ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกถ่ายเป็นมูกเลือดสีแดงสดเหมือนแยม: สัญญาณเตือนภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องตื่นตัว

ในฐานะกุมารแพทย์ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งคือการได้ยินคุณพ่อคุณแม่เล่าว่าลูกน้อยมีอาการปวดท้องรุนแรงร่วมกับอุจจาระผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าลูกถ่ายเป็นมูกเลือดสีแดงสดคล้ายแยมสตรอว์เบอร์รี ลักษณะอุจจาระเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องปกติของระบบขับถ่ายในเด็ก และมักเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคทางศัลยกรรมเด็กที่อันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาไม่ทันเวลา นั่นคือโรคลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ซึ่งจัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

ทำความเข้าใจโรคลำไส้กลืนกันคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคลำไส้กลืนกัน (Intussusception) คือภาวะที่ลำไส้ส่วนต้นเคลื่อนตัวหลุดสอดเข้าไปในโพรงของลำไส้ส่วนที่อยู่ติดกัน โดยส่วนใหญ่พบบ่อยที่สุดบริเวณรอยต่อระหว่างลำไส้เล็กส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ (Ileocecal junction) กลไกดังกล่าวทำให้เกิดการกดทับหลอดเลือดที่มาเลี้ยงลำไส้ ส่งผลให้เนื้อเยื่อลำไส้เกิดการบวม ขาดเลือดไปเลี้ยง และอาจนำไปสู่ภาวะลำไส้เน่าทะลุและติดเชื้อในกระแสเลือดตามมาได้อย่างรวดเร็ว

โรคนี้มักพบมากที่สุดในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุตั้งแต่หกเดือนถึงสามขวบ โดยเพศชายมีโอกาสพบได้สูงกว่าเพศหญิง ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่อาจพบได้เช่นกันแต่มักมีสาเหตุจากความผิดปกติของผนังลำไส้ เช่น ติ่งเนื้อหรือต่อมน้ำเหลืองโต แต่ในเด็กเล็กส่วนใหญ่มักไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด บางครั้งอาจสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหารที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองในลำไส้โตขึ้นและเป็นจุดเริ่มต้นให้ลำไส้เคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง

อาการแสดงและลำดับขั้นความรุนแรงของโรค

อาการของโรคลำไส้กลืนกันมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีความจำเพาะเจาะจง พ่อแม่ควรสังเกตลำดับอาการดังต่อไปนี้

  • อาการปวดท้องรุนแรงเป็นพักๆ (Colicky Abdominal Pain): เด็กจะร้องกวน งอแงจัด เอามือจับท้อง หรือดึงขาเข้าหาลำตัว อาการปวดจะเป็นๆ หายๆ ทุกสิบถึงยี่สิบนาที ระหว่างที่หายปวดเด็กอาจดูปกติหรืออ่อนเพลียซึมลง
  • อาเจียนพุ่ง (Vomiting): ในระยะแรกอาจอาเจียนเป็นนมหรืออาหารที่กินเข้าไป ต่อมาอาจอาเจียนเป็นน้ำย่อยหรือน้ำดีเนื่องจากการอุดตันของลำไส้
  • อุจจาระมีมูกเลือดสีแดงสด (Currant Jelly Stool): นี่คืออาการไฮไลท์สำคัญที่เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อเมือกในลำไส้ร่วมกับเลือดที่ออกจากการขาดเลือด ผสมกันจนมีลักษณะคล้ายแยมผลไม้สีแดง
  • คลำพบก้อนที่หน้าท้อง (Abdominal Mass): แพทย์อาจตรวจพบก้อนเนื้อลักษณะคล้ายไส้กรอกบริเวณท้องด้านขวาบนหรือส่วนกลาง ซึ่งเกิดจากลำไส้ที่ซ้อนทับกัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: เด็กบางรายอาจไม่มีอาการถ่ายเป็นมูกเลือดให้เห็นในระยะแรกเริ่ม แต่จะมีอาการร้องกวนและอาเจียนรุนแรงแทน ดังนั้นอย่ารอให้อุจจาระผิดปกติปรากฏครบทุกอาการจึงค่อยมาพบแพทย์ ความล่าช้าอาจทำให้ลำไส้เน่าตายและต้องตัดลำไส้บางส่วนทิ้ง

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที

เมื่อลูกมีอาการปวดท้องร่วมกับอาเจียน พ่อแม่ต้องประเมินหา Red Flag Symptoms หรือสัญญาณเตือนอันตรายที่บ่งบอกว่าภาวะโรคดำเนินไปไกลและเป็นอันตรายถึงชีวิตแล้ว ได้แก่

  • เด็กซึมมาก ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือหมดสติ
  • มีไข้สูงร่วมด้วย ซึ่งบ่งบอกว่าลำไส้เริ่มอักเสบติดเชื้อหรือเริ่มเน่า
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง ปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกนานเกินหกชั่วโมง
  • ท้องอืดตึง แข็ง กดเจ็บมาก หรือผิวหนังหน้าท้องเปลี่ยนสี
  • อาเจียนเป็นเลือดหรือมีสีเขียวเข้มปนออกมา

วิธีตรวจวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำในโรงพยาบาล

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์และศัลยแพทย์เด็กจะทำการวินิจฉัยด้วยกระบวนการมาตรฐาน ดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามลักษณะการร้องกวน อาการปวดท้อง และลักษณะอุจจาระอย่างละเอียด พร้อมทั้งคลำหน้าท้องเพื่อหาก้อนเนื้อผิดปกติ
  • การอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงมากในการตรวจหาโรคลำไส้กลืนกัน โดยจะเห็นภาพตัดขวางของลำไส้ซ้อนกันลักษณะคล้ายเป้าธนู (Target sign) หรือโดนัท
  • การเอกซเรย์ช่องท้อง (Abdominal X-ray): ใช้เพื่อประเมินภาวะลำไส้อุดตัน หรือตรวจดูว่ามีลมรั่วในช่องท้องจากภาวะลำไส้ทะลุหรือไม่

วิธีการรักษาโรคลำไส้กลืนกันตามหลักการแพทย์สมัยใหม่

การรักษาโรคลำไส้กลืนกันขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ หากมาเร็วและลำไส้ยังไม่เน่าตาย แพทย์สามารถรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ แต่หากมาช้าและมีภาวะแทรกซ้อน จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดทันที

  • การสวนลำไส้ด้วยลมหรือของเหลว (Hydrostatic or Pneumatic Reduction): เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับเด็กที่ไม่มีภาวะลำไส้ทะลุ แพทย์จะทำการสวนอากาศ (Air enema) หรือสวนสารละลายแบเรียม/เกลือแร่ผ่านทางทวารหนัก เพื่อดันให้ลำไส้ที่ซ้อนกันอยู่หลุดกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมภายใต้การควบคุมด้วยเครื่องเอกซเรย์
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgical Intervention): ใช้ในกรณีที่การสวนลำไส้ไม่สำเร็จ มีภาวะลำไส้ทะลุ ลำไส้เน่าตาย หรือเด็กมีอาการมานานเกินกว่าจะทำการสวนได้อย่างปลอดภัย ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเปิดช่องท้องเพื่อจัดเรียงลำไส้ ตัดเนื้อเยื่อส่วนที่เน่าตายออก และทำความสะอาดช่องท้อง
คำแนะนำจากคุณหมอ: เวลาทอง (Golden Period) ในการรักษารักษากลืนกันคือภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกเริ่มแสดงอาการ หากพามาพบแพทย์ในช่วงเวลานี้ โอกาสสำเร็จในการสวนลำไส้ให้กลับคืนปกติโดยไม่ต้องผ่าตัดมีสูงมาก และลดความเสี่ยงในการสูญเสียเนื้อเยื่อลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่พ่อแม่ห้ามทำเด็ดขาด

ในสถานการณ์ที่ลูกน้อยมีอาการปวดท้องและถ่ายเป็นมูกเลือด มีข้อปฏิบัติทางการแพทย์ที่เคร่งครัดซึ่งพ่อแม่ควรทราบ

  • ห้ามให้เด็กกินอาหารหรือดื่มน้ำเด็ดขาด (NPO - Nil Per Os): เพราะเมื่อลำไส้อุดตัน การรับประทานอาหารจะทำให้อาเจียนเพิ่มขึ้น เพิ่มความดันในทางเดินอาหาร และเสี่ยงต่อการสำลักเข้าปอด
  • ห้ามซื้อยาระบาย ยาแก้ปวด หรือยาหยุดถ่ายให้เด็กกินเองอย่างเด็ดขาด: การใช้ยาเหล่านี้จะไปกดอาการตามธรรมชาติ ทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ล่าช้า และยาหยุดถ่ายอาจทำให้ลำไส้ทะลุได้ง่ายขึ้น
  • ห้ามสวนก้นให้เด็กด้วยตนเองที่บ้าน: การพยายามสวนทวารหรือใช้นิ้วช่วยอาจทำให้ลำไส้ที่กำลังขาดเลือดอยู่แล้วเกิดการฉีกขาดทะลุได้ง่าย

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพลำไส้เด็กในระยะยาว

เนื่องจากโรคลำไส้กลืนกันส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด การป้องกันโดยตรงจึงทำได้ยาก แต่สามารถลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพระบบทางเดินอาหารโดยรวมได้ดังนี้

  • ดูแลสุขอนามัยที่ดีเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสในทางเดินอาหาร ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองลำไส้โต
  • ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบหหมู่ และย่อยง่ายตามวัย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของลำไส้
  • สังเกตความผิดปกติของการขับถ่ายและการย่อยอาหารของลูกน้อยอยู่เสมอ หากพบว่าลูกร้องกวนผิดปกติหรือถ่ายอุจจาระแปลกไปควรรีบปรึกษากุมารแพทย์ทันที

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

หากพบเหตุการณ์ลูกถ่ายเป็นมูกเลือดสีแดงเหมือนแยม ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ทันที

  • ขั้นตอนที่ 1: ตั้งสติและสังเกตอาการร่วม เช่น อาการร้องกวนเป็นพักๆ อาเจียนพุ่ง และความซึม
  • ขั้นตอนที่ 2: หยุดให้เด็กรับประทานอาหารและน้ำทางปากทันที
  • ขั้นตอนที่ 3: ห้ามซื้อยาใดๆ ให้กินเองและห้ามสวนทวารเด็ดขาด
  • ขั้นตอนที่ 4: รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่มีกุมารแพทย์หรือห้องฉุกเฉินใกล้บ้านทันทีโดยเร็วที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down