ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความตกใจครั้งใหญ่ของพ่อแม่เมื่อพบเลือดปนในแพมเพิสลูกน้อย

การได้เห็นคราบสีแดงหรือจุดเลือดในผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือแพมเพิสของลูกน้อย เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและวิตกกังวลให้แก่คุณพ่อคุณแม่มากที่สุด เหตุการณ์นี้อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกและจินตนาการไปถึงโรคร้ายแรงต่างๆ ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขอเน้นย้ำว่าการพบเลือดปนในอุจจาระหรือปัสสาวะของทารกและเด็กเล็กเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง ไปจนถึงภาวะเจ็บป่วยที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ ลักษณะของอาการ และการสังเกตสัญญาณเตือนที่สำคัญ จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถรับมือได้อย่างถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และปกป้องสุขภาพของทารกได้อย่างปลอดภัยสูงสุด

สาเหตุและกลไกการเกิดเลือดปนในแพมเพิสของทารก

การจำแนกประเภทของปัญหาเริ่มต้นจากการระบุตำแหน่งที่มาของเลือด ว่ามาจากระบบทางเดินปัสสาวะ (ปนมากับปัสสาวะ) หรือมาจากระบบทางเดินอาหาร (ปนมากับอุจจาระ) ซึ่งกลไกและสาเหตุในเด็กแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เลือดปนในปัสสาวะ

การพบปัสสาวะมีสีแดง สีชมพู หรือสีโค้กในแพมเพิส อาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้

  • ตะกอนยูเรตในทารกแรกเกิด (Brick Dust Urine): ในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต ทารกอาจขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะในปริมาณมาก ทำให้เห็นปัสสาวะเป็นสีส้มแดงหรือสีอิฐ ซึ่งเป็นภาวะปกติทางสรีรวิทยาและจะหายไปเองเมื่อทารกได้รับนมและน้ำเพียงพอ
  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection): เกิดจากแบคทีเรียเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เยื่อบุทางเดินปัสสาวะอักเสบและมีเลือดออกปนมากับปัสสาวะ มักพบร่วมกับอาการไข้ งอแง และปัสสาวะมีกลิ่นฉุน
  • ความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินปัสสาวะ: เช่น โรคถุงน้ำในไต หรือความผิดปกติแต่กำเนิดที่ทำให้เกิดการระคายเคืองและเลือดออก
  • ภาวะทางภูมิคุ้มกันและโรคไต: เช่น โรคกลุ่มอาการเนฟรติก (Nephrotic Syndrome) หรือหน่วยไตอักเสบหลังติดเชื้อสปโตค็อกคัส

เลือดปนในอุจจาระ

การพบเลือดเคลือบหรือปนมากับอุจจาระของลูกน้อย มีกลไกการเกิดที่หลากหลายตามช่วงอายุ

  • รอยปริรอบทวารหนักจากการขับถ่ายแข็ง (Anal Fissure): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในทารกและเด็กเล็กที่เริ่มทานอาหารเสริม อุจจาระที่แข็งทำให้เกิดแผลฉีกขาดเล็กๆ บริเวณขอบทวารหนัก มักเห็นเป็นเลือดสีแดงสดเคลือบนอกอุจจาระก้อนสุดท้าย
  • การแพ้โปรตีนนมวัว (Cow's Milk Protein Allergy): พบได้บ่อยในทารกที่ดื่มนมผง หรือทารกที่กินนมแม่แต่แม่ทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว โปรตีนนมวัวจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่เยื่อบุลำไส้ ทำให้มีเลือดออกซึมและมีมูกปนในอุจจาระ
  • ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception): เป็นภาวะฉุกเฉินที่ส่วนของลำไส้เลื่อนเข้าไป in-sso ลำไส้ส่วนอื่น ทำให้เกิดการอุดตัน ขาดเลือดไปเลี้ยง และมีเลือดปนเมือกออกมาทางทวารหนัก ลักษณะคล้ายเจลลี่ลูกเกด (Currant Jelly Stool)
  • การติดเชื้อในทางเดินอาหาร (Infectious Enteritis): เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่รุนแรง ทำให้เยื่อบุลำไส้อักเสบและมีเลือดปน

ลักษณะอาการและลำดับความรุนแรงที่ต้องสังเกต

การสังเกตลักษณะของเลือดและอาการร่วมของเด็กเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินความรุนแรง

  • ลักษณะของเลือดสีแดงสด: มักบ่งบอกถึงปัญหาที่บริเวณส่วนปลายของระบบทางเดินอาหาร เช่น แผลปริที่ทวารหนัก หรือติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
  • ลักษณะของเลือดสีคล้ำหรือสีดำ: บ่งบอกถึงเลือดที่ออกในระบบทางเดินอาหารส่วนบน (เช่น กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น) ซึ่งเลือดถูกย่อยและทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยแล้ว
  • อาการร่วมที่ต้องประเมิน: ได้แก่ ไข้ อาเจียนพุ่ง ร้องกวนงอแงผิดปกติ ท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือมีผื่นขึ้นตามร่างกาย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากคุณแม่รับประทานอาหารที่มีสีแดงเข้ม เช่น บีทรูท หรือแก้วมังกรเนื้อแดง แล้วให้ลูกกินนมแม่ สีของอุจจาระหรือปัสสาวะของลูกอาจเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ ซึ่งไม่ใช่เลือดที่แท้จริงและไม่ต้องตื่นตระหนก

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพบกุมารแพทย์ทันที

หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับการมีเลือดปนในแพมเพิส ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลและพบแพทย์เฉพาะทางทันที

  • ทารกร้องไห้จ้ากะทันหัน งอแงรุนแรงเป็นพักๆ แล้วนิ่งเงียบสลับกันไป ซึ่งเป็นอาการจำเพาะของภาวะลำไส้กลืนกัน
  • อาเจียนพุ่งออกมาเป็นสีเขียวหรือมีเลือดปน
  • มีไข้สูงร่วมกับซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมดูดนมหรือดื่มน้ำ
  • ท้องป แข็งตึง และเจ็บเมื่อสัมผัสหน้าท้อง
  • เด็กมีอาการขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ไม่มีปัสสาวะนานเกินหชม. ร้องไห้ไม่มีน้ำตา กระหม่อมบุ๋มลึก
  • ถ่ายเป็นเลือดสดจำนวนมากติดต่อกันหลายครั้ง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเดินทางมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้สาเหตุที่แท้จริง

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: ประวัติการทานอาหารของแม่และเด็ก ประวัติการขับถ่าย ลักษณะของอุจจาระและปัสสาวะ ระยะเวลาที่มีอาการ และประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว
  • การตรวจร่างกาย: ตรวจช่องท้องเพื่อหาความผิดปกติหรือก้อนในท้อง ตรวจบริเวณทวารหนักเพื่อหารอยแผล ตรวจประเมินภาวะขาดน้ำและสัญญาณชีพ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: การตรวจอุจจาระเพื่อหาเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเชื้อโรค การตรวจปัสสาวะเพื่อหาการติดเชื้อ
  • การตรวจพิเศษเพิ่มเติม: ในกรณีที่สงสัยภาวะลำไส้กลืนกัน แพทย