ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความลับการตรวจเลือดเช็คการตั้งครรภ์ รู้ผลเร็วแค่ไหนและเตรียมตัวอย่างไรให้ถูกต้อง

การตรวจวินิจฉัยการตั้งครรภ์ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในชีวิตของผู้หญิงหลายคนที่กำลังวางแผนจะมีบุตร หรือมีความกังวลใจเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ การเลือกใช้วิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีความแม่นยำสูงอย่างการเจาะเลือดถือเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะเมื่อชุดตรวจการตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะให้ผลที่ไม่แน่ชัด หรือต้องการทราบระดับฮอร์โมนในกระแสเลือดอย่างแม่นยำ บทความฉบับนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงกระบวนการทางแพทย์ ระยะเวลาในการรอผล และข้อปฏิบัติที่ถูกต้องแบบละเอียดรอบด้านจากมุมมองของแพทย์เฉพาะทาง

กลไกการทำงานของฮอร์โมนตั้งครรภ์และสาเหตุที่การตรวจเลือดมีความแม่นยำสูงสุด

เมื่อมีการปฏิสนธิระหว่างไข่และอสุจิสำเร็จ ตัวอ่อนจะฝังตัวลงบนผนังเยื่อบุโพรงมดลูกในระยะเวลาประมาณหถึงสิบสองวันหลังการมีเพศสัมพันธ์ ทันทีที่มีการฝังตัว เซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นรกจะเริ่มสร้างฮอร์โมนเฉพาะตัวขึ้นมา นั่นคือฮอร์โมนฮิวแมนโคริโอนิกโกนาโดโทรปิน (Human Chorionic Gonadotropin หรือ HCG) ฮอร์โมนชนิดนี้จะหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดก่อนที่จะถูกขับออกทางปัสสาวะ

สาเหตุที่การตรวจเลือดเช็คการตั้งครรภ์รู้ผลภายในระยะเวลาอันรวดเร็วและมีความไวสูงมาก เนื่องจากระดับฮอร์โมน HCG ในเลือดจะปรากฏขึ้นตั้งแต่วันแรกๆ ที่ตัวอ่อนฝังตัว แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยที่ชุดตรวจปัสสาวะยังไม่สามารถตรวจจับได้ แต่เครื่องมือทางห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสามารถตรวจวัดความเข้มข้นระดับต่ำได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็นการตรวจหาปริมาณฮอร์โมนรวม (Total HCG) และการตรวจหาฮอร์โมนเฉพาะส่วนย่อยเบต้า (Beta-HCG) ซึ่งให้ความจำเพาะเจาะจงสูงมากในการยืนยันภาวะการตั้งครรภ์

ตรวจเลือดเช็คการตั้งครรภ์รู้ผลภายในกี่วันและไขข้อข้องใจเรื่องการงดน้ำงดอาหาร

คำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้รับบริการคือ ตรวจเลือดเช็คการตั้งครรภ์รู้ผลภายในกี่วัน และจำเป็นต้องเตรียมตัวอดอาหารและน้ำก่อนมาโรงพยาบาลหรือไม่ ในทางการแพทย์ การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมนตั้งครรภ์ Beta-HCG ไม่จำเป็นต้องงดน้ำและงดอาหารแต่อย่างใด ผู้รับบริการสามารถรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือทานยาประจำตัวได้ตามปกติก่อนเข้ารับการเจาะเลือด เนื่องจากฮอร์โมน HCG เป็นฮอร์โมนเฉพาะจากการตั้งครรภ์ ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการย่อยอาหารหรือสารอาหารในกระแสเลือดในช่วงเวลานั้น ยกเว้นในกรณีที่แพทย์มีความจำเป็นต้องสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการรายการอื่นร่วมด้วย เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หรือไขมันในเลือด ซึ่งอาจต้องมีการเตรียมตัวอดอาหารเฉพาะโรค

ส่วนระยะเวลาในการรอผลการตรวจนั้น โดยทั่วไปหากเป็นการตรวจในโรงพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการมาตรฐาน จะใช้เวลาทราบผลภายใน สองถึงสี่ชั่วโมง สำหรับกรณีเร่งด่วน หรืออาจใช้เวลาภายในวันเดียวกัน (ประมาณครึ่งวันถึงหนึ่งวันทำการ) ขึ้นอยู่กับระบบจัดการของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง หากส่งตรวจแบบวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Beta-HCG) เพื่อดูค่าตัวเลขความเข้มข้นของฮอร์โมนอย่างละเอียด แพทย์จะสามารถประเมินอายุครรภ์คร่าวๆ หรือติดตามพัฒนาการของการฝังตัวได้อีกด้วย

อาการร่วมและสัญญาณเตือนระยะแรกของการตั้งครรภ์ที่ควรสังเกต

นอกเหนือจากการตรวจเลือดเพื่อยืนยันผล ร่างกายของผู้หญิงในช่วงเริ่มต้นตั้งครรภ์อาจแสดงสัญญาณทางสรีรวิทยาบางประการที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งแพทย์แนะนำให้สังเกตอาการร่วมดังต่อไปนี้

  • ประจำเดือนขาดหายไป ซึ่งถือเป็นสัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ที่มีรอบเดือนปกติ
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือแพ้ท้อง (Morning Sickness) ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเช้าหรือเวลาใดก็ได้ที่มีกลิ่นฉุน
  • ความรู้สึกคัดตึงเต้านม หัวนมมีความไวต่อสัมผัสมากขึ้น และลานนมอาจมีสีคล้ำขึ้น
  • อาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานสูงในการสร้างรกและหล่อเลี้ยงตัวอ่อน
  • การปัสสาวะบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากมดลูกเริ่มขยายตัวและไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณอุ้งเชิงกรานเพิ่มขึ้น
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีอาการประจำเดือนขาดร่วมกับอาการคลื่นไส้หรือคัดตึงเต้านม การเข้ารับการเจาะเลือดตรวจหาฮอร์โมน Beta-HCG จะช่วยให้ทราบผลที่แน่นอนที่สุด แม้ว่าการตรวจปัสสาวะด้วยตนเองจะขึ้นขีดจางๆ จนทำให้เกิดความสับสน การตรวจเลือดจะช่วยตัดความกังวลและให้ตัวเลขปริมาณฮอร์โมนที่ชัดเจนทางการแพทย์

สัญญาณอันตรายในระยะแรกของการตั้งครรภ์ที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ผลการตรวจเลือดจะยืนยันการตั้งครรภ์แล้ว แต่ในระยะไตรมาสแรก (สามเดือนแรก) ผู้ตั้งครรภ์ต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการดังต่อไปนี้ถือเป็นสัญญาณอันตรายเร่งด่วนที่ต้องมาพบสูตินรีแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือปวดเกร็งรุนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะหากปวดข้างใดข้างหนึ่งเด่นชัด
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะเป็นเลือดสีแดงสดหรือเลือดสีน้ำตาลเข้ม มากหรือน้อยก็ตาม
  • มีอาการเวียนหัวหน้ามืด เป็นลม หรือมีความดันโลหิตต่ำผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการตกเลือดภายใน
  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือมีตกขาวผิดปกติที่มีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดท้องน้อยรุนแรงร่วมกับเลือดออกทางช่องคลอดในระยะแรกของการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) หรือภาวะแท้งคุกคาม (Threatened Abortion) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูตินรีเวชที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของมารดา

วิธีดูแลตนเองและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องหลังจากทราบผลตรวจเลือด

เมื่อผลตรวจเลือดืนยันการตั้งครรภ์เป็นบวก สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์คุณภาพ โดยมีแนวปฏิบัติทางการแพทย์ดังนี้

  • รีบไปฝากครรภ์กับสูตินรีแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการอัลตราซาวนด์ยืนยันตำแหน่งการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกและประเมินอายุครรภ์ที่แท้จริง
  • รับประทานวิตามินกรดโฟลิก (Folic Acid) ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์
  • งดการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้สารเสพติดทุกชนิด รวมถึงการปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใดๆ เสมอ
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นอาหารปรุงสุกสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทกอย่างรุนแรง หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้ม

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจการตั้งครรภ์

การตรวจเลือดเช็คการตั้งครรภ์เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง ทราบผลรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และผู้รับบริการไม่ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนเข้ารับการตรวจ การรู้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพครรภ์ได้อย่างทันท่วงที หรือหากผลเป็นลบก็ช่วยคลายความกังวลและวางแผนชีวิตได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ควรเข้ารับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down