ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะกลั้นหายใจขณะร้องไห้ในเด็กเล็ก (Breath-Holding Spells)

อาการลูกร้องไห้จนหน้าเขียว หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะกลั้นหายใจขณะร้องไห้ (Breath-Holding Spells) เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเด็กวัยหัดเดิน (Toddler) อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเด็กมีความรู้สึกไม่พอใจ ตกใจ หรือได้รับความเจ็บปวด โดยเด็กจะร้องไห้เสียงดังแล้วจู่ๆ ก็หยุดหายใจไปชั่วขณะ ส่งผลให้ริมฝีปากหรือใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หรือในบางรายอาจตัวซีดขาวร่วมด้วย

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการหน้าเขียว

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของเด็ก แต่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ต่อสิ่งเร้าทางอารมณ์ กลไกหลักคือเมื่อเด็กเสียใจหรือโกรธจัด ร่างกายจะตอบสนองด้วยการกลั้นหายใจในจังหวะหายใจออก ซึ่งหากกลั้นนานเกินไป จะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลงชั่วคราว ส่งผลให้เกิดอาการหน้าเขียว หรือที่เรียกว่า Cyanotic Breath-Holding Spells

กลุ่มเสี่ยงและช่วงอายุที่พบบ่อย

อาการนี้มักพบได้บ่อยในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 6 ปี โดยจะพบมากที่สุดในช่วงอายุ 1-2 ปี และมักหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้นเมื่อระบบประสาทมีความสมบูรณ์มากขึ้น เด็กบางรายอาจมีประวัติคนในครอบครัวเคยมีอาการลักษณะเดียวกันในช่วงวัยเด็กได้

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อลูกมีอาการ

เมื่อพบว่าลูกมีอาการร้องไห้จนหน้าเขียว สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติ และปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

  • คงความสงบ: อย่าตื่นตระหนกหรือเขย่าตัวเด็กแรงๆ เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
  • จัดท่าทางให้ปลอดภัย: วางตัวเด็กให้นอนราบกับพื้นในที่โล่ง ห่างจากของมีคม หรือมุมโต๊ะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหากเด็กเกิดอาการเกร็งตัวหรือหมดสติชั่วคราว
  • สังเกตการณ์: คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่นออก เพื่อให้เด็กหายใจได้สะดวกขึ้น
  • ห้ามงัดปาก: ไม่ควรใช้นิ้วหรือสิ่งของงัดปากเด็ก หรือพยายามกดหน้าอก เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อช่องปากและทางเดินหายใจ
  • รอให้ผ่านช่วงวิกฤต: โดยส่วนใหญ่เด็กจะกลับมาหายใจได้เองภายในเวลาไม่กี่วินาทีถึง 1 นาที เมื่อระดับออกซิเจนในเลือดกลับสู่ปกติ เด็กจะค่อยๆ รู้สึกตัวและกลับมาหายใจตามปกติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: เมื่อเด็กฟื้นคืนสติ อย่าพยายามตำหนิ หรือลงโทษเด็กที่ร้องไห้จนหน้าเขียว เพราะจะยิ่งทำให้เด็กเกิดความเครียดหรือกดดัน ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการซ้ำได้ง่ายขึ้น ให้แสดงความรักและปลอบโยนเมื่อเด็กเริ่มสงบลงแล้ว

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

แม้ว่าภาวะกลั้นหายใจขณะร้องไห้ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มีบางกรณีที่ผู้ปกครองควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ได้แก่:

  • อาการเกิดขึ้นในเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน
  • เด็กมีอาการเกร็ง กระตุก หรือหมดสตินานเกินกว่า 1 นาที
  • เด็กมีอาการหน้าซีดขาว (Pallid Breath-Holding Spells) ซึ่งสัมพันธ์กับอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้าลงมากกว่าปกติ
  • เด็กมีอาการเหนื่อยหอบ หรือเขียวคล้ำในขณะที่ไม่ได้กำลังร้องไห้
  • มีอาการชักที่ผิดปกติร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะราด หรือไม่ฟื้นคืนสติในเวลาที่ควรจะเป็น
  • มีประวัติโรคหัวใจหรือความผิดปกติของระบบประสาทในครอบครัว

การป้องกันและการดูแลในระยะยาว

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำความเข้าใจพฤติกรรมและอารมณ์ของลูก

  • การจัดการอารมณ์: สังเกตตัวกระตุ้นที่ทำให้ลูกโกรธหรือเสียใจ และพยายามเบี่ยงเบนความสนใจก่อนที่อารมณ์ของลูกจะรุนแรงถึงขั้นกลั้นหายใจ
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่สงบ: หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้นให้เด็กเครียดจัดหรือเอาแต่ใจเกินเหตุ
  • การปรึกษาแพทย์: หากอาการเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนรบกวนชีวิตประจำวัน กุมารแพทย์อาจตรวจร่างกายเพิ่มเติม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือการตรวจเลือดเพื่อหาภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดอาการนี้ได้ง่ายขึ้น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้วิธีการใช้น้ำสาดหน้าหรือตบหน้าเด็กอย่างแรงเพื่อเรียกสติ เพราะการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กและอาจทำให้เกิดการสำลักน้ำเข้าปอดได้โดยไม่ตั้งใจ

สรุปสิ่งที่พ่อแม่ต้องปฏิบัติ

เมื่อลูกร้องไห้จนหน้าเขียว พ่อแม่ต้องปฏิบัติในฐานะผู้ดูแลที่ดีดังนี้:

  1. ตั้งสติ: สูดหายใจเข้าลึกๆ และมองดูลูกอย่างใกล้ชิด
  2. ปลอดภัย: วางลูกในที่ราบ ปลอดภัย
  3. อดทน: รอคอยอย่างสงบ ปล่อยให้ระบบประสาทของลูกปรับสมดุลเอง
  4. สังเกต: หากเกิน 1 นาที หรือมีอาการเกร็งผิดปกติ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลหรือติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down