อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia - PHN) ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดและสร้างความทรมานใจให้กับผู้ป่วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แม้ว่าผื่นที่เป็นจุดเด่นของโรคงูสวัดจะหายไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดอาจยังคงหลงเหลืออยู่และสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมหาศาล ทั้งในด้านการนอนหลับ การรับประทานอาหาร รวมถึงสุขภาพจิตใจของผู้ป่วย
โรคงูสวัดเกิดจากการกลับมาเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus - VZV) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก เมื่อเราหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสจะยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทรับความรู้สึกของร่างกายไปตลอดชีวิต
เมื่อร่างกายมีความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ไวรัสที่แฝงตัวอยู่จะกระตุ้นตัวเองออกมาตามแนวเส้นประสาท ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงที่เส้นประสาทนั้นๆ นำไปสู่การทำลายเส้นประสาทและเยื่อหุ้มประสาท เมื่อการอักเสบดำเนินไปนานเกินกว่าระยะเวลาปกติของผื่นงูสวัด (เกินกว่า 3 เดือนหลังผื่นหาย) จะเกิดภาวะที่เรียกว่า ปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด ซึ่งเกิดจากการส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่ผิดปกติของเส้นประสาทที่ถูกทำลายไปสู่สมองอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่มีเชื้อไวรัสหลงเหลืออยู่แล้วก็ตาม
ลักษณะเด่นของอาการปวดนี้คือ ความรู้สึกที่รุนแรงและทรมาน ซึ่งแตกต่างจากการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการดังนี้:
- อาการปวดแสบ ปวดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้ หรือปวดแปลบเหมือนไฟช็อต
อาการปวดร้าวลึกถึงกระดูก
- ความรู้สึกไวต่อสัมผัส (Allodynia) เพียงแค่ลมพัดผ่านผิวหนังหรือเสื้อผ้าสัมผัสเบาๆ ก็ทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง
- อาการคันยิบๆ หรือชาตามบริเวณที่เคยเป็นผื่น
- อาการปวดมักจะคงที่หรือเป็นๆ หายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ
สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบพบแพทย์: หากท่านมีอาการปวดที่รุนแรงจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ นอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน หรือมีอาการปวดลามไปยังบริเวณดวงตาหรือใบหน้า ต้องรีบปรึกษาอายุรแพทย์โรคระบบประสาทหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความปวดทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นหรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง
วิธีรักษาตามหลักการแพทย์
การรักษาโรคนี้จำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานหลายวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากความเจ็บปวดนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาแก้ปวดพื้นฐานทั่วไป
1. ยารักษาอาการทางระบบประสาท
แพทย์มักพิจารณาใช้กลุ่มยาที่ช่วยปรับสัญญาณการส่งผ่านของเส้นประสาท ได้แก่ ยาในกลุ่มกันชัก (Anticonvulsants) เช่น Gabapentin หรือ Pregabalin และยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (Tricyclic Antidepressants) ซึ่งยาเหล่านี้จะช่วยลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวดจากเส้นประสาทที่ผิดปกติไปสู่สมอง
2. ยาบรรเทาอาการเฉพาะที่
การใช้แผ่นแปะลิโดเคน (Lidocaine Patch) หรือครีมที่มีส่วนผสมของแคปไซซิน (Capsaicin) สามารถช่วยลดความไวต่อสัมผัสบริเวณผิวหนังได้ดี
3. การทำหัตถการทางการแพทย์
ในกรณีที่อาการปวดรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยา แพทย์อาจพิจารณาการฉีดยาบล็อกเส้นประสาท (Nerve Block) หรือการทำกายภาพบำบัดเฉพาะทางเพื่อลดความเจ็บปวด
ระยะเวลาการรักษา: นานแค่ไหนถึงจะหายขาด
คำถามที่พบบ่อยคือโรคนี้นานเท่าไหร่จึงจะหายขาด โดยปกติแล้ว อาการปวดปลายประสาทอาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 ถึง 6 เดือน หรือในผู้ป่วยบางรายอาจยาวนานเป็นปี ระยะเวลาในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการในขณะที่เป็นงูสวัด และการเริ่มรักษาที่รวดเร็ว การรักษาเร็วตั้งแต่วันแรกที่พบผื่นงูสวัดด้วยยาต้านไวรัส จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะปวดเรื้อรังได้เป็นอย่างดีที่สุด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลตนเองร่วมด้วยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมร่างกาย และพยายามไม่เครียด เพราะความเครียดจะกระตุ้นให้เส้นประสาทตอบสนองต่อความเจ็บปวดมากขึ้น การออกกำลังกายเบาๆ ตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัดจะช่วยให้ระบบประสาทฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดโอกาสการเกิดโรคงูสวัดตั้งแต่แรก ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด (Shingles Vaccine) ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความปลอดภัยมาก ช่วยลดโอกาสการเกิดงูสวัดและลดโอกาสการเกิดภาวะปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
Q
ปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด: ภัยเงียบที่ทำลายคุณภาพชีวิต
อาการปวดปลายประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia - PHN) ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุดและสร้างความทรมานใจให้กับผู้ป่วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง แม้ว่าผื่นที่เป็นจุดเด่นของโรคงูสวัดจะหายไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดอาจ...
Q
สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดปลายประสาท
โรคงูสวัดเกิดจากการกลับมาเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus - VZV) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก เมื่อเราหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสจะยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทรับความรู้สึกของร่างกายไปตลอดชีวิต
Q
สัญญาณเตือนและอาการที่ต้องระวัง
ลักษณะเด่นของอาการปวดนี้คือ ความรู้สึกที่รุนแรงและทรมาน ซึ่งแตกต่างจากการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป โดยผู้ป่วยมักจะมีอาการดังนี้:
Q
วิธีรักษาตามหลักการแพทย์
การรักษาโรคนี้จำเป็นต้องอาศัยการผสมผสานหลายวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากความเจ็บปวดนี้ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาแก้ปวดพื้นฐานทั่วไป
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ
คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว
ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน
47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ)
เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู
@dr.suparat
•
ตอบกลับเร็วมาก
•
ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพเด็กและครอบครัว
RECOMMENDED
บริการแนะนำ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานี้
ดูทั้งหมด
READ MORE
บทความที่คุณอาจสนใจ
เรื่องน่ารู้อื่นๆ สำหรับการดูแลสุขภาพ
บทความทั้งหมด
สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ
ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
ไม่พบเนื้อหาที่คุณต้องการ
บทความนี้อาจถูกลบไปแล้วหรือที่อยู่ URL ไม่ถูกต้อง
กลับสู่หน้าแรก
1 / 5
Keyboard: Arrows to move, ESC to close
|