ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์คืออะไร ไขข้อข้องใจเรื่องความเร็วและความแม่นยำ

เมื่อสงสัยว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ การรู้ผลตรวจที่รวดเร็วและแม่นยำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณแม่สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพครรภ์ได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การตรวจการตั้งครรภ์ทางการแพทย์มีด้วยกันหลัก ๆ สองวิธีคือ การใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะด้วยตนเอง และการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยการเจาะเลือด ซึ่งการเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ถือเป็นวิธีที่มีความไวสูงสุดในการตรวจพบฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์ ทำให้สามารถรู้ผลได้เร็วกว่าและมีความแม่นยำในระดับสูงมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความชัดเจนเร่งด่วน หรือผู้ที่มีประวัติมีบุตรยากและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

กลไกการเกิดฮอร์โมนตั้งครรภ์และสาเหตุที่การเจาะเลือดให้ผลเร็วกว่า

ฮอร์โมนหลักที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยการตั้งครรภ์คือ ฮอร์โมนฮิวแมนโคริโอนิกโกนาโดโทรปิน (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG) ซึ่งเซลล์ที่จะเจริญไปเป็นรกจะเริ่มสร้างขึ้นหลังจากตัวอ่อนฝังตัวที่ผนังมดลูกแล้ว โดยทั่วไปกระบวนการฝังตัวจะเกิดขึ้นประมาณ 6 ถึง 12 วันหลังการปฏิสนธิ ทันทีที่การฝังตัวเริ่มต้นขึ้น ฮอร์โมน hCG จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะในปริมาณที่น้อยกว่า

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้การเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมน hCG ในห้องปฏิบัติการมีความไวเหนือกว่า เพราะสามารถตรวจพบระดับฮอร์โมนที่ต่ำมาก ๆ ได้ตั้งแต่ในกระแสเลือด แม้ว่าฮอร์โมนนั้นจะยังขับออกมาในปัสสาวะไม่เพียงพอที่จะทำให้ชุดตรวจแบบปัสสาวะแสดงผลบวก ทำให้คุณแม่สามารถทราบผลการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ก่อนที่จะถึงกำหนดรอบประจำเดือนมาด้วยซ้ำ หรือประมาณ 10 ถึง 14 วันหลังจากการปฏิสนธิ

ประเภทของการเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์และความแตกต่าง

การเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ในทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสมและวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ ดังนี้

  • การตรวจฮอร์โมน hCG เชิงคุณภาพ (Qualitative Beta-hCG Blood Test): เป็นการตรวจหาว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในเลือดหรือไม่ โดยให้ผลลัพธ์เป็นบวกหรือลบเท่านั้น (ตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์) มีความไวสูงและให้ผลตรวจที่แน่นอนกว่าชุดตรวจปัสสาวะทั่วไป
  • การตรวจฮอร์โมน hCG เชิงปริมาณ (Quantitative Beta-hCG Blood Test หรือ Beta-hCG): เป็นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในเลือดอย่างละเอียดเป็นตัวเลข วิธีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในทางการแพทย์ นอกจากการยืนยันการตั้งครรภ์แล้ว ยังใช้ติดตามความสมบูรณ์ของการตั้งครรภ์ในระยะแรก ประเมินอายุครรภ์เบื้องต้น และวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) หรือ ภาวะแท้งคุกคาม (Threatened Abortion)

ความแม่นยำของการเจาะเลือดเทียบกับชุดตรวจครรภ์ทั่วไป

ชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะที่วางขายทั่วไปมีความสะดวกและใช้งานง่าย แต่มีความไวจำกัด โดยทั่วไปมีความแม่นยำประมาณ 97 ถึง 99 เปอร์เซ็นต์หากใช้ถูกวิธีและตรวจหลังจากขาดประจำเดือนแล้ว แต่หากตรวจเร็วเกินไปอาจพบผลลบลวง (False Negative) ได้ เนื่องจากฮอร์โมนในปัสสาวะยังมีความเข้มข้นไม่เพียงพอ

ในทางตรงกันข้าม การเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์มีความแม่นยำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจวัดระดับฮอร์โมนได้แม้มีปริมาณเพียงเล็กน้อย ลดความผิดพลาดจากการแปลผลแถบสีจางบนชุดตรวจปัสสาวะได้อย่างสิ้นเชิง

คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้การเจาะเลือดจะแม่นยำและรู้ผลเร็ว แต่การตรวจที่เร็วเกินไปอาจทำให้ตรวจพบระดับฮอร์โมนที่ยังน้อยมาก ซึ่งแพทย์อาจต้องนัดมาเจาะเลือดซ้ำเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน (hCG Doubling Time) ทุก 48 ถึง 72 ชั่วโมง เพื่อยืนยันว่าเป็นการตั้งครรภ์ในมดลูกที่ปกติ ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาเจาะเลือดคือช่วงที่ใกล้เคียงกับวันที่ประจำเดือนควรจะมา

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนเบื้องต้นของการตั้งครรภ์ระยะแรก

นอกจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ร่างกายของคุณแม่อาจเริ่มแสดงสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ซึ่งควรสังเกตควบคู่กันไป:

  • อาการขาดประจำเดือน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ที่มีรอบเดือนมาปกติ
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือแพ้ท้อง (Morning Sickness) ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเช้าหรือตลอดทั้งวันจากระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้น
  • อาการคัดตึงเต้านมและลานนมมีสีเข้มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
  • อาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานสูงในการสร้างรกและหล่อเลี้ยงทารก
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นจากการขยายตัวของมดลูกและเลือดที่ไปเลี้ยงอุ้งเชิงกรานเพิ่มขึ้น

สัญญาณอันตรายในระยะแรกของการตั้งครรภ์ที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

สำหรับคุณแม่ที่ทราบผลการตั้งครรภ์แล้ว ระยะแรกของครรภ์ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบาง หากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณอันตรายเร่งด่วนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที:

  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงเฉียบพลัน โดยเฉพาะปวดร้าวไปที่หัวไหล่ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะท้องลมหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่อันตรายถึงชีวิต
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูกเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูตินรีเวช หากท่อรังไข่แตกจะทำให้เกิดการตกเลือดภายในช่องท้องอย่างรุนแรง หากมีอาการปวดท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด ห้ามรอจนถึงวันนัดฝากครรภ์เด็ดขาด ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย หรือมีเลือดออกเป็นลิ่มเลือดร่วมกับอาการปวดเกร็งท้อง
  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือมีอาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หรือความดันโลหิตต่ำผิดปกติ

วิธีปฏิบัติและการดูแลตนเองหลังทราบผลตรวจการตั้งครรภ์

เมื่อผลการเจาะเลือดืนยันการตั้งครรภ์อย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดีมีดังนี้:

  • รีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์ครั้งแรก ประเมินอายุครรภ์ และรับวิตามินบำรุงที่จำเป็น เช่น กรดโฟลิก (Folic Acid) เพื่อป้องกันความพิการทางสมองและระบบไขสันหลังของทารก
  • งดการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างเด็ดขาด
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เน้นอาหารปรุงสุก สะอาด และมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทก หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม

การป้องกันและการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์

การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างราบรื่น คุณแม่ควรตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ (Preconception Checkup) ฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็น เช่น วัคซีนคางทูม หัดเยอรมัน และอีุกสุกอีใสล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน รวมถึงการรับประทานกรดโฟลิกล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อสร้างรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงที่สุดให้กับทารกน้อยในครรภ์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down