ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความลับฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์และการตรวจวินิจฉัย

เมื่อสงสัยว่าตนเองอาจกำลังตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ทำมักเป็นการหาซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะมาตรวจด้วยตนเอง เนื่องจากความสะดวกรวดเร็วและหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์แล้ว การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด หรือที่เรียกว่า Serum Pregnancy Test ถือเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงและสามารถให้ผลการวินิจฉัยที่ชัดเจนกว่าในหลายสถานการณ์ คำถามที่พบบ่อยคือ ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด ชัวร์กว่า จริงหรือไม่ และแตกต่างจากการตรวจปัสสาวะอย่างไร ในบทความนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมาอธิบายกลไกทางการแพทย์ ข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องอย่างละเอียด เพื่อให้คุณเข้าใจและเลือกวิธีตรวจได้อย่างเหมาะสม

กลไกการทำงานของฮอร์โมนการตั้งครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นทางปัสสาวะหรือทางเลือด ล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือการตรวจหาฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอซีจี หรือ ฮอร์โมนฮิวแมน โครไอออนิก โกนาโดโทรปิน (Human Chorionic Gonadotropin - hCG) ฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นรก หลังจากที่ตัวอ่อนได้ฝังตัวลงบนผนังมดลูกแล้ว ซึ่งโดยทั่วไปจะเกิดขึ้นประมาณหกถึงสิบสองวันหลังจากการปฏิสนธิ

เมื่อฮอร์โมน hCG ถูกสร้างขึ้น จะเข้าสู่กระแสเลือดทันที และส่วนหนึ่งจะถูกกรองผ่านไตออกมาทางปัสสาวะ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การตรวจทั้งสองแบบสามารถบอกผลการตั้งครรภ์ได้ แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ความเข้มข้นของฮอร์โมนและความไวของอุปกรณ์ตรวจวัด ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ปริมาณฮอร์โมนในเลือดยังมีน้อยมากแต่เครื่องมือในห้องปฏิบัติการสามารถตรวจจับได้ ขณะที่ปัสสาวะอาจยังมีความเข้มข้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ชุดตรวจแสดงผลบวกได้อย่างชัดเจน

ประเภทของการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด

การตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์ในทางการแพทย์แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ดังนี้

  • การตรวจหาคุณภาพฮอร์โมน หรือ ควาลิทาทีฟ เอซีจี (Qualitative hCG Blood Test): เป็นการตรวจเพื่อบอกว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในเลือดหรือไม่ โดยจะให้ผลลัพธ์เป็นเพียง บวก หรือ ลบ คือ ตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์ มีความไวในการตรวจใกล้เคียงกับการตรวจปัสสาวะ แต่ให้ผลแน่นอนกว่าเพราะทำในห้องปฏิบัติการ
  • การตรวจหาปริมาณฮอร์โมน หรือ แคนทิแททีฟ เอซีจี (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG): เป็นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในเลือดอย่างแม่นยำว่าเป็นตัวเลขเท่าใด ซึ่งการตรวจวิธีนี้มีประโยชน์อย่างมากในทางการแพทย์ นอกจากการยืนยันการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยประเมินอายุครรภ์ ติดตามพัฒนาการของตัวอ่อน และวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อน เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือภาวะแท้งคุกคามได้อีกด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: การตรวจแบบ Quantitative Beta-hCG มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่มีประวัติมีบุตรยาก เคยแท้งบุตร หรือมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดในระยะแรกของการตั้งครรภ์ เพราะแพทย์สามารถเจาะเลือดซ้ำเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนได้ว่าดำเนินไปตามปกติหรือไม่

เปรียบเทียบความแม่นยำ: ตรวจเลือด ชัวร์กว่าปัสสาวะจริงไหม

ตอบคำถามคาใจได้อย่างมั่นใจเลยว่า ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด ชัวร์กว่า การตรวจทางปัสสาวะอย่างแน่นอน ในแง่ของความไวและความแม่นยำทางการแพทย์ โดยมีรายละเอียดการเปรียบเทียบดังนี้

