ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิก

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิกหรือโรงพยาบาลถือเป็นวิธีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูงที่สุดในปัจจุบัน สำหรับผู้หญิงหลายคนที่สงสัยว่าตนเองตั้งครรภ์หรือไม่ การตรวจปัสสาวะด้วยชุดตรวจตั้งครรภ์ด้วยตนเองอาจยังไม่เพียงพอ หรืออาจให้ผลที่คลุมเครือในระยะแรกของการปฏิสนธิ การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิก (ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิกห) จึงเป็นทางเลือกที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วที่สุด

ในทางการแพทย์ การตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์สามารถตรวจพบฮอร์โมนได้เร็วกว่าชุดตรวจปัสสาวะทั่วไป เนื่องจากฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์จะเข้าสู่กระแสเลือดก่อนที่จะถูกขับออกทางปัสสาวะ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงาน ขั้นตอนการตรวจ ค่าใช้จ่าย และวิธีอ่านผลตรวจอย่างละเอียด

กลไกทางการแพทย์และสาเหตุที่ต้องตรวจเลือด

เมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิและฝังตัวที่ผนังมดลูก รกจะเริ่มสร้างฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือย่อว่า hCG) ออกมา ฮอร์โมนชนิดนี้มีหน้าที่สำคัญในการรักษาระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพื่อประคับประคองการตั้งครรภ์ในระยะแรก

การตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักทางการแพทย์ ได้แก่:

  • การตรวจฮอร์โมนเอชซีจีเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Blood Test): เป็นการตรวจหาว่ามีฮอร์โมนเอชซีจีอยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ เพื่อยืนยันว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นหรือไม่ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นบวกหรือลบ
  • การตรวจฮอร์โมนเอชซีจีเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG): เป็นการวัดปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมนเอชซีจีในเลือดอย่างแม่นยำ ซึ่งแพทย์นิยมใช้ในการประเมินอายุครรภ์ ติดตามความปกติของการตั้งครรภ์ หรือวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะแท้งคุกคาม หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก

ความแม่นยำของการตรวจเลือดนั้นสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสามารถตรวจพบระดับฮอร์โมนที่ต่ำมากๆ ได้ แม้จะเลยกำหนดประจำเดือนมาเพียงไม่กี่วัน หรือประมาณเจ็ดถึงสิบวันหลังจากการปฏิสนธิ

อาการร่วมและสัญญาณที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด

ผู้รับบริการส่วนใหญ่มักตัดสินใจมาตรวจเลือดที่คลินิกเมื่อสังเกตพบความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หรือเมื่อผลตรวจจากชุดตรวจปัสสาวะมีความไม่ชัดเจน อาการและสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าควรเข้ารับการตรวจ ได้แก่:

  • ประจำเดือนขาดหายไปจากรอบเดือนปกติ
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะในช่วงเช้า (Morning Sickness)
  • ความรู้สึกคัดตึงเต้านม เจ็บหัวนม หรือเต้านมขยายใหญ่ขึ้น
  • อาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนมากกว่าปกติ หรือเหนื่อยง่าย
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือมีความไวต่อกลิ่นมากขึ้น
  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นเลือดจากการฝังตัวของตัวอ่อน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากมีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด ควรรีบพบสูตินรีแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต

ขั้นตอนการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิก

การเข้ารับบริการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิกหรือสถานพยาบาล มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  • การซักประวัติเบื้องต้น: แพทย์หรือพยาบาลจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด รอบเดือนปกติ ประวัติการคุมกำเนิด และอาการผิดปกติที่พบ
  • การเจาะเลือด: เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะทำการเจาะเก็บตัวอย่างเลือดจากหลอดเลือดดำบริเวณข้อพับแขน ใช้ปริมาณเลือดเพียงเล็กน้อย (ประมาณสามถึงห้าซีซี)
  • กระบวนการทางห้องปฏิบัติการ: ตัวอย่างเลือดจะถูกนำไปวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือแพทย์เฉพาะทาง
  • การรอผลตรวจ: ระยะเวลารอผลขึ้นอยู่กับประเภทของคลินิก หากเป็นคลินิกทั่วไปหรือห้องปฏิบัติการขนาดเล็กอาจใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง แต่หากเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่อาจใช้เวลาประมาณสองถึงสี่

วิธีอ่านผลตรวจฮอร์โมนเอชซีจีให้เข้าใจง่าย

เมื่อแพทย์หรือพยาบาลแจ้งผลตรวจเลือด จะมีการอธิบายตัวเลขหรือผลลัพธ์ให้เข้าใจได้ดังนี้:

  • ผลลบ (Negative): ระดับฮอร์โมนเอชซีจีอยู่ในเกณฑ์ปกติ (โดยทั่วไปน้อยกว่าห้า มิลลิอินเตอร์แนชันแนลยูนิตต่อมิลลิลิตร หรือ mIU/mL) หมายถึงยังไม่มีการตั้งครรภ์ในขณะนี้ หากประจำเดือนยังไม่มา อาจเกิดจากความเครียด ฮอร์โมนผิดปกติ หรือไข่ตกช้ากว่ากำหนด แนะนำให้เว้นระยะและตรวจซ้ำ
  • ผลบวก (Positive): ระดับฮอร์โมนเอชซีจีสูงกว่าเกณฑ์ปกติ (มากกว่ายี่สิบห้า mIU/mL ขึ้นไป) หมายถึงมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น แพทย์จะนัดหมายเพื่อฝากครรภ์และอัลตราซาวด์ติดตามผลต่อไป
คำแนะนำจากคุณหมอ: ค่าฮอร์โมนเอชซีจีในระยะแรกเริ่มของการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ สองถึงสามวัน ดังนั้น หากตรวจพบว่าตั้งครรภ์อ่อนๆ แพทย์อาจนัดเจาะเลือดซ้ำเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนว่าดำเนินไปอย่างปกติหรือไม่

ค่าใช้จ่ายในการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด

ค่าใช้จ่ายในการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดที่คลินิกหรือโรงพยาบาลมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของสถานพยาบาลและชนิดของการตรวจ โดยมีรายละเอียดโดยประมาณดังนี้:

  • คลินิกเวชกรรมทั่วไปหรือคลินิกสูตินรีเวช: ค่าบริการตรวจฮอร์โมนเอชซีจีเชิงคุณภาพ (ทราบผลเร็ว) จะมีราคาประมาณสามร้อยถึงหนึ่งพันบาท
  • โรงพยาบาลเอกชน: ค่าบริการจะสูงกว่าคลินิกเล็กน้อย เนื่องจากรวมค่าแพทย์ ค่าบริการโรงพยาบาล และค่าห้องปฏิบัติการ โดยการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเชิงปริมาณ (Beta-hCG) จะมีราคาประมาณแปดร้อยถึงสองพันบาท
  • โรงพยาบาลรัฐบาล: มีอัตราค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยาที่สุดตามประกาศของทางราชการ โดยมักมีราคาตั้งแต่สองร้อยถึงห้าร้อยบาท

การปฏิบัติตัวและการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจ

การเตรียมตัวเพื่อมาตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดนั้นทำได้ง่ายมาก เนื่องจากฮอร์โมนเอชซีจีไม่ได้ถูกกระทบโดยปริมาณอาหารหรือน้ำที่รับประทานเข้าไป ผู้รับบริการสามารถปฏิบัติตัวดังนี้:

  • ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติก่อนมาพบแพทย์
  • ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับวันแรกของประจำเดือนรอบล่าสุดให้แม่นยำ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณอายุครรภ์เบื้องต้น
  • สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเจาะเลือดบริเวณข้อพับแขน
  • เตรียมใจให้ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล เนื่องจากความเครียดอาจส่งผลต่อรอบเดือนได้

คำแนะนำและการดูแลสุขภาพเมื่อยืนยันการตั้งครรภ์

หากผลตรวจเลือดออกมาชัดเจนว่ามีการตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นดูแลสุขภาพครรภ์อย่างถูกวิธีตั้งแต่วันแรก แพทย์แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้:

  • รีบฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว เพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการและการตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม
  • รับประทานวิตามินกรดโฟลิก (Folic Acid) ตามแพทย์สั่ง เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาททารก
  • งดการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด และงดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทกสูง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down