ทารกแรกเกิดถ่ายเป็นเลือด วิกฤตการณ์ที่พ่อแม่ต้องตั้งสติและรับมืออย่างถูกวิธี
ภาวะทารกแรกเกิดถ่ายเป็นเลือดถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและวิตกกังวลให้กับคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด ในฐานะกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขอยืนยันว่าอาการนี้เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายของทารกที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด แม้ว่าในบางกรณีอาจเกิดจากสาเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น การกลืนเลือดของมารดาขณะคลอด แต่ในหลายกรณีก็อาจเป็นอาการแสดงของโรคในระบบทางเดินอาหารที่รุนแรงและต้องการการวินิจฉัยรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสาเหตุ อาการเตือน และแนวทางการปฏิบัติ จะช่วยชีวิตทารกและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้
สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะถ่ายเป็นเลือดในทารกแรกเกิด
การที่ทารกแรกเกิดมีอุจจาระปนเลือดหรือถ่ายเป็นเลือดสด เกิดได้จากหลายปัจจัยตั้งแต่อวัยวะส่วนต้นจนถึงส่วนปลายของระบบทางเดินอาหาร โดยสามารถแบ่งสาเหตุหลักตามช่วงเวลาและกลไกการเกิดโรคได้ดังนี้
การกลืนเลือดของมารดาขณะคลอดหรือจากการให้นมแม่ (Maternal Blood Swallowing)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยและมักไม่เป็นอันตราย เกิดจากการที่ทารกกลืนเลือดของมารดาเข้าไปในระหว่างกระบวนการคลอด หรือกรณีที่คุณแม่มีแผลแตกที่หัวนมขณะให้นมบุตร ทำให้ทารกดูดกลืนเลือดเข้าไปและถ่ายออกมาเป็นเลือดปนอุจจาระ แพทย์สามารถทดสอบแยกระหว่างเลือดของทารกและเลือดของมารดาได้ด้วยการทำ Apt Test
ภาวะลำไส้เน่าอักเสบในทารกแรกเกิด (Necrotizing Enterocolitis - NEC)
นี่คือสาเหตุที่น่ากลัวที่สุดและเป็นภาวะวิกฤตในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะในทารกคลอดก่อนกำหนด เกิดจากการที่เยื่อบุลำไส้ขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรง เนื้อเยื่อลำไส้ตาย และอาจนำไปสู่ภาวะลำไส้ทะลุติดเชื้อในกระแสเลือดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow Milk Protein Allergy)
ทารกที่ได้รับนมผสมที่มีโปรตีนนมวัวอาจเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุลำไส้อักเสบและมีเลือดออกซึม มักพบร่วมกับอาการแหวะนมบ่อย ร้องกวน งอแง ผื่นผิวหนัง หรือมีมูกปนในอุจจาระ
โรคของหลอดเลือดและความผิดปกติทางกายวิภาค
อาทิเช่น ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ซึ่งพบได้บ้างในทารกช่วงปลายวัยแรกเกิด ภาวะลำไส้หมุนผิดปกติ (Malrotation) หรือความผิดปกติของหลอดเลือดในทางเดินอาหาร (Vascular Malformation) ที่ทำให้มีเลือดออกปริมาณมาก
โรคทาง Hematology และการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
ทารกแรกเกิดที่มีภาวะพร่องวิตามินเค (Vitamin K Deficiency Bleeding) เนื่องจากไม่ได้1ฉีดวิตามินเคหลังคลอด จะมีความเสี่ยงสูงต่อการมีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ รวมถึงระบบทางเดินอาหาร
อาการและสัญญาณอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
ความรุนแรงของอาการถ่ายเป็นเลือดในทารกแรกเกิดจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุ การสังเกตอาการร่วมอื่นๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความเร่งด่วน
อาการแสดงที่พบร่วมได้
- อุจจาระมีเลือดสดปน หรือเป็นมูกเลือดคล้ายเยื่อเมือก
- ท้องอืดแน่น ท้องป่องตึง หรือผนังหน้าบวมแดง
- อาเจียนพุ่ง อาเจียนเป็นน้ำสีเขียวหรือน้ำดี
