ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เด็กเป็นงูสวัดได้ไหม: คลายข้อสงสัยจากกุมารแพทย์

หลายครอบครัวมักเข้าใจว่าโรคงูสวัดเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ใหญ่ที่มีความเครียดสะสมเท่านั้น แต่ในฐานะกุมารแพทย์ ผู้ปกครองหลายท่านมักตกใจเมื่อพบว่าลูกน้อยวัยเด็กเล็ก หรือแม้แต่ทารก ก็สามารถเป็นโรคงูสวัดได้เช่นเดียวกัน บทความเจาะลึกนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้อย่างละเอียด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการผื่นผิดปกติ และรับมือได้อย่างถูกต้องปลอดภัยตามหลักการแพทย์

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคงูสวัดในเด็ก

โรคงูสวัด (Shingles หรือ Herpes Zoster) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส (Chickenpox) ที่มีชื่อว่าไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus) เมื่อเด็กได้รับเชื้อนี้ครั้งแรกจะแสดงอาการเป็นโรคอีสุกอีใส เมื่อหายจากโรคแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะไม่ถูกกำจัดออกจากร่างกายทั้งหมด แต่จะหลบซ่อนตัวอย่างเงียบๆ อยู่ที่ปมประสาท (Dorsal Root Ganglia) ใกล้กับไขสันหลังหรือก้านสมอง

เมื่อเวลาผ่านไป หากเด็กมีความต้านทานโรคต่ำลงจากภาวะเจ็บป่วย ความเครียดทางร่างกาย หรือระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ เชื้อไวรัสที่หลบซ่อนอยู่จะกลับมาแบ่งตัวอีกครั้งแล้วเคลื่อนตัวตามเส้นประสาทมาสู่ผิวหนัง ก่อให้เกิดเป็นผื่นตุ่มน้ำใสที่มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามแนวเส้นประสาท ซึ่งเรียกว่าโรคงูสวัดนั่นเอง

เด็กกลุ่มไหนบ้างที่มีความเสี่ยงสูง

แม้โรคงูสวัดจะพบได้ไม่บ่อยเท่ากับผู้ใหญ่ แต่เด็กที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดโรค ได้แก่

  • เด็กที่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสตั้งแต่อายุน้อยมากๆ (เช่น น้อยกว่าหนึ่งขวบ)
  • เด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือกำลังได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • เด็กที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ
  • ทารกแรกเกิดที่มารดาเคยเป็นโรคอีสุกอีใสอย่างรุนแรงในช่วงใกล้คลอด

อาการและระยะการดำเนินของโรคในเด็ก

การสังเกตอาการในเด็กเล็กมีความสำคัญมาก เนื่องจากเด็กอาจยังไม่สามารถสื่อสารความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนได้อย่างชัดเจน อาการของโรคมักแบ่งออกเป็นระยะ ดังนี้

  • ระยะเริ่มแรก (Prodromal Phase): เด็กอาจมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และมีอาการคันหรือปวดแปล๊บ บริเวณผิวหนังส่วนที่จะเกิดผื่นในอีกไม่กี่วันต่อมา
  • ระยะเกิดผื่น (Acute Eruptive Phase): เริ่มปรากฏรอยแดงบนผิวหนัง ก่อนจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสเรียงตัวเป็นกลุ่มหรือเป็นแนวยาวไปตามซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย เช่น บริเวณลำตัว สีข้าง ใบหน้า หรือแนวเส้นประสาท
  • ระยะตกสะเก็ดและฟื้นตัว: ตุ่มน้ำใสจะเริ่มขุ่น แตกออก และแห้งกลายเป็นสะเก็ดภายในเจ็ดถึงสิบวัน ก่อนจะค่อยๆ หลุดลอกออกไป โดยในเด็กมักจะหายเร็วกว่าและมีโอกาสเกิดอาการปวดเรื้อรังหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia) น้อยกว่าผู้สูงอายุมาก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณใบหน้า ใกล้ดวงตา หรือบริเวณหู ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์หรือจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจลุกลามเข้าสู่ดวงตาและส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้งูสวัดในเด็กส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เองหากดูแลอย่างถูกวิธี แต่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอาการวิกฤตหรือภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลโดยด่วน ได้แก่

  • ไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงหลังจากทานยาลดไข้เกินสามวัน
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดื่มนมและน้ำ
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก หรือมีหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะน้อยลงมากหรือสีเข้มจัด
  • แผลที่ผิวหนังมีอาการอักเสบ บวมแดงร้อน มีหนองไหล ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการเป็นโรคอีสุกอีใสและประวัติการได้รับวัคซีน ร่วมกับการตรวจร่างกายโดยการดูลักษณะของผื่นและตำแหน่งที่ปรากฏ ซึ่งมักจะวินิจฉัยได้ทันทีจากลักษณะทางคลินิก ในบางกรณีที่อาการไม่ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การขูดเนื้อเยื่อจากตุ่มน้ำเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคงูสวัดในเด็กมุ่งเน้นไปที่การบรรเทาอาการ การป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซแทรกซ้อน และการย่นระยะเวลาของโรค โดยแพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส (Antiviral Drugs) เช่น อะไซโคลเวีย (Acyclovir) ในเด็กที่มีอาการรุนแรง หรือเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งจะได้ผลดีที่สุดหากเริ่มให้ยาภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงแรกหลังเกิดผื่น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลเด็กที่บ้านขณะเป็นงูสวัด สิ่งสำคัญคือการรักษาความสะอาดบริเวณผิวหนัง ตัดเล็บเด็กให้สั้นเพื่อป้องกันการเกาจนแผลติดเชื้อ สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อนุ่มที่ไม่เสียดสีกับตุ่มน้ำ และใช้วิธีประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลเด็กป่วย ผู้ปกครองควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

  • ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้จากโรคติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังไม่สามารถตัดโรคไข้เลือดออกหรืออีสุกอีใสออกได้เด็ดขาด เพราะอาจเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ยส์ซินโดรม (Reye Syndrome) ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
  • การให้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัวของเด็ก คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้หรือปวด
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อทาแผลเอง เนื่องจากงูสวัดเกิดจากไวรัส ไม่ใช่แบคทีเรีย การใช้ยาผิดประเภทจะไม่ช่วยรักษาโรคและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้
  • ห้ามเจาะหรือแกะเกาะตุ่มน้ำใสเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลลุกลามและเกิดรอยแผลเป็นรวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

วิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรคงูสวัดและการติดเชื้ออีสุกอีใสคือ การพาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส (Varicella Vaccine) ตามกำหนดเวลาของกุมารแพทย์ ซึ่งวัคซีนนี้ช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดโอกาสการเกิดโรคงูสวัดในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การส่งเสริมสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ก็เป็นเกราะป้องกันโรคที่ดีสำหรับเด็ก

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

เช็คลิสต์ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อลูกน้อยมีความเสี่ยงหรือแสดงอาการของโรคงูสวัด:

  • หมั่นสังเกตผิวหนังของลูกน้อย หากพบตุ่มน้ำใสเรียงเป็นแนว ให้รีบปรึกษากุมารแพทย์
  • ห้ามให้เด็กเกาแผล และตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ดูแลให้เด็กดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ และพักผ่อนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ให้ยาลดไข้หรือยาต้านไวรัสตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามปรับลดหรือเพิ่มยาเอง
  • พาเด็กไปรับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสตามกำหนดเพื่อนป้องกันการเกิดโรคในระยะยาว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down