ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคและการเกิดแผลเป็นจากงูสวัด

โรคงูสวัด (Herpes Zoster) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากการกลับมาทำงานของเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus - VZV) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส หลังจากหายจากโรคอีสุกอีใส เชื้อจะไปแฝงตัวอยู่อย่างสงบในปมประสาท เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย หรือผู้สูงอายุ เชื้อจะแบ่งตัวและเดินทางตามเส้นประสาทออกมาแสดงอาการที่ผิวหนังเป็นตุ่มน้ำใสเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท ความรุนแรงของแผลขึ้นอยู่กับระดับการอักเสบและการติดเชื้อแทรกซ้อน หากปล่อยให้แผลอักเสบรุนแรงหรือมีการแกะเกาจนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ย่อมนำไปสู่รอยดำและแผลเป็นที่รักษาได้ยากในอนาคต

กลไกการเกิดแผลเป็นทางผิวหนัง

เมื่อตุ่มน้ำงูสวัดแตกออก ผิวหนังจะเกิดบาดแผลที่มีการอักเสบสูง (Inflammation) ร่างกายจะตอบสนองโดยการส่งเม็ดเลือดขาวมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หากการอักเสบนี้ลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) จะกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation - PIH) หรือในกรณีที่แผลลึกมาก อาจทำลายโครงสร้างคอลลาเจนจนเกิดเป็นแผลเป็นหลุม (Atrophic Scar) ได้

สัญญาณอันตรายที่ต้องระวังและพบแพทย์ทันที

อาการงูสวัดไม่ใช่แค่เรื่องผิวหนัง แต่เป็นเรื่องของระบบประสาท หากพบอาการดังต่อไปนี้ต้องพบแพทย์โดยด่วน:

  • มีตุ่มน้ำขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะใกล้ดวงตาหรือปลายจมูก ซึ่งอาจส่งผลต่อการมองเห็นและทำให้ตาบอดได้
  • อาการปวดแสบร้อนรุนแรงจนไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ (Postherpetic Neuralgia - PHN)
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการซึม หรือมีอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะรุนแรง สับสน หรือคอแข็ง
  • แผลมีหนอง มีกลิ่นเหม็น หรืออาการบวมแดงลามขยายวงกว้าง ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาโรคตั้งแต่วันแรกที่พบอาการ (ภายใน 48-72 ชั่วโมง) ด้วยยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน จะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดระยะเวลาการเกิดแผล และลดโอกาสเกิดแผลเป็นได้อย่างมีนัยสำคัญที่สุด

วิธีรักษาและดูแลผิวเพื่อลดรอยแผลเป็น

หัวใจสำคัญคือการรักษาสมดุลความชุ่มชื้นและการจัดการกับการอักเสบ ดังนี้:

  • ช่วงแผลสด: รักษาความสะอาดด้วยการล้างแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ห้ามแกะเกาตุ่มน้ำโดยเด็ดขาด หากคันให้ใช้การประคบเย็นแทน
  • เมื่อแผลเริ่มแห้ง: เมื่อตุ่มน้ำตกสะเก็ด ควรเน้นการทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นสูง (Moisturizer) เพื่อช่วยให้สะเก็ดหลุดลอกเองตามธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็นได้ดีกว่าการดึงสะเก็ดออก
  • การดูแลรอยดำ: เมื่อแผลปิดสนิทแล้ว สามารถเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดเลือนจุดด่างดำที่มีส่วนผสมของ Vitamin C, Niacinamide หรือ Kojic Acid แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวบอบบาง
  • การป้องกันแสงแดด: ผิวบริเวณที่เป็นงูสวัดจะมีความไวต่อแสงสูง การทาครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นมากเพื่อป้องกันรอยดำที่เข้มขึ้นจากรังสียูวี
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมาทาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาฆ่าเชื้อบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อแผลที่กำลังฟื้นตัวได้ และห้ามนำยาสมุนไพรหรือของเหลวแปลกปลอมมาพอกแผลเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง:

  • วัคซีนป้องกันงูสวัด: แนะนำในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยงของภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดโอกาสเกิดโรครวมถึงลดภาวะแทรกซ้อนจากอาการปวดปลายประสาทได้
  • การดูแลสุขภาพกายและใจ: พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • โภชนาการ: รับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามินซีและสังกะสี

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ไปพบแพทย์ทันทีเมื่อสงสัยว่าเป็นงูสวัดเพื่อรับยาต้านไวรัสภายใน 72 ชั่วโมงแรก
  • ทำความสะอาดแผลเบาๆ ด้วยน้ำเกลือ ไม่ควรถูแรง
  • ปล่อยให้สะเก็ดแผลหลุดเองตามธรรมชาติ ห้ามแกะเกา
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอเมื่อแผลปิดสนิท
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนงูสวัดเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down