- ซึมลง ไม่ยอมดูดนม ร้องกวนตลอดเวลา
- มีไข้ต่ำๆ หรืออุณหภูมิร่างกายไม่คงที่
ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยของแพทย์เฉพาะทาง
เมื่อทารกถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์และกุมารศัลยแพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อหาสะกดรอยโรคที่แท้จริง
- การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะซักประวัติลักษณะอุจจาระ ประวัติการให้นม ประวัติการได้รับวิตามินเคหลังคลอด และตรวจร่างกายโดยเฉพาะการคลำหน้าท้องเพื่อประเมินความตึงและก้อนในท้อง
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการอุจจาระ: ตรวจหาเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และทำ Apt Test เพื่อแยกแยะว่าเป็นเลือดของทารกหรือเลือดมารดา
- การตรวจเลือด: ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อดูภาวะซีด ตรวจการแข็งตัวของเลือด และประเมินการติดเชื้อ
- การถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์ช่องท้อง: เพื่อดูว่ามีลมในช่องท้อง ลำไส้อุดตัน หรือภาวะลำไส้เน่าอักเสบหรือไม่
- การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง: ช่วยวินิจฉัยภาวะลำไส้กลืนกันหรือความผิดปกติของหลอดเลือดในช่องท้อง
วิธีรักษาทางการแพทย์
การรักษาจะขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัยและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งเป็นแนวทางหลักดังนี้
- การประคับประคองอาการ: ในรายที่อาการไม่รุนแรง อาจพิจารณาหยุดนมทางปากชั่วคราวเพื่อให้ลำไส้ได้พัก และให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Fluids)
- การให้ยาปฏิชีวนะ: หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อหรือภาวะลำไส้เน่าอักเสบ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดดำทันที
- การปรับเปลี่ยนชนิดของนม: หากสาเหตุเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนเป็นนมสูตรพิเศษสำหรับทารกที่แพ้โปรตีนนมวัว หรือสนับสนุนให้คุณแม่ควบคุมอาหารที่อาจก่อภูมิแพ้หากให้นมแม่
- การรักษาทางศัลยกรรม: ในกรณีที่มีภาวะลำไส้ทะลุ ลำไส้เน่าตายรุนแรง หรือลำไส้กลืนกันที่ไม่สามารถดันออกได้ด้วยวิธีปกติ กุมารศัลยแพทย์จำเป็นต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อตัดส่วนที่เสียออกและช่วยชีวิตทารก
การป้องกันและการดูแลระยะยาวสำหรับทารก
แม้ว่าบางสาเหตุจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่การดูแลสุขภาพตั้งแต่อยู่ในครรภ์และการเลี้ยงดูที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก
- การรับวิตามินเคหลังคลอด: ทารกทุกคนควรได้รับวิตามินเคฉีดเข้ากล้ามเนื้อทันทีหลังคลอดเพื่อป้องกันโรคเลือดออกในทารกแรกเกิด
- การส่งเสริมการเลี้ยงด้วยนมแม่: นมแม่มีภูมิคุ้มกันและสารอาหารที่ช่วยพัฒนาและปกป้องเยื่อบุลำไส้ของทารกให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงของการอักเสบและการแพ้
- การสังเกตอาการแพ้: หากคุณแม่ให้นมบุตรควรสังเกตว่าลูกมีอาการผิดปกติหลังกินนมหรือไม่ และระมัดระวังการรับประทานอาหารกลุ่มเสี่ยงที่อาจส่งผ่านทางน้ำนม
สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่เมื่อลูกถ่ายเป็นเลือด
- ตั้งสติและบันทึกภาพลักษณะอุจจาระของลูกไว้ให้แพทย์ดูเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย
- สังเกตอาการร่วมอย่างใกล้ชิด เช่น อาเจียน ท้องอืด ซึม หรือไข้
- ห้ามซื้อยาใดๆ ให้ทารกรับประทานเองเด็ดขาด
- รีบพาไปพบกุมารแพทย์หรือห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทันที