ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

โรคงูสวัดคืออะไร และทำไมถึงเป็นฝันร้ายของผู้สูงวัย

โรคงูสวัด (Herpes Zoster) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกันกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส หลังจากที่เราเคยเป็นอีสุกอีใสในวัยเด็ก เชื้อไวรัสนี้จะไม่ได้หายไปไหน แต่จะไปหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทรับความรู้สึกของร่างกายอย่างเงียบเชียบรอคอยเวลาที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น หรือในผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

เมื่อไวรัสกลับมาแบ่งตัวใหม่ มันจะเดินทางออกมาตามแนวเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงร่วมกับการเกิดผื่นตุ่มน้ำใสตามแนวเส้นประสาทนั้นๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของงูสวัดไม่ใช่แค่ผื่น แต่คืออาการปวดปลายประสาทเรื้อรัง (Postherpetic Neuralgia - PHN) ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดทรมานต่อเนื่องนานเป็นเดือนหรือเป็นปีแม้ผื่นจะหายไปแล้วก็ตาม

วัคซีนป้องกันงูสวัดรุ่นใหม่: ก้าวสำคัญของการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย

ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดเชื้อตายรุ่นใหม่ (Recombinant Zoster Vaccine) ซึ่งมีความแตกต่างจากวัคซีนรุ่นเก่าอย่างสิ้นเชิง โดยวัคซีนรุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าและยาวนานกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญทางการแพทย์

วัคซีนป้องกันงูสวัดรุ่นใหม่: ฉีดตอนอายุเท่าไหร่จึงจะคุ้มค่าที่สุด

คำแนะนำทางการแพทย์ระบุว่า บุคคลที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัดรุ่นใหม่ ได้แก่

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่ระบบภูมิคุ้มกันเริ่มถดถอยตามธรรมชาติ ทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดงูสวัดสูงขึ้น
  • ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มากกว่าคนปกติ

การฉีดวัคซีนรุ่นใหม่นี้ประกอบด้วยการฉีดจำนวน 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 2 ถึง 6 เดือน ซึ่งผลการวิจัยยืนยันว่าวัคซีนมีความสามารถในการป้องกันการเกิดโรคงูสวัดได้สูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มที่มีโรคประจำตัว

กลไกการเกิดโรคและสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง

ไวรัสซอสเตอร์จะถูกกระตุ้นเมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง เช่น การพักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม หรือการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง อาการเริ่มแรกมักมีอาการปวดแปลบๆ หรือคันยิบๆ บริเวณผิวหนังก่อนจะมีผื่นขึ้นประมาณ 3 ถึง 5 วัน ต่อมาจะปรากฏเป็นตุ่มน้ำใสเรียงตัวกันเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท หากผื่นลุกลามเข้าใกล้ดวงตาหรือใบหน้า ถือเป็นกรณีฉุกเฉินที่ต้องพบจักษุแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสายตา

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags): หากพบอาการปวดรุนแรงจนกระทบต่อการนอนหลับ ผื่นลุกลามเข้าใกล้บริเวณดวงตา ปลายจมูก หรือมีไข้สูงร่วมกับการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้า ควรรีบพบแพทย์ภายใน 48 ถึง 72 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการ เพื่อรับยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความรุนแรงของโรค

วิธีรักษาและการดูแลตนเอง

การรักษาหลักทางการแพทย์คือการใช้ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs) เพื่อลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ลดระยะเวลาการเป็นผื่น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดปลายประสาทเรื้อรัง นอกจากนี้แพทย์จะพิจารณาให้ยาแก้ปวดกลุ่มพิเศษสำหรับอาการปวดเส้นประสาทโดยเฉพาะ ควบคู่กับการดูแลแผลไม่ให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาโรคนี้หัวใจสำคัญคือ ความเร็ว ยิ่งได้รับยาต้านไวรัสเร็วเท่าไร โอกาสในการฟื้นตัวและลดภาวะแทรกซ้อนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ห้ามใช้สมุนไพรพอกแผลหรือยาปฏิชีวนะทาแผลเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนหรือแผลเป็นที่รุนแรงกว่าเดิม

ข้อควรระวังและคำแนะนำสรุป

แม้ว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูง แต่การรักษาสุขภาพพื้นฐานยังคงมีความสำคัญ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และการจัดการความเครียด จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความพร้อมและตารางการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันความเจ็บปวดทรมานจากโรคงูสวัดที่ป้องกันได้

  • ตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนอีสุกอีใสในอดีต
  • ปรึกษาแพทย์หากต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • สังเกตอาการผิดปกติที่ผิวหนังตามแนวเส้นประสาททันที
  • ฉีดวัคซีนตามนัดหมายเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down