ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กินอาหารอะไรดีเมื่อเป็นงูสวัด: ไขความลับโภชนาการพิชิตไวรัสร้าย

โรคงูสวัด (Shingles) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) โดยหลังจากที่เราหายจากโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก เชื้อไวรัสนี้จะไม่ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายอย่างหมดจด แต่จะซ่อนตัวอยู่ตามปมประสาท (Sensory Nerve Ganglia) รอจังหวะที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว เชื้อไวรัสก็จะตื่นตัวและเคลื่อนตัวตามเส้นประสาทมาแสดงอาการทางผิวหนัง ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนและมีผื่นตุ่มน้ำใสขึ้นตามแนวเส้นประสาท การดูแลรักษาจึงไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ยาต้านไวรัสและการรักษาตามอาการเท่านั้น แต่โภชนาการและการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ และเร่งกระบวนการซ่อมแซมเส้นประสาทให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคงูสวัด

กลไกการเกิดโรคงูสวัดเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เมื่อบุคคลเคยเป็นโรคอีสุกอีใส ระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อไวรัสนี้ไว้ได้ แต่เชื้อไวรัสบางส่วนจะหลบหนีเข้าไปแฝงตัวอยู่ในปมประสาทไขสันหลังหรือปมประสาทกะโหลกศีรษะ เมื่อเวลาผ่านไปหรือเมื่อภูมิคุ้มกันเซลล์ (Cell-mediated Immunity) ลดลงตามวัยหรือจากภาวะเจ็บป่วย เชื้อไวรัสจะเบ่ง (Reactivate) และเพิ่มจำนวนขึ้น เดินทางผ่านเส้นประสาทมายังผิวหนังที่เส้นประสาทนั้นเลี้ยงอยู่ ทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทและเกิดตุ่มน้ำใสเรียงตัวเป็นกลุ่ม กลุ่มเสี่ยงสำคัญที่มักพบโรคงูสวัดได้บ่อยและมีความรุนแรงได้แก่ ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีขึ้นไป ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรคของงูสวัด

อาการของโรคงูสวัดมักแบ่งออกเป็นสามระยะอย่างชัดเจน ซึ่งผู้ป่วยควรสังเกตตนเองเพื่อรับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนี้

  • ระยะก่อนเกิดผื่น (Prodromal Phase): ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ยิบๆ หรือเสียวแปลบ บริเวณผิวหนังตามแนวเส้นประสาท ก่อนที่จะเห็นผื่นจริง อาการนี้อาจเข้าใจผิดว่าเป็นโรคอื่น เช่น ปวดกล้ามเนื้อ หรือโรคหัวใจ (หากเกิดบริเวณหน้าอก) อาจมีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลียร่วมด้วย ระยะนี้มักกินเวลาประมาณหนึ่งถึงห้าวัน
  • ระยะเกิดผื่นและตุ่มน้ำใส (Acute Eruptive Phase): จะเริ่มมีผื่นสีแดงขึ้นตามแนวเส้นประสาทที่ปวด จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสขนาดเล็กเรียงตัวเป็นกลุ่มคล้ายพวงองุ่น ตุ่มน้ำเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็นหนองขุ่นในเวลาต่อมา แล้วแตกออกเป็นแผลตื้นๆ ก่อนจะตกสะเก็ด ระยะนี้มักมีอาการปวดแสบปวดร้อนร่วมด้วยอย่างรุนแรง และอาจใช้เวลาสองถึงสี่สัปดาห์กว่าสะเก็ดจะหลุดหมด
  • ระยะหลังผื่นหายหรืออาการปวดเรื้อรัง (Post-herpetic Neuralgia - PHN): แม้ว่าผื่นและแผลบนผิวหนังจะหายสนิทดีแล้ว แต่ผู้ป่วยบางราย (โดยเฉพาะผู้สูงอายุ) อาจยังมีอาการปวดแสบปวดร้อนเรื้อรังบริเวณเดิมต่อเนื่องไปอีกหลายเดือนหรือหลายปี เนื่องจากเส้นประสาทได้รับความเสียหายจากตัวไวรัส
สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms): หากผู้ป่วยมีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณใบหน้า ใกล้ดวงตา หรือที่ปลายจมูก ต้องรีบไปพบแพทย์จักษุแพทย์และอายุรแพทย์ทันที เนื่องจากเชื้ออาจลามเข้าสู่กระจกตาทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ นอกจากนี้หากมีไข้สูงมาก ซึมลง สับสน หรือผื่นกระจายตัวทั่วร่างกาย (Disseminated Shingles) ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยด่วน

วิธีรักษาทางการแพทย์และการดูแลตัวเองเบื้องต้น

การรักษางูสวัดให้ได้ผลดีที่สุดต้องเริ่มภายในเจ็ดสัปดาห์แรก (ดีที่สุดคือภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแรก) นับตั้งแต่เริ่มมีผื่นขึ้น แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาต้านไวรัส เช่น ยาอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir), วาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) หรือแฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) เพื่อช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส ลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรัง นอกจากนี้ยังมีการให้ยาแก้ปวดตามระดับความรุนแรง เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) หรือยากลุ่มบรรเทาอาการปวดปลายประสาท (Nerve Pain Modulators) รวมถึงการดูแลรักษาแผลที่ผิวหนังให้สะอาด ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ห้ามแกะเกาตุ่มน้ำ และควรใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดแผลเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นที่ยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส

กินอาหารอะไรดีเมื่อเป็นงูสวัด: โภชนาการฟื้นฟูและเสริมภูมิคุ้มกัน

โภชนาการมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับไวรัส และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อเส้นประสาทที่เสียหาย อาหารที่ผู้เป็นงูสวัดควรรับประทาน ได้แก่

  • อาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีน (Lysine) สูง: ไลซีนเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยยับยั้งการเติบโตและการจำลองตัวเองของไวรัสในตระกูลเริมและงูสวัด แหล่งอาหารที่มีไลซีนสูง ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อไก่ เนื้อหมูไม่ติดมัน ไข่ นม โยเกิร์ต ชีส และถั่วเหลือง
  • อาหารอุดมด้วยวิตามินซี (Vitamin C): วิตามินซีช่วยเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยลดการอักเสบ พบมากในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี่ รวมถึงผักใบเขียวและพริกหวาน
  • อาหารที่มีวิตามินบีรวม (Vitamin B-Complex): วิตามินบีหนึ่ง บีหก และบีสิบสอง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบำรุงและฟื้นฟูระบบประสาท ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวเส้นประสาท แหล่งอาหารสำคัญ ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ถั่วต่างๆ เมล็ดพืช ตับ และเนื้อสัตว์
  • อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุสังกะสี (Zinc): สังกะสีช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น พบได้ในหอยนางรม เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และเนื้อสัตว์
  • โปรตีนคุณภาพดี: ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังและเนื้อเยื่อที่ถูกไวรัสทำลาย ควรเลือกเนื้อปลา ไข่ขาว และโปรตีนจากพืช
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอวันละแปดถึงสิบแก้วมีความสำคัญมาก ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดี ขับของเสีย และช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังในระหว่างที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อ

อาหารที่ควรเลี่ยงหรือหลีกเลี่ยงเด็ดขาดเมื่อเป็นงูสวัด

ในทางกลับกัน มีสารอาหารและกลุ่มอาหารบางประเภทที่อาจส่งผลกระตุ้นให้ไวรัสเจริญเติบโตได้ดีขึ้น หรือส่งเสริมให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงขึ้น ซึ่งผู้ป่วยควรงดเว้นในช่วงที่กำลังป่วย ได้แก่

  • อาหารที่มีกรดอะมิโนอาร์จินีน (Arginine) สูง: ไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ใช้กรดอะมิโนอาร์จินีนเป็นวัตถุดิบในการสังเคราะห์โปรตีนและเพิ่มจำนวน การรับประทานอาหารที่มีอาร์จินีนสูงอาจทำให้ไวรัสแพร่กระจายตัวได้ดีขึ้น อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงเป็นงูสวัด ได้แก่ ช็อกโกแลต ถั่วลิสง อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดงา ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ตบางชนิด และมะพร้าว
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูงและแป้งขัดขาว: น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวจะไปกดการทำงานของเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงชั่วคราว ส่งผลให้ร่างกายต่อสู้กับไวรัสได้ช้าลง และอาจทำให้อาการอักเสบแย่ลง
  • อาหารแปรรูปและอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง: อาหารฟาสต์ฟู้ด ของทอด ของมัน และเนื้อสัตว์แปรรูป ก่อให้เกิดภาวะอักเสบในร่างกาย (Systemic Inflammation) ซึ่งขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูของระบบภูมิคุ้มกันและเส้นประสาท
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์ไม่เพียงแต่ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดต่ำลง แต่ยังทำปฏิกิริยากับยาต้านไวรัสและยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ทำให้ตับทำงานหนักขึ้น และทำให้เส้นประสาทอักเสบมากขึ้น

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันโรคงูสวัดที่ดีที่สุดคือการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด นอกจากนี้ในปัจจุบันทางการแพทย์มีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingles Vaccine) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการเกิดโรค และช่วยลดความรุนแรงของอาการรวมถึงลดโอกาสการเกิดอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังหลังเป็นงูสวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำ

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยงูสวัด

  • รีบพบแพทย์ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแรกเพื่อรับยาต้านไวรัสที่ตรงจุด
  • รับประทานอาหารที่มีไลซีนสูง วิตามินบีรวม วิตามินซี และสังกะสี เพื่อช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูเส้นประสาท
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีอาร์จินีนสูง น้ำตาลสูง ของทอด และงดแอลกอฮอล์เด็ดขาด
  • ดูแลรักษาแผลให้สะอาด ห้ามแกะเกาตุ่มน้ำ และใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เพื่อลดการเสียดสี
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวไวที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down