ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดกับความปลอดภัยทางการแพทย์

การตรวจการตั้งครรภ์เป็นขั้นตอนทางการแพทย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนครอบครัว การเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ หรือการเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในระบบสืบพันธุ์ เมื่อผู้หญิงเริ่มสงสัยว่าตนเองอาจจะตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่มักทำคือการไปหาซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะมาตรวจด้วยตนเองที่บ้าน แต่อีกหนึ่งทางเลือกที่มีความแม่นยำสูงและได้รับการยอมรับในทางการแพทย์คือการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด คำถามที่พบบ่อยคือ ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดปลอดภัยแค่ไหน และมีความแตกต่างอย่างไรกับการซื้อชุดตรวจมาทำเองที่บ้าน ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงกลไก ความแม่นยำ ความปลอดภัย และข้อดีข้อเสียของการตรวจทั้งสองวิธีอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด

กลไกและสาเหตุทางวิทยาศาสตร์ของฮอร์โมนการตั้งครรภ์

เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างของการตรวจแต่ละวิธี เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าร่างกายตรวจพบการตั้งครรภ์ได้อย่างไร ฮอร์โมนหลักที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยการตั้งครรภ์คือ ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือเรียกว่า hCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นรก หลังจากที่ตัวอ่อนฝังตัวกับผนังมดลูกสำเร็จ (โดยปกติจะเกิดขึ้นประมาณ 6 ถึง 12 วันหลังการปฏิสนธิ)

เมื่อฮอร์โมน hCG นี้ถูกผลิตขึ้น มันจะเข้าสู่กระแสเลือดและถูกกรองออกทางไตบางส่วนมาสู่วปัสสาวะ ระดับของฮอร์โมน hCG นี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปปริมาณฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 48 ถึง 72 ชั่วโมง การตรวจวัดระดับฮอร์โมนนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันทางการแพทย์ที่แม่นยำที่สุดว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่

ประเภทของการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด (Blood Pregnancy Test) ทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ ซึ่งมีความจำเพาะและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การตรวจฮอร์โมน hCG แบบเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Blood Test): เป็นการตรวจเพื่อบอกผลเพียงแค่ว่า มีฮอร์โมน hCG อยู่ในเลือดหรือไม่ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นบวก (ตั้งครรภ์) หรือลบ (ไม่ตั้งครรภ์) มีความไวใกล้เคียงกับการตรวจปัสสาวะ แต่สามารถตรวจพบได้เร็วกว่าเล็กน้อยหลังจากปฏิสนธิ
  • การตรวจฮอร์โมน hCG แบบเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG Test): เป็นการตรวจที่ละเอียดและมีประโยชน์มากที่สุดในทางการแพทย์ เพราะสามารถวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ออกมาเป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินอายุครรภ์ ติดตามความสมบูรณ์ของการตั้งครรภ์ และวินิจฉัยความผิดปกติ เช่น ภาวะแท้งคุกคาม ภาวะท้องนอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) หรือโรคครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar Pregnancy) ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดปลอดภัยแค่ไหน

ในประเด็นเรื่องความปลอดภัย การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงจากการเจาะเลือดมีน้อยมาก เช่น อาการฟกช้ำเล็กน้อยบริเวณที่เจาะเลือด ซึ่งหายได้เองในเวลาอันสั้น ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย หรือหากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น การเจาะเลือดก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อตัวอ่อนในครรภ์

ในแง่ของความปลอดภัยทางด้านสุขภาพจิตและการวินิจฉัย การตรวจเลือดมีความปลอดภัยสูงมากเพราะลดความเสี่ยงในการแปลผลผิดพลาด ช่วยให้ผู้รับการตรวจได้รับคำแนะนำและการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงที หากพบความผิดปกติของระดับฮอร์โมน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมน hCG สามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้เร็วที่สุดประมาณ 7 ถึง 10 วันหลังการปฏิสนธิ ซึ่งเร็วกว่าการตรวจด้วยปัสสาวะที่ต้องรอให้ประจำเดือนขาดเสียก่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องรู้ผลอย่างรวดเร็ว เช่น ต้องเข้ารับการเอกซเรย์ ต้องรับประทานยาที่มีผลต่อทารกในครรภ์ หรือมีภาวะเสี่ยงสูง

ความแตกต่างระหว่างการตรวจเลือดกับการใช้ชุดตรวจปัสสาวะที่บ้าน

การตรวจการตั้งครรภ์ทั้งสองวิธีมีหลักการตรวจจับฮอร์โมน hCG เหมือนกัน แต่มีรายละเอียดความแตกต่างที่สำคัญหลายประการ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

  • ความไวในการตรวจพบ (Sensitivity): การตรวจเลือดมีความไวสูงมาก สามารถตรวจจับปริมาณฮอร์โมนที่น้อยมากๆ ได้ ในขณะที่ชุดตรวจปัสสาวะที่บ้านต้องรอให้ฮอร์โมนในปัสสาวะสะสมจนถึงระดับความเข้มข้นที่กำหนด (Threshold) จึงจะแสดงผลได้ชัดเจน
  • ความแม่นยำ (Accuracy): การตรวจเลือดมีความแม่นยำเกือบ 100 เนื่องจากทำในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่มีการควบคุมมาตรฐาน ส่วนการตรวจปัสสาวะที่บ้านอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ประมาณ 5 ถึง 10 ซึ่งมักเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เช่น การใช้น้ำปัสสาวะเจือจาง การอ่านผลช้าหรือเร็วเกินไป หรือชุดตรวจเสื่อมสภาพ
  • ประเภทของข้อมูลที่ได้รับ: การตรวจปัสสาวะบอกได้แค่ว่าท้องหรือไม่ท้อง (2 ขีด หรือ 1 ขีด) แต่การตรวจเลือดแบบ Beta-hCG สามารถบอกปริมาณฮอร์โมนที่แน่นอน ซึ่งแพทย์สามารถนำมาใช้คำนวณและติดตามอาการทางการแพทย์ได้
  • ความสะดวกและสถานที่: การตรวจปัสสาวะทำได้เองที่บ้าน สะดวก เป็นส่วนตัว และมีราคาประหยัด ส่วนการตรวจเลือดต้องเดินทางไปโรงพยาบาลหรือคลินิก มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า และต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ

อาการและสัญญาณเตือนที่ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดทันที

ในบางกรณี การซื้อชุดตรวจปัสสาวะมาทำเองที่บ้านอาจไม่เพียงพอ หากคุณมีอาการผิดปกติที่เข้าข่ายภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ ควรเข้ารับการตรวจเลือดและพบสูตินรีแพทย์ทันที โดยมีสัญญาณอันตรายดังต่อไปนี้

  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงเฉียบพลัน โดยเฉพาะปวดร้าวไปที่หัวไหล่ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะท้องนอกมดลูกแตก
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติในช่วงที่สงสัยว่าตั้งครรภ์
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะมาก เป็นลม หน้ามืด ซึ่งเกิดจากการเสียเลือดภายใน
  • ผลตรวจปัสสาวะขึ้น 2 ขีดจางๆ สลับกับเข้ม หรือตรวจแล้วไม่แน่ใจผลติดต่อกันหลายครั้ง
  • มีโรคประจำตัวที่ต้องควบคุมการใช้ยาอย่างเคร่งครัดและสงสัยว่าตนเองตั้งครรภ์
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผลตรวจการตั้งครรภ์เป็นบวก ไม่ว่าจะตรวจจากเลือดหรือปัสสาวะ ควรไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์และอัลตราซาวนด์ยืนยันตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อนโดยเร็วที่สุด ห้ามรอจนอายุครรภ์มาก เพราะหากเกิดภาวะท้องนอกมดลูกอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีปฏิบัติตนและการดูแลสุขภาพเมื่อสงสัยว่าตั้งครรภ์

ไม่ว่าคุณจะเลือกตรวจด้วยวิธีใด หากพบว่าผลตรวจเป็นบวกหรือมีความสงสัย ควรปฏิบัติตนตามหลักการแพทย์เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ดังนี้

  • งดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น: หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเองทุกชนิด โดยเฉพาะยาแก้อักเสบ ยาลดไข้บางกลุ่ม หรือวิตามินเสริมขนาดสูง หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ผู้treating ทันที
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่: สารพิษเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของเซลล์ตัวอ่อนในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์
  • รับประทานกรดโฟลิก (Folic Acid): การเสริมวิตามินกรดโฟลิกเป็นประจำมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทกหรือความเครียดสูง

บทสรุปเปรียบเทียบการตรวจการตั้งครรภ์

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดและการตรวจด้วยปัสสาวะที่บ้านต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การตรวจปัสสาวะที่บ้านมีความสะดวกและรวดเร็วสำหรับการคัดกรองเบื้องต้นเมื่อประจำเดือนขาด แต่หากคุณต้องการความแม่นยำสูง ต้องการทราบผลอย่างรวดเร็วก่อนประจำเดือนขาด หรือมีอาการผิดปกติที่ต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์ การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แม่นยำ และให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์มากที่สุดในการดูแลสุขภาพของคุณ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down