  • ระยะเวลาที่ตรวจพบได้เร็วกว่า: การตรวจเลือดสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่เจ็ดถึงสิบวันหลังจากการปฏิสนธิ หรือก่อนที่จะถึงกำหนดประจำเดือนมา ขณะที่ชุดตรวจปัสสาวะส่วนใหญ่แนะนำให้ตรวจในวันที่ประจำเดือนขาดไปแล้ว หรือประมาณสัปดาห์ที่สองหลังปฏิสนธิ เพื่อลดโอกาสเกิดผลลบลวง
  • โอกาสเกิดผลลบลวงต่ำกว่า: ผลลบลวง (False Negative) คือการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้วแต่ตรวจไม่พบ มักเกิดจากการตรวจปัสสาวะเร็วเกินไป ปัสสาวะเจือจางจากการดื่มน้ำมาก หรือชุดตรวจเสื่อมสภาพ การตรวจเลือดในห้องปฏิบัติการช่วยตัดปัญหาเหล่านี้ได้เกือบทั้งหมด
  • ความสามารถในการประเมินภาวะแทรกซ้อน: ชุดตรวจปัสสาวะบอกได้เพียงว่าท้องหรือไม่ท้อง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าสุขภาพครรภ์ปกติหรือไม่ ขณะที่การตรวจเลือดสามารถบอกระดับฮอร์โมนเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคแทรกซ้อนได้

สัญญาณเตือนและอาการที่ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

หากท่านมีอาการเหล่านี้ร่วมกับการสงสัยว่าตั้งครรภ์ควรรีบมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีที่เหมาะสม รวมถึงการตรวจเลือด:

  • ประจำเดือนขาดหายไปนานกว่าปกติ และตรวจปัสสาวะแล้วได้ผลไม่ชัดเจนหรือไม่แน่ใจ
  • มีอาการแพ้ท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงข้างใดข้างหนึ่ง หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • มีประวัติแท้งบุตรบ่อยครั้งและต้องการวางแผนตั้งครรภ์ครั้งใหม่ด้วยความระมัดระวัง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดท้องน้อยร่วมกับเลือดออกทางช่องคลอดในสตรีที่สงสัยว่าตั้งครรภ์ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องมาพบแพทย์ทันที ห้ามรอให้ถึงกำหนดนัด เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกแล้วท่อรังไข่แตก

ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเข้ารับการตรวจเลือดที่โรงพยาบาล

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดไม่ได้มีความยุ่งยากซับซ้อน ผู้รับบริการไม่ต้องงดน้ำหรือ งดอาหาร สามารถเข้ารับบริการได้ทันทีโดยแพทย์หรือพยาบาลจะทำการเจาะเก็บตัวอย่างเลือดบริเวณข้อพับแขนปริมาณเล็กน้อย ส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โดยทั่วไปจะทราบผลการตรวจภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละสถานพยาบาล

การดูแลตนเองและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะแรกของการตั้งครรภ์

เมื่อผลตรวจเลือดืนยันแน่ชัดว่าตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นดูแลสุขภาพครรภ์อย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์:

  • ฝากครรภ์ทันที: ควรไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์และรับการอัลตราซาวนด์ยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูก
  • รับประทานวิตามินตามแพทย์สั่ง: กรดโฟลิก (Folic Acid) เป็นวิตามินที่จำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาทและไขสันหลัง ควรกินตั้งแต่วันแรกที่ทราบว่าตั้งครรภ์หรือก่อนตั้งครรภ์
  • หลีกเลี่ยงสารอันตราย: งดการสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และหลีกเลี่ยงการใช้ยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • พักผ่อนและรับโภชนาการที่เหมาะสม: ทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ดื่มน้ำสะอาดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่สงสัยการตั้งครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดมีความแม่นยำและชัวร์กว่าการตรวจปัสสาวะจริง เนื่องจากสามารถตรวจพบฮอร์โมน hCG ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และมีความผิดพลาดต่ำมาก หากคุณกำลังลังเลสงสัยในผลตรวจปัสสาวะ หรือมีอาการผิดปกติที่ต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำ การปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจเลือดถือเป็นทางเลือกทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและให้คำตอบที่ชัดเจนที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down