ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะลำไส้กลืนกันในเด็ก อันตรายที่พ่อแม่ห้ามมองข้าม

ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) คือหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมที่พบบ่อยที่สุดในทารกและเด็กเล็ก โดยเกิดจากการที่ลำไส้ส่วนต้นเคลื่อนตัวเข้าไปในลำไส้ส่วนปลายที่อยู่ถัดไปในลักษณะคล้ายการพับของกล้องส่องทางไกล ส่งผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหาร การบีบตัวของลำไส้ที่ผิดปกติ และหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะลำไส้ขาดเลือด เนื้อเยื่อลำไส้ตาย หรือเกิดรูรั่วในช่องท้องได้ ภาวะนี้มักพบได้บ่อยที่สุดในช่วงอายุ 5 เดือนถึง 3 ปี หากพ่อแม่สังเกตเห็นลูกร้องไห้ผิดปกติแบบปวดบิดเป็นพักๆ ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุที่แท้จริง

ในเด็กส่วนใหญ่ (ประมาณร้อยละ 90) ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า Idiopathic Intussusception โดยเชื่อว่าอาจเกิดจากการที่ต่อมน้ำเหลืองในผนังลำไส้โตขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร ทำให้ผนังลำไส้หนาตัวและกลายเป็นจุดนำ (Lead point) ที่ทำให้ลำไส้เคลื่อนเข้าไปซ้อนกันได้ง่ายขึ้น

ส่วนในเด็กอีกกลุ่มหนึ่ง อาจมีจุดนำที่เกิดจากความผิดปกติทางกายภาพ เช่น ติ่งเนื้อในลำไส้ (Polyp), เนื้องอก, หรือภาวะผนังลำไส้โป่งพองผิดปกติแต่กำเนิด (Meckel diverticulum) ซึ่งแม้จะพบน้อยกว่าแต่เป็นสิ่งที่คุณหมอต้องเฝ้าระวังในการวินิจฉัย

สัญญาณเตือนและอาการที่บ่งบอกภาวะลำไส้กลืนกัน

อาการปวดท้องในภาวะลำไส้กลืนกันมีรูปแบบที่ค่อนข้างจำเพาะเจาะจง ซึ่งพ่อแม่สามารถสังเกตได้ดังนี้:

  • อาการปวดท้องเป็นพักๆ (Colicky Pain): ลูกจะร้องไห้งอแงรุนแรงและกะทันหันจนตัวงอ หรือดึงขาทั้งสองข้างขึ้นชิดหน้าอก เหมือนคนปวดท้องอย่างรุนแรง จากนั้นจะหยุดร้องและทำท่าทางเหมือนปกติหรือดูอ่อนเพลีย แล้วกลับมาร้องไห้รุนแรงอีกครั้งตามรอบการบีบตัวของลำไส้
  • อาเจียน: มักพบอาการอาเจียนร่วมด้วย ในช่วงแรกอาจเป็นอาหารที่ทานเข้าไป แต่หากปล่อยไว้นานอาจอาเจียนเป็นน้ำดีสีเขียวหรือเหลืองเข้ม
  • ลักษณะอุจจาระผิดปกติ: สัญญาณสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์คือ อุจจาระที่มีลักษณะคล้ายเยลลี่สีแดงหรือมูกเลือด (Currant Jelly Stool) ซึ่งเกิดจากการที่ผนังลำไส้เสียดสีและมีเลือดซึมออกมา
  • ก้อนในท้อง: แพทย์อาจตรวจพบก้อนที่หน้าท้อง (Abdominal Mass) ซึ่งมักมีลักษณะคล้ายไส้กรอกเมื่อคลำผ่านหน้าท้อง
  • อาการเพลียและซึม: ในระยะที่อาการลุกลาม เด็กจะมีอาการซึมลง ไม่เล่น ไม่ยอมดูดนม หรือมีอาการขาดน้ำร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์ (Red Flag Symptoms): หากลูกมีอาการร้องไห้กวนอย่างรุนแรงสลับกับอาการเพลียซึม ร่วมกับอุจจาระมีมูกเลือดปน หรืออาเจียนเป็นน้ำดี ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบไปโรงพยาบาลที่มีห้องฉุกเฉินหรือศัลยแพทย์เด็กทันที เพราะภาวะนี้มีเวลาทองในการรักษาเพื่อป้องกันลำไส้เน่าตาย

การวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินเบื้องต้นด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากสงสัยภาวะนี้ แพทย์จะส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล:

  • การทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): เป็นวิธีที่ไวและแม่นยำที่สุด โดยจะเห็นลักษณะลำไส้ซ้อนกันเป็นวงซ้อนกัน (Target Sign หรือ Pseudokidney Sign)
  • การเอกซเรย์ด้วยการสวนแป้งหรือลม (Air/Contrast Enema): ในบางกรณีแพทย์อาจใช้วิธีสวนลมเข้าไปเพื่อดัดลำไส้ให้คืนตัว ซึ่งเป็นการวินิจฉัยควบคู่ไปกับการรักษา

วิธีรักษาที่ถูกต้อง

การรักษาขึ้นอยู่กับระยะเวลาและความรุนแรงของอาการ:

  • การสวนลมหรือของเหลว (Non-operative reduction): หากตรวจพบเร็วและไม่มีภาวะลำไส้ทะลุ แพทย์จะสวนลมหรือแป้งผ่านทางทวารหนัก เพื่อดันลำไส้ที่กลืนกันให้คลายตัวออก ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานและได้ผลดีมาก
  • การผ่าตัด (Surgical intervention): หากการสวนลมไม่สำเร็จ หรือมีภาวะลำไส้เน่าตายจากการขาดเลือด จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อดันลำไส้ออกหรือตัดส่วนที่เสียหายทิ้ง
คำแนะนำจากคุณหมอ: พ่อแม่ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดหรือยาลดไข้ให้ลูกทานเองหากสงสัยว่ามีอาการปวดท้องรุนแรง เพราะอาจทำให้การประเมินอาการของแพทย์ล่าช้าและบดบังอาการสำคัญไปได้ การสังเกตพฤติกรรมและความถี่ในการร้องไห้เป็นข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการช่วยคุณหมอวินิจฉัย

การป้องกันและบทสรุป

ภาวะลำไส้กลืนกันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้โดยไม่คาดฝัน การสร้างเสริมสุขภาพให้เด็กมีความแข็งแรง การรับวัคซีนตามกำหนดโดยเฉพาะวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus) อาจช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในลำไส้ที่ส่งผลต่อการโตของต่อมน้ำเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม หากพบอาการต้องสงสัย การรวดเร็วในการพบแพทย์คือหัวใจสำคัญของการรักษาที่ดีที่สุดและลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down