ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดและความสำคัญทางการแพทย์

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด (Blood Pregnancy Test) เป็นหนึ่งในวิธีการทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูงที่สุดในการยืนยันการตั้งครรภ์ โดยหลักการทางการแพทย์จะอาศัยการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือ HCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างขึ้นจากรกหลังจากตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูก การตรวจวิธีนี้สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แม้ประจำเดือนจะยังไม่ขาด หรือเร็วกว่าการใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะด้วยซ้ำ กลุ่มเป้าหมายหลักที่แพทย์มักแนะนำให้เข้ารับการตรวจด้วยวิธีนี้ ได้แก่ ผู้ที่ต้องการทราบผลความแน่นอนอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากและอยู่ระหว่างกระบวนการรักษา ผู้ที่มีประวัติการแท้งบุตรบ่อยครั้ง หรือผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์บางประเภทที่อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างปลอดภัยตั้งแต่เนิ่นๆ

ประเภทของการตรวจฮอร์โมนการตั้งครรภ์ในเลือด

ในทางการแพทย์ การตรวจฮอร์โมนเอชซีจี (HCG) จากเลือดแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีความจำเพาะและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

  • การตรวจหาฮอร์โมนแบบคุณภาพ (Qualitative Beta-HCG Test): เป็นการตรวจเพื่อดูว่ามีฮอร์โมนเอชซีจีอยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ โดยจะให้ผลลัพธ์เป็นบวก (ตั้งครรภ์) หรือลบ (ไม่ตั้งครรภ์) ความไวในการตรวจเทียบเท่ากับการใช้ชุดตรวจทางปัสสาวะ แต่มีความแม่นยำสูงกว่าเล็กน้อย
  • การตรวจหาฮอร์โมนแบบปริมาณ (Quantitative Beta-HCG Test): เป็นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมนเอชซีจีในเลือดอย่างแม่นยำว่าเป็นตัวเลขเท่าใด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางการแพทย์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองถึงสามวันในครรภ์ปกติ การตรวจติดตามค่านี้จึงช่วยให้แพทย์ประเมินอายุครรภ์ ตรวจคัดกรองภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก ประเมินความเสี่ยงภาวะแท้งคุกคาม หรือติดตามผลหลังการรักษาภาวะผิดปกติของการตั้งครรภ์ได้

ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดราคาเท่าไหร่ ปัจจัยที่กำหนดค่าใช้จ่าย

คำถามที่ว่า ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดราคาเท่าไหร่ เป็นข้อสงสัยอันดับต้นๆ ของผู้รับบริการ โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายจะมีความแตกต่างกันไปตามสถานพยาบาลและประเภทของการตรวจที่เลือกใช้ รายละเอียดราคาโดยประมาณมีดังนี้

  • โรงพยาบาลรัฐบาล: ค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือดจะค่อนข้างย่อมเยา โดยการตรวจแบบคุณภาพหรือปริมาณทั่วไป จะมีราคาตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงประมาณหนึ่งพันบาท ขึ้นอยู่กับสิทธิการรักษาพยาบาลของแต่ละบุคคล เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือสิทธิประกันสังคม
  • โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกเฉพาะทาง: ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐบาล เนื่องจากรวมค่าบริการทางการแพทย์ ค่าห้องปฏิบัติการ และค่าปรึกษาแพทย์ โดยทั่วไปการตรวจแบบปริมาณ (Quantitative Beta-HCG) จะมีราคาตั้งแต่หนึ่งพันบาทไปจนถึงสามพันบาท หรืออาจสูงกว่านี้ขึ้นอยู่กับระดับความ พรีเมียมของโรงพยาบาลและรายการตรวจสุขภาพอื่นๆ ที่ทำร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: ก่อนเข้ารับบริการ แนะนำให้โทรศัพท์สอบถามแผนกห้องปฏิบัติการหรือแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาลล่วงหน้า เพื่อสอบถามราคาที่แน่นอน รวมถึงเงื่อนไขการใช้สิทธิประกันหรือแพ็กเกจตรวจสุขภาพสตรี ซึ่งอาจมีความคุ้มค่ากว่าการจ่ายแยกรายการ

การเตรียมตัวก่อนไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด

การเตรียมตัวเข้ารับการตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์นั้นมีความยืดหยุ่นสูงมาก ผู้รับบริการไม่ต้องมีความกังวลหรือปฏิบัติพิธีรีตองซับซ้อน โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องดังนี้

  • การอดอาหารและน้ำ: การตรวจฮอร์โมนเอชซีจี (HCG) ไม่จำเป็นต้องอดอาหารและน้ำ สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติโดยไม่มีผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนแต่อย่างใด เว้นแต่ว่าในวันเดียวกันนั้นแพทย์มีคำสั่งให้ตรวจเลือดรายการอื่นร่วมด้วย เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหรือไขมัน ซึ่งอาจต้องอดอาหาร 8 ถึง 12 ชั่วโมง
  • การเตรียมเอกสารและข้อมูลส่วนตัว: ควรจดบันทึกวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย (LMP) ให้ชัดเจน รวมถึงระยะเวลาของรอบเดือนโดยเฉลี่ย และอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อให้แพทย์นำไปใช้ประกอบการประเมินอายุครรภ์และวางแผนการดูแล
  • การแต่งกาย: ควรสวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดบริเวณข้อพับแขน เช่น เสื้อแขนสั้น หรือเสื้อที่สามารถพับแขนขึ้นได้อย่างสะดวก

ขั้นตอนการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ขั้นแรกผู้รับบริการจะต้องติดต่อแผนกเวชระเบียนเพื่อทำประวัติผู้ป่วย จากนั้นจะเข้าพบสูตินรีแพทย์หรือพยาบาลเพื่อซักประวัติประจำเดือนและอาการเบื้องต้น แพทย์จะออกใบสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Lab Order) ให้ท่านนำไปที่แผนกเจาะเลือด เจ้าหน้าที่พยาบาลจะทำการเจาะเลือดบริเวณหลอดเลือดดำที่ข้อพับแขนปริมาณเล็กน้อย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที หลังจากนั้นท่านสามารถรอรับผลตรวจได้ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระบบการทำงานของห้องปฏิบัติการในแต่ละแห่ง เมื่อผลออกแล้วแพทย์จะทำการอธิบายผลตรวจและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวต่อไป

อาการและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันทีหลังทราบผล

แม้ผลการตรวจเลือดจะยืนยันการตั้งครรภ์ แต่ในระยะแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ ผู้รับบริการต้องสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด หากมีอาการดังต่อไปนี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอถึงนัดหมาย

  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงหรือปวดเกร็งข้างใดข้างหนึ่งอย่างเด่นชัด
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นเลือดสดหรือเลือดสีดำคล้ำ
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หรือความดันโลหิตต่ำ
  • มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดท้องน้อยร่วมกับเลือดออกทางช่องคลอดในระยะแรกของการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) หรือภาวะแท้งคุกคาม ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของมารดา

การปฏิบัติตัวและการดูแลสุขภาพหลังจากทราบผลการตั้งครรภ์

เมื่อผลการตรวจเลือดระบุชัดเจนว่าตั้งครรภ์ ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่กระบวนการฝากครรภ์ที่มีคุณภาพ การดูแลสุขภาพในช่วงไตรมาสแรกมีความสำคัญสูงสุด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีการสร้างอวัยวะสำคัญของทารกในครรภ์ แนว ทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์มีดังนี้

  • การรับประทานวิตามินเสริม: แพทย์จะพิจารณาจ่ายวิตามินกรดโฟลิก (Folic Acid) ให้รับประทานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาทและสมองทารก
  • การปรับเปลี่ยนโภชนาการ: รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง ผักและผลไม้สด หลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารหมักดอง และงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ รวมถึงการใช้สารเสพติดทุกชนิด
  • การจัดการความเครียดและการพักผ่อน: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทกหรือการยกของหนัก

การป้องกันความเสี่ยงและการวางแผนครอบครัวระยะยาว

สำหรับการวางแผนครอบครัวและการป้องกันความเสี่ยงในอนาคต หากท่านยังไม่พร้อมตั้งครรภ์ ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด การฉีดยาคุมกำเนิด การฝังยาคุมกำเนิด หรือการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี แต่หากท่านเป็นผู้ที่วางแผนจะมีบุตร การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์ (Preconception Care) ด้วยการตรวจสุขภาพร่างกาย ตรวจหาโรคพันธุกรรม และการฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็น เช่น วัคซีนป้องกันโรคคางทูม หัด หัดเยอรมัน และอีสุกอีใส จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down