ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องการตรวจการตั้งครรภ์ ทำไมเจาะเลือดถึงเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด

การตรวจหาการตั้งครรภ์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวลใจสำหรับผู้หญิงหลายท่าน ในปัจจุบันการตรวจหาการตั้งครรภ์เบื้องต้นสามารถทำได้ง่ายด้วยการใช้ชุดตรวจปัสสาวะด้วยตนเอง แต่ในหลายสถานการณ์ทางการแพทย์ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจยืนยัน ผลการตรวจเลือดไม่เพียงแต่บอกว่ามีการตั้งครรภ์หรือไม่ แต่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดอ่อนและแม่นยำสูงมาก ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เนิ่นๆ และวางแผนการดูแลครรภ์ได้อย่างปลอดภัย

กลไกการเกิดฮอร์โมนตั้งครรภ์ และสาเหตุที่ต้องตรวจวัดระดับฮอร์โมน

เมื่อไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิเคลื่อนตัวมาฝังตัวที่ผนังมดลูก เซลล์ที่จะพัฒนาไปรก (Trophoblast cells) จะเริ่มผลิตฮอร์โมนเฉพาะตัวขึ้นมา นั่นคือ ฮอร์โมนเอซีจี หรือ ฮอร์โมนการตั้งครรภ์ (Human Chorionic Gonadotropin - hCG) ฮอร์โมนนี้จะถูกหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดก่อน แล้วจึงจะถูกกรองผ่านไตออกมาทางปัสสาวะ

ความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปปริมาณฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองถึงสามวันในระยะไตรมาสแรก การเข้าใจกลไกนี้ทำให้แพทย์สามารถประเมินอายุครรภ์ และติดตามความสมบูรณ์ของการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์ได้จากการเจาะเลือดตรวจหาระดับฮอร์โมนซ้ำในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ประเภทของการตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์ทางการแพทย์

การตรวจเลือดเพื่อหาการตั้งครรภ์ในทางการแพทย์แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีความสำคัญและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การตรวจหาคุณภาพหรือผลบวกผลลบ (Qualitative hCG Blood Test): เป็นการตรวจเพื่อดูว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ ให้ผลลัพธ์เป็นเพียงว่าตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์ มีความไวสูงใกล้เคียงกับการตรวจเลือดแบบปริมาณ แต่ส่วนใหญ่แพทย์จะนิยมใช้การตรวจแบบปริมาณมากกว่า
  • การตรวจหาปริมาณความเข้มข้น (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG): เป็นการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในเลือดอย่างแม่นยำเป็นตัวเลข ทำให้แพทย์สามารถทราบอายุครรภ์คร่าวๆ ประเมินความผิดปกติ เช่น ภาวะครรภ์นอกมดลูก หรือภาวะแท้งคุกคาม และติดตามผลการรักษาได้อย่างแม่นยำ

เจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์รู้ผลเร็วแค่ไหน และแม่นยำกว่าอย่างไร

คำถามที่พบบ่อยคือ การเจาะเลือดจะรู้ผลเร็วแค่ไหน คำตอบคือ การตรวจเลือดสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ 7 ถึง 10 วันหลังการปฏิสนธิ หรือเร็วกว่าการใช้ชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะที่ต้องรอให้ประจำเดือนขาดอย่างน้อย 1 สัปดาห์

คำแนะนำจากคุณหมอ: ความแม่นยำของการเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์นั้นสูงถึงร้อยละ 99 เนื่องจากอยู่ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ที่มีการควบคุมมาตรฐาน ปราศจากปัจจัยแทรกซ้อน เช่น ความเจือจางของปัสสาวะ ยาบางชนิดที่รับประทาน หรือการใช้ชุดตรวจที่หมดอายุ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลลบลวง (False Negative) หรือผลบวกลวง (False Positive) ได้เหมือนการตรวจปัสสาวะทั่วไป

อาการและสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์ระยะแรก

นอกจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ร่างกายของผู้หญิงจะมีสัญญาณเตือนต่างๆ ที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งสังเกตได้ดังนี้

  • ประจำเดือนขาด (Amenorrhea): ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ที่มีรอบเดือนมาปกติสม่ำเสมอ
  • อาการแพ้ท้อง (Morning Sickness): คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ มักเกิดขึ้นในช่วงเช้าหรือตลอดทั้งวันเนื่องจากระดับฮอร์โมน hCG ที่สูงขึ้น
  • ความเปลี่ยนแปลงที่เต้านม: รู้สึกคัดตึงเต้านม เจ็บหัวนม ลานนมมีสีเข้มขึ้น
  • อ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลา: ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรองรับการสร้างรกและระบบไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มขึ้น
  • ปัสสาวะบ่อย: มดลูกที่ขยายตัวเริ่มกดทับกระเพาะปัสสาวะร่วมกับเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณอุ้งเชิงกรานเพิ่มขึ้น

สัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ทันทีหลังทราบว่าตั้งครรภ์

แม้การตั้งครรภ์จะเป็นเรื่องที่น่า ินดี แต่ในช่วงไตรมาสแรกผู้ตั้งครรภ์ต้องระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากมีอาการเหล่านี้ต้องไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

  • มีเลือดออกทางช่องคลอด แม้จะเป็นปริมาณเพียงเล็กน้อยหรือเป็นเลือดสีน้ำตาล
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง หรือปวดเกร็งบริเวณท้องน้อยด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ
  • มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับอาการปวดท้อง
  • เวียนศีรษะมากจนเป็นลมหมดสติ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะตกเลือดภายในช่องท้องจากครรภ์นอกมดลูกแตก
  • มีอาการบวมที่ใบหน้า มือ หรือเท้าอย่างรวดเร็วผิดปกติ

วิธีดูแลตนเองและการปฏิบัติตัวเมื่อสงสัยว่าตั้งครรภ์

เมื่อท่านสงสัยว่าตนเองตั้งครรภ์หรือผลตรวจเลือดเป็นบวก การดูแลสุขภาพในช่วงเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์

  • ฝากครรภ์โดยเร็ว: ควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อยืนยันอายุครรภ์ด้วยการอัลตราซาวด์ และรับวิตามินบำรุง เช่น กรดโฟลิก (Folic Acid) เพื่อป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารก
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางโภชนาการ: รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารปรุงสุกสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ
  • งดพฤติกรรมเสี่ยงเด็ดขาด: งดการสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และงดการใช้สารเสพติด
  • ระมัดระวังการใช้ยา: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด หรือยาสสมุนไพรรับประทานเองโดยเด็ดขาด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาใดๆ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การซื้อชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะมาตรวจเองแล้วได้ผลลบ แต่ยังมีอาการประจำเดือนขาดหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ไม่ควรวางใจ ควรมาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาค่า Beta-hCG ซ้ำ เพราะหากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) จะเป็นภาวะฉุกเฉินทางนรีเวชที่อันตรายมากหากไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างทันท่วงที

การป้องกันและการเตรียมความพร้อมก่อนการตั้งครรภ์

สำหรับการวางแผนครอบครัว การเตรียมความพร้อมของร่างกายล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์ (Pre-conception Care) เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติของทารก

  • รับประทานวิตามินกรดโฟลิก L-Methylfolate ล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 ถึง 3 เดือน
  • ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานและตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็นก่อนตั้งครรภ์ เช่น วัคซีนคางทูม หัดเยอรมัน และอีุกสุกอีใส
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก่อนตั้งครรภ์

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้รับบริการในการตรวจการตั้งครรภ์

ขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกต้องและทำตามได้ทันทีเมื่อต้องการตรวจการตั้งครรภ์ มีดังนี้

  • สังเกตวันแรกของประจำเดือนรอบล่าสุด หากประจำเดือนขาดหายไปเกิน 1 สัปดาห์ สามารถเริ่มตรวจเบื้องต้นได้
  • หากต้องการความรวดเร็วและแม่นยำสูงตั้งแต่เนิ่นๆ (7-10 วันหลังการปฏิสนธิ) ให้เข้ารับการเจาะเลือดตรวจหาระดับฮอร์โมน hCG ที่สถานพยาบาล
  • เมื่อผลตรวจเป็นบวกหรือพบว่าตั้งครรภ์ ให้รีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์และอัลตราซาวด์ยืนยันตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อน
  • หลีกเลี่ยงความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และงดพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพครรภ์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down