ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องงูสวัด: ทำไมการกินยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา

โรคชิงเฮงหรือที่เรารู้จักกันในชื่อสามัญว่าโรคงูสวัด (Shingles) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) ในอดีต เมื่อบุคคลใดเคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้ว เมื่อหายจากโรค เชื้อไวรัสนี้จะไม่ถูกกำจัดออกจากร่างกายทั้งหมด แต่จะเดินทางไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ปมประสาท (Sensory Nerve Ganglia) บริเวณไขสันหลังหรือกะโหลกศีรษะ และจะสงบตัวอยู่เช่นนั้นนานหลายปี

เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น จากความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความสูงวัย โรคประจำตัวเรื้อรัง หรือการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เชื้อไวรัสที่เคยหลบซ่อนอยู่จะกลับมาเบ่งบานและเพิ่มจำนวนอีกครั้ง จากนั้นจะเดินทางตามเส้นประสาทมาสู่ผิวหนังที่เส้นประสาทนั้นเลี้ยงอยู่ ส่งผลให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนและมีผื่นตุ่มน้ำใสขึ้นตามแนวเส้นประสาทอย่างชัดเจน

ในมุมมองทางการแพทย์ การรักษาโรคงูสวัดให้หายไวและลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนระยะยาว โดยเฉพาะอาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Post-Herpetic Neuralgia) ซึ่งสร้างความทรมานให้แก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก กุญแจสำคัญคือการได้รับยาต้านไวรัสภายในช่วงเวลาทอง (Golden Period) หรือภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแรกนับตั้งแต่เริ่มมีผื่นตุ่มน้ำใสปรากฏขึ้น

ประเภทของยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคงูสวัดและการออกฤทธิ์

คำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ป่วยคือ เป็นงูสวัดกินยาอะไรถึงหายไว คำตอบทางการแพทย์คือผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสเฉพาะเจาะจง ซึ่งแตกต่างจากการรักษาด้วยยาแก้ปวดหรือยาทาภายนอกทั่วไป ยาต้านไวรัสจะทำหน้าที่ยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ ช่วยให้แผลแห้งเร็วขึ้น ลดความรุนแรงของอาการปวด และลดระยะเวลาในการเจ็บป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ยาต้านไวรัสหลักๆ ที่แพทย์พิจารณาจ่ายให้กับผู้ป่วยโรคงูสวัดประกอบด้วย:

  • อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir): เป็นยาต้านไวรัสรุ่นแรกที่มีความปลอดภัยสูง แต่วิธีการรับประทานค่อนข้างถี่ โดยทั่วไปต้องรับประทานวันละห้าครั้ง เป็นเวลาเจ็ดถึงสิบวัน
  • วาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir): เป็นยาที่พัฒนาต่อยอดมาจากอะไซโคลเวียร์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นอะไซโคลเวียร์ ข้อดีคือมีความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่า ทำให้รับประทานน้อยครั้งลง เหลือเพียงวันละสามครั้ง ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการกินยาของผู้ป่วย
  • แฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir): เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งเชื้อไวรัส และมีรูปแบบการรับประทานที่สะดวกเช่นเดียวกัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การซื้อยาต้านไวรัสรับประทานเองจากร้านขายยาโดยไม่ผ่านการประเมินจากแพทย์หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้ได้รับขนาดยาที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องแจ้งแพทย์ทุกครั้ง เนื่องจากยาต้านไวรัสบางชนิดต้องมีการปรับลดขนาดยาตามค่าการทำงานของไตเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อาการและลำดับขั้นตอนการดำเนินโรคของงูสวัด

การสังเกตอาการของโร่องูสวัดในแต่ละระยะจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่โรคจะลุกลามรุนแรง โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะสำคัญดังนี้

ระยะก่อนเกิดผื่น (Prodromal Phase)

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ยิบๆ หรือเสียวแปลบ บริเวณผิวหนังข้างใดข้างหนึ่งของร่างกายตามแนวเส้นประสาท อาการนี้อาจเกิดขึ้นนำมาก่อนที่จะมีผื่นผิวหนังปรากฏให้เห็นประมาณหนึ่งถึงห้าวัน บางรายอาจมีอาการไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโต ร่วมด้วย ซึ่งในระยะนี้มักทำให้วินิจฉัยโรคได้ยากเนื่องจากยังไม่มีรอยโรคที่ผิวหนัง

ระยะที่มีผื่นและตุ่มน้ำใส (Acute Eruptive Phase)

ต่อมาจะเริ่มมีผื่นสีแดงขึ้นตามแนวเส้นประสาทที่เคยมีอาการปวด จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสกลุ่มเล็กๆ คล้ายตุ่มอีสุกอีใส แต่มักอยู่ชิดติดกันเป็นกลุ่ม บริเวณที่พบบ่อยคือบริเวณลำตัว สีข้าง หรือใบหน้า ตุ่มน้ำเหล่านี้จะเริ่มขุ่นขึ้นในเวลาต่อมาและแตกออกเป็นแผลถลอก ก่อนที่จะตกสะเก็ดและแห้งไปเองในที่สุด ระยะนี้กินเวลาประมาณสองถึงสัปดาห์

ระยะฟื้นตัวและภาวะแทรกซ้อน

เมื่อแผลตกสะเก็ดและหลุดออก ผิวหนังบริเวณนั้นอาจมีรอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลง ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีขึ้นไป อาจยังคงมีอาการปวดแปลบเรื้อรังบริเวณแผลเดิมแม้ว้ารอยโรคที่ผิวหนังจะหายสนิทแล้ว ซึ่งเรียกว่าภาวะปวดตามแนวเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Post-Herpetic Neuralgia)

สัญญาณเตือนอันตรายและข้อควรระวัง Red Flag Symptoms

แม้โรคงูสวัดส่วนใหญ่จะสามารถรักษาให้หายได้ แต่มีบางกรณีที่เชื้อไวรัสลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญ ซึ่งผู้ป่วยต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วนหากพบสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้

  • งูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้าและดวงตา (Herpes Zoster Ophthalmicus): หากมีตุ่มน้ำใสขึ้นที่บริเวณใบหน้า หน้าผาก ปลายจมูก หรือรอบดวงตา ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางจักษุวิทยา เพราะเชื้อไวรัสอาจลุกลามเข้าสู่กระจกตา ทำให้เกิดแผลที่กระจกตา ตาอักเสบอย่างรุนแรง หรือเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านตาและผิวหนังทันที
  • งูสวัดลุกลามเข้าสู่ระบบประสาทหู: ส่งผลให้มีอาการใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก การได้ยินลดลง มีเสียงดังในหู หรือสูญเสียการทรงตัว
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการซึมหรือสับสน: บ่งบอกถึงการติดเชื้อที่ลุกลามเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
  • แผลติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน: บริเวณตุ่มน้ำมีอาการบวมแดงร้อน มีหนองไหลซึม และมีไข้สูงร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้มือแกะ เกา หรือเจาะตุ่มน้ำใสของงูสวัดเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลฉีกขาด เปิดโอกาสให้เชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย และอาจทำให้เกิดแผลเป็นนูนถาวร

การปฏิบัติตัวและการดูแลรักษาแผลที่บ้านเพื่อให้แผลแห้งเร็ว

นอกจากการรับประทานยาต้านไวรัสตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดแล้ว การดูแลตนเองและการทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธีมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเร่งกระบวนการหายของแผล:

  • การรักษาความสะอาด: ล้างทำความสะอาดบริเวณแผลด้วยสบู่อ่อนโยนและน้ำสะอาดอย่างเบามือ ซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด แล้วทาแผลด้วยยาตามที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำ
  • การเลือกเครื่องแต่งกาย: ควรสวมเสื้อผ้าเนื้อนุ่ม หลวมสบาย ระบายอากาศได้ดี เพื่อลดการเสียดสีระหว่างเสื้อผ้ากับตุ่มน้ำใส ซึ่งอาจทำให้ตุ่มน้ำแตกและเกิดความเจ็บปวดมากขึ้น
  • การรับประทานอาหาร: เน้นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนห้าหมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินบีรวม และโปรตีนสูง เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมแซมเนื้อเยื่อผิวหนังที่เสียหาย
  • การพักผ่อน: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด เนื่องจากความเครียดเป็นตัวกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลงและทำให้อาการหายช้าลง

วิธีป้องกันโรคงูสวัดและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

โรคงูสวัดสามารถป้องกันได้ด้วยการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายและการรับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingles Vaccine) ซึ่งในปัจจุบันทางการแพทย์มีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัดรุ่นใหม่ (Recombinant Zoster Vaccine) ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุสิบแปดปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัคซีนชนิดนี้มีความปลอดภัยสูงและมีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคและการเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรังหลังเป็นงูสวัดได้อย่างยอดเยี่ยม

การดูแลสุขภาพร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ดี ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีโภชนาการสมดุล และจัดการกับความเครียดในชีวิตประจำวัน ก็เป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่จะช่วยป้องกันการกำเริบของเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ในร่างกายได้เช่นกัน

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยโรคงูสวัด

การเป็นงูสวัดจะหายไวและปราศจากภาวะแทรกซ้อนได้ หากผู้ป่วยปฏิบัติตามแนวทางทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ดังนี้:

  • รีบพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนังหรือเริ่มมีผื่นตุ่มน้ำใส เพื่อรับยาต้านไวรัสภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแรก
  • รับประทานยาต้านไวรัสตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วนและต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าแผลจะเริ่มแห้งแล้วก็ตาม
  • ดูแลความสะอาดแผล ห้ามแกะเกาตุ่มน้ำ และสวมเสื้อผ้าที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป
  • สังเกตอาการผิดปกติและสัญญาณเตือนอันตราย เช่น งูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้าและดวงตา เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down