ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด แม่นยำแค่ไหนและต้องรอถึงเมื่อไหร่

สำหรับผู้ที่กำลังรอคอยสมาชิกใหม่หรือมีความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์ ความสงสัยที่ว่า ท้องกี่สัปดาห์ถึงจะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแล้วได้ผลลัพธ์ที่แน่นอนที่สุดถือเป็นคำถามยอดฮิต การตรวจการตั้งครรภ์ในทางการแพทย์มีหลากหลายวิธี แต่การตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยการเจาะเลือดถือเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากสามารถตรวจวัดระดับฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์ได้อย่างละเอียดแม้จะมีปริมาณน้อยเพียงใดก็ตาม บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงกลไกการทำงานของฮอร์โมน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ ความแตกต่างระหว่างการตรวจเลือดและการตรวจปัสสาวะ รวมถึงข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

กลไกการเกิดฮอร์โมนและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเริ่มตั้งครรภ์

เมื่อไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจากอสุจิเดินทางมาฝังตัวที่ผนังมดลูกสำเร็จ เนื้อเยื่อที่จะพัฒนาไปเป็นรกจะเริ่มผลิตฮอร์โมนเฉพาะตัวที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG) ออกมาเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกทางปัสสาวะ ฮอร์โมนตัวนี้ทำหน้าที่สำคัญในการรักษารังไข่และกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอรอง (Progesterone) อย่างต่อเนื่องเพื่อประคับประคองเยื่อบุโพรงมดลูกให้มีความพร้อมในการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ระดับของฮอร์โมน hCG นี้จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ สองถึงสามวันในระยะแรกเริ่ม ทำให้การตรวจพบฮอร์โมนนี้เป็นเครื่องยืนยันทางการแพทย์ว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นจริง

ท้องกี่สัปดาห์ถึงจะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแล้วเจอค่าที่แน่นอน

หากถามว่า ท้องกี่สัปดาห์ถึงจะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดได้อย่างแม่นยำ ทางการแพทย์แนะนำว่าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ 10 ถึง 12 วันหลังจากการปฏิสนธิ หรือในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับวันที่ประจำเดือนรอบถัดไปควรจะมา หากคำนวณตามอายุครรภ์ทางสูตินรีเวช ซึ่งนับตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) การเจาะเลือดตรวจจะสามารถให้ผลที่ชัดเจนเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ โดยการตรวจเลือดแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่

  • การตรวจหาปริมาณฮอร์โมนเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG): เป็นการวัดระดับความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG ในเลือดอย่างแม่นยำ สามารถบอกได้ว่ามีฮอร์โมนอยู่ในระดับเท่าไหร่ ซึ่งช่วยให้แพทย์ประเมินอายุครรภ์เบื้องต้นและติดตามพัฒนาการของการตั้งครรภ์ได้
  • การตรวจหาฮอร์โมนเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Blood Test): เป็นการตรวจเพียงว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ ให้ผลลัพธ์เป็นบวกหรือลบเท่านั้น คล้ายกับการใช้ชุดตรวจปัสสาวะแต่มีความไวสูงกว่าเล็กน้อย
คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้การตรวจเลือดจะมีความไวสูงมาก แต่หากมาตรวจเร็วเกินไป เช่น ในช่วง 7 วันแรกหลังการปฏิสนธิ ระดับฮอร์โมน hCG อาจยังต่ำเกินไปจนห้องปฏิบัติการตรวจไม่พบ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลลบปลอม (False Negative) ได้ ดังนั้นการรอให้เลยกำหนดประจำเดือนมา 1 ถึง 3 วันแล้วค่อยมาตรวจเลือดจะเป็นช่วงเวลาที่ให้ความแม่นยำสูงที่สุด

ความแตกต่างระหว่างการตรวจเลือดและการตรวจปัสสาวะด้วยตนเอง

หลายคนมักสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องมาเจาะเลือดในเมื่อสามารถซื้อชุดตรวจครรภ์มาปัสสาวะเองที่บ้านได้ ทั้งสองวิธีมีข้อดีและระดับความไวที่แตกต่างกัน

  • ชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะ (Urine Pregnancy Test): อาศัยการตรวจหาฮอร์โมน hCG ในปัสสาวะ ความแม่นยำขึ้นอยู่กับคุณภาพของชุดตรวจ ปริมาณฮอร์โมนในปัสสาวะ และความเจือจางของน้ำในร่างกาย หากตรวจเร็วเกินไปอาจให้ผลลบได้แม้จะตั้งครรภ์แล้ว
  • การตรวจเลือดในห้องปฏิบัติการ (Blood Test): มีความไวสูงกว่าการตรวจปัสสาวะมาก สามารถตรวจพบฮอร์โมนได้ตั้งแต่ปริมาณน้อยๆ ในกระแสเลือดก่อนที่ฮอร์โมนจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะในปริมาณที่มากพอจะตรวจจับได้

สัญญาณเตือนและอาการผิดปกติในระยะแรกของการตั้งครรภ์ที่ต้องพบแพทย์

ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็ว อาการที่มักพบได้ทั่วไป ได้แก่ อาการคัดตึงเต้านม อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน หรือมีเลือดออกกะปริบกะปรอยจากการฝังตัวของไข่ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณอันตรายบางประการที่หากเกิดขึ้นร่วมกับการตรวจพบการตั้งครรภ์แล้ว ควรต้องรีบมาพบสูตินรีแพทย์ทันที

  • อาการปวดท้องน้อยรุนแรงข้างใดข้างหนึ่ง: อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะท้องนอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินอันตราย
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ: มีลักษณะเป็นเลือดสด ออกมาปริมาณมาก หรือมีลิ่มเลือดร่วมด้วย ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะแท้งคุกคาม (Threatened Abortion)
  • อาการวิงเวียนศีรษะรุนแรง หน้ามืด เป็นลม: เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตหรือภาวะแทรกซ้อนในอุ้งเชิงกราน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผลตรวจเลือดพบว่ามีการตั้งครรภ์ แต่ระดับฮอร์โมน hCG เพิ่มขึ้นช้ากว่าปกติหรือไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน แพทย์อาจต้องนัดตรวจอัลตราซาวนด์ซ้ำเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติ เช่น ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือภาวะไข่ปลาอุก ห้ามละเลยอาการปวดท้องรุนแรงเด็ดขาด

วิธีดูแลสุขภาพและการเตรียมตัวเมื่อทราบผลการตั้งครรภ์

ทันทีที่ผลตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการยืนยันการตั้งครรภ์อย่างแน่นอน สิ่งที่ท่านควรปฏิบัติเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดีมีดังนี้

  • ฝากครรภ์โดยเร็ว: ควรนัดพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์เมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 8 สัปดาห์ หรือเร็วกว่านั้นหากมีโรคประจำตัว เพื่อประเมินสุขภาพและคำนวณกำหนดคลอดที่แม่นยำ
  • รับประทานวิตามินบำรุงครรภ์: โดยเฉพาะกรดโฟลิก (Folic Acid) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันความพิการทางสมองและไขสันหลังของทารกในครรภ์
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต: งดการสูบบุหรี่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นอาหารครบ 5 หมู่ สะอาด ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

การป้องกันและการวางแผนครอบครัวระยะยาว

สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตร การตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ (Pre-conception Counseling) เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคติดเชื้อที่อาจส่งผลต่อทารก เช่น โรคหัดเยอรมัน ไวรัสตับอักเสบชนิดบี และการตรวจหาความสมบูรณ์ของเลือด การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการปฏิสนธิจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรง

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจการตั้งครรภ์

คำถามที่ว่า ท้องกี่สัปดาห์ถึงจะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด คำตอบคือควรตรวจในช่วงเวลา 10 ถึง 12 วันหลังการปฏิสนธิ หรือเมื่อประจำเดือนขาดไปประมาณ 1 ถึง 3 วัน การตรวจเลือดให้ความแม่นยำสูงมากและช่วยให้ทราบระดับฮอร์โมนที่แท้จริง หากพบผลบวกควร รีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลครรภ์และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down