ เมื่อเด็กวัยเตาะแตะหรือวัยเริ่มเรียนต้องเผชิญกับภาวะที่สมองมีความต้องการและความรู้สึกมากมาย แต่ทักษะทางภาษายังพัฒนาตามไม่ทัน เด็กจึงแสดงออกผ่านการร้องไห้ อาละวาด ดึงทึ้ง หรือทิ้งตัวลงพื้น ซึ่งสร้างความเครียดและกังวลใจให้กับผู้เลี้ยงดูอย่างมาก ในฐานะกุปแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการเด็ก การเข้าใจกลไกทางสมองและพฤติกรรมในวัยนี้จะช่วยให้พ่อแม่ปรับมุมมอง และเปลี่ยนความหงุดหงิดเป็นการสนับสนุนที่ถูกจุดได้

สาเหตุและกลไกพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้ากว่าความนึกคิด

ธรรมชาติของสมองเด็กในช่วงขวบปีแรกถึงสามขวบ มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการคิด การจินตนาการ และความต้องการที่จะบอกเล่าสิ่งรอบตัวเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ศูนย์ภาษาในสมอง (Language Center) ทั้งด้านการรับรู้ (Receptive Language) และการเปล่งเสียงเพื่อสื่อสาร (Expressive Language) ยังอยู่ในช่วงกระบวนการเชื่อมโยงของเส้นใยประสาท (Synaptic Connections) ความไม่สมดุลระหว่างความคิดที่ไปไกลกับคำศัพท์ที่มีจำกัด ทำให้เด็กเกิดความคับข้องใจ (Frustration) เมื่อพูดแล้วไม่มีใครเข้าใจ หรือต้องการสื่อสารแต่หาคำพูดไม่ได้ อาการงอแงจึงเป็นภาษาท่าทางรูปแบบแรกที่เด็กเลือกใช้เพื่อระบายความอึดอัดนี้ออกมา

พฤติกรรมบ่งชี้และระยะพัฒนาการทางภาษาที่ควรสังเกต

การแยกแยะระหว่างภาวะงอแงตามวัยกับความผิดปกติด้านพัฒนาการทางภาษา เป็นสิ่งสำคัญที่กุมารแพทย์ให้ความใส่ใจ โดยมีลำดับพัฒนาการและการแสดงออกที่ควรสังเกตดังนี้

  • ระยะแรกเริ่ม (อายุหกเดือนถึงหนึ่งปี): เริ่มส่งเสียงอืออา หันตามเสียง และตอบสนองต่อชื่อตนเอง หากเด็กนิ่งเงiey ไม่สบตา หรือไม่มีการเปล่งเสียงพยัญชนะ อาจเป็นสัญญาณเตือน
  • ระยะเริ่มพูด (อายุหนึ่งปีถึงสองปี): สามารถเข้าใจคำสั่งง่ายๆ และเริ่มพูดคำที่มีความหมายได้อย่างน้อยสามถึงห้าคำ หากเด็กอายุครบสองปีแล้วยังพูดคำเดี่ยวไม่ได้เลย หรือไม่ใช้ภาษาท่าทางเช่นการชี้เพื่อบอกความต้องการ ถือเป็นจุดที่ต้องประเมินเพิ่มเติม
  • ระยะประโยคสั้น (อายุสองปีถึงสามปี): เริ่มรวมคำเป็นประโยคสองคำ เช่น ไปเที่ยว หรือกินน้ำ หากเด็กพูดไม่ชัดเลยจนคนในครอบครัวไม่เข้าใจ หรือพูดเป็นคำศัพท์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครแปลได้ อาจสร้างความหงุดหงิดให้ตัวเด็กเองอย่างรุนแรง

สัญญาณเตือนอันตรายและภาวะที่ต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

แม้ว่าเด็กส่วนใหญ่จะมีพัฒนาการทางภาษาช้าแบบชั่วคราว (Late Talker) แต่มีสัญญาณอันตราย (Red Flags) บางประการที่พ่อแม่ควรพาบุตรหลานมาพบกุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรมอย่างเร่งด่วน ได้แก่

  • เด็กอายุสิบแปดเดือนแล้วยังไม่เคยพูดคำที่มีความหมายเลยสักคำเดียว
  • เด็กอายุสองขวบไม่สามารถพูดประโยคสองคำที่มีความหมายต่อกันได้
  • มีการถดถอยของภาษา คือเคยพูดได้แต่ปัจจุบันหยุดพูดไปเฉยๆ
  • ไม่สบตา ไม่ตอบ ม่มีปฏิกิริยาเมื่อเรียกชื่อ และไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder)
  • มีปัญหาการได้ยินร่วมด้วย เช่น ไม่สะดุ้งเมื่อมีเสียงดัง หรือไม่หันตามเสียงเรียก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อพาเด็กมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะดำเนินการประเมินอย่างละเอียดผ่านกระบวนการมาตรฐาน ดังนี้

  • การซักประวัติพัฒนาการรอบด้าน พฤติกรรมที่บ้าน และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก
  • การตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจการได้ยิน เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางกายภาพ
  • การใช้แบบประเมินพัฒนาการมาตรฐาน เช่น แบบประเมินทักษะภาษาและการสื่อสาร
  • การสังเกตพฤติกรรมการเล่น การสบตา และการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในห้องตรวจ

วิธีดูแลและฝึกพัฒนาการทางภาษาเพื่อลดความหงุดหงิดที่บ้าน

การช่วยให้เด็กสื่อสารได้ดีขึ้นและลดความงอแง อาศัยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษาในชีวิตประจำวัน โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง

  • ลดเวลาการใช้อุปกรณ์หน้าจอ (Screen Time): หน้าจอดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือโทรทัศน์ เป็นการสื่อสารทางเดียว (One-way communication) ซึ่งขัดขวางพัฒนาการทางภาษาและการสบตาอย่างมีนัยสำคัญ
  • ใช้วิธีพูดคุยและบรรยายเหตุการณ์ (Self-talk and Parallel talk): พูดสิ่งที่ตนเองกำลังทำ หรือพูดสิ่งที่เด็กกำลังทำอยู่ เพื่อให้เด็กเชื่อมโยงเสียงเข้ากับสถานการณ์จริง
  • สอนภาษาท่าทางควบคู่กับคำพูด: การใช้ภาษามือเด็ก (Baby Sign Language) หรือการชี้สิ่งของ ช่วยลดความคับข้องใจในขณะที่เด็กยังเปล่งเสียงไม่คล่อง
  • รอคอยและให้เวลาเด็ก: เมื่อเด็กพยายามจะพูด อย่าเพิ่งรีบขัดจังหวะหรือเดาคำตอบให้ทั้งหมด ให้เวลาเด็กได้เรียบเรียงความคิดและเปล่งเสียงออกมา
  • อ่านหนังสือนิทานร่วมกันทุกวัน: การชี้ภาพและตั้งคำถามปลายเปิดระหว่างอ่าน ช่วยกระตุ้นคลังคำศัพท์และจินตนาการของเด็กได้อย่างยอดเยี่ยม
คำแนะนำจากคุณหมอ: ความใจเย็นและการตอบสนองเชิงบวกของพ่อแม่ คือกุญแจสำคัญที่สุด เมื่อลูกงอแงเพราะสื่อสารไม่ได้ ให้คุณแม่คุณพ่อเข้าไปโอบกอดเพื่อลดระดับความเครียดในสมองของเด็กก่อน แล้วจึงค่อยช่วยแปลความรู้สึกของเขาเป็นคำพูด เช่น หนูอยากกินน้ำใช่ไหมคะ ลูกจะได้เรียนรู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรและนำไปใช้ในครั้งต่อไป

ข้อควรระวังและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการฝึกพูดให้เด็ก

การเลี้ยงดูเด็กที่มีปัญหาการสื่อสารต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้อาการแย่ลงโดยไม่รู้ตัว

  • ห้ามตำหนิ บังคับ หรือล้อเลียน: การบอกให้เด็กหยุดร้องไห้งี่เง่า หรือการล้อเลียนสำเนียงการพูดของเด็ก จะทำให้เด็กสูญเสียความมั่นใจและยิ่งปิดกั้นการสื่อสาร
  • ห้ามตอบสนองความต้องการทันทีด้วยความรำคาญ: หากเด็กชี้และส่งเสียงอู้อี้แล้วพ่อแม่รีบหยิบให้ทันทีโดยไม่ฝึกให้เด็กพูดหรือใช้ท่าทางที่ชัดเจน เด็กจะไม่เห็นความจำเป็นในการพัฒนาภาษา
  • ห้ามปล่อยให้เด็กอยู่กับพี่เลี้ยงที่เป็นจอภาพ: การให้พี่เลี้ยงอิเล็กทรอนิกส์เลี้ยงดูแทนการพูดคุยกับมนุษย์ ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าอย่างถาวรได้

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางพัฒนาการระยะยาว

การป้องกันภาวะการสื่อสารติดขัดและส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่สมวัย สามารถทำได้ตั้งแต่แรกเกิดโดยการสร้างบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นภายในครอบครัว ส่งเสริมให้มีการพูดคุย สบตา ร้องเพลง และทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ การให้โภชนาการที่เหมาะสมและการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ก็มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านพบว่าบุตรหลานมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าร่วมกับอาการทางพฤติกรรมอื่นๆ เช่น ไม่สนใจคนรอบข้าง เรียกชื่อไม่หัน หรือมีความสนใจหมกมุ่นกับบางสิ่งบางอย่างเป็นพิเศษ ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรมทันที การได้รับการวินิจฉัยและกระตุ้นพัฒนาการในช่วงอายุก่อนสามขวบ (Critical Period) จะให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีเยี่ยมที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down