ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด

โรคงูสวัด (Herpes Zoster) ไม่ได้จบลงเพียงแค่แผลพุพองบนผิวหนังแห้งตกสะเก็ดเท่านั้น ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนที่สร้างความทรมานอย่างยาวนาน นั่นคือ ภาวะปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia: PHN) ซึ่งเป็นอาการปวดเส้นประสาทเรื้อรังที่เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทขณะที่ติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) โดยอาการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ทำให้การนอนหลับ การทำกิจวัตรประจำวัน และสภาพจิตใจของผู้ป่วยย่ำแย่ลงอย่างมาก

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดเรื้อรัง

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสในครั้งแรกจะทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส หลังจากนั้นเชื้อจะหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทส่วนหลังของร่างกายในสถานะจำศีล เมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลงจากความเครียด อายุที่มากขึ้น หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ไวรัสจะแบ่งตัวและเดินทางออกมาตามแนวเส้นประสาทจนเกิดเป็นผื่นงูสวัด ในระหว่างนี้เส้นประสาทจะเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและเกิดความเสียหาย (Nerve Damage) แม้ว่าผื่นจะหายไปแล้ว แต่รอยโรคที่เส้นประสาทยังคงอยู่ ส่งผลให้เส้นประสาทส่งสัญญาณความเจ็บปวดผิดปกติไปยังสมองตลอดเวลาแม้จะไม่มีสิ่งเร้าภายนอกกระตุ้นก็ตาม

สัญญาณอันตรายที่คุณควรรีบพบแพทย์

หากคุณพบอาการดังต่อไปนี้หลังจากแผลงูสวัดเริ่มหาย หรือในขณะที่เป็นงูสวัดอยู่ ต้องรีบปรึกษาอายุรแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาททันที:

  • อาการปวดรุนแรงเหมือนถูกไฟช็อต หรือถูกของมีคมบาดในแนวเส้นประสาทที่เคยเป็นงูสวัด
  • ความรู้สึกไวต่อการสัมผัส (Allodynia) เพียงแค่เสื้อผ้าเสียดสีหรือลมพัดผ่านผิวหนังก็ทำให้เจ็บปวดอย่างรุนแรง
  • อาการปวดมีลักษณะปวดแสบปวดร้อน (Burning sensation) ที่รบกวนการนอนหลับ
  • มีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย
  • ความเจ็บปวดส่งผลต่อสุขภาพจิตจนเกิดภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล
คำแนะนำจากคุณหมอ: ภาวะปวดปลายประสาทมักพบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หากเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดไม่ลดลงหลังจากผ่านระยะผื่นไปแล้ว 1 เดือน อย่าทนปวดเอง เพราะการรักษาในระยะเริ่มต้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้นานจนกลายเป็นความเจ็บปวดเรื้อรัง

วิธีรักษาทางการแพทย์และการใช้ยา

การรักษาภาวะปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัดไม่ได้ใช้เพียงยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอลหรือยาแก้อักเสบ เพราะไม่ได้ผลกับอาการปวดจากเส้นประสาท แพทย์จะพิจารณาใช้กลุ่มยาเฉพาะทาง ดังนี้:

  • ยากลุ่มกันชัก (Anticonvulsants): เช่น Gabapentin หรือ Pregabalin ซึ่งเป็นยาหลักในการปรับการทำงานของสัญญาณไฟฟ้าในเส้นประสาทให้กลับมาเป็นปกติ
  • ยากลุ่มต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants): เช่น Amitriptyline ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งสัญญาณความเจ็บปวดในระบบประสาทส่วนกลาง
  • ยาชาเฉพาะที่ชนิดแผ่นแปะ (Lidocaine Patch): ใช้แปะบริเวณที่มีอาการปวดเพื่อบรรเทาอาการเฉพาะจุดโดยไม่มีผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย
  • ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids): แพทย์อาจพิจารณาใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรงมากและไม่ตอบสนองต่อยาชนิดอื่น โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด

ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหายขาด

ระยะเวลาในการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 3 ถึง 6 เดือน แต่ในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการเส้นประสาทถูกทำลายรุนแรงหรือมีอายุมาก อาการอาจคงอยู่ยาวนานถึง 1 ปี หรือมากกว่านั้น หัวใจสำคัญคือการปรับขนาดยาให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่องและวินัยในการทานยาตามที่แพทย์สั่ง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามหยุดยาเองเมื่อเริ่มรู้สึกว่าปวดน้อยลง เพราะอาการปวดประสาทอาจกลับมาเป็นซ้ำได้หากระดับยาในกระแสเลือดไม่คงที่ การปรับลดยาต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันภาวะนี้คือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคงูสวัดตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง:

  • การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด (Shingles Vaccine): แนะนำเป็นอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งสามารถลดโอกาสเกิดโรคและลดความรุนแรงของอาการปวดหลังเป็นงูสวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • การพักผ่อนและดูแลสุขภาพ: ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นตัวกระตุ้นให้ไวรัสกำเริบ การออกกำลังกายสม่ำเสมอและรับประทานอาหารครบ 5 หมู่จะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงอยู่เสมอ

สรุปสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรปฏิบัติ

  • ติดตามอาการปวดอย่างใกล้ชิดและจดบันทึกความถี่หรือความรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการแกะเกาแผลในระยะที่มีผื่นเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
  • หากพบว่าอาการปวดเริ่มรบกวนคุณภาพชีวิต ให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดการความเจ็บปวด (Pain Management) ทันที
  • ทำความเข้าใจว่าโรคนี้เป็นเรื่องของระบบประสาท การรักษาต้องใช้เวลาและความอดทน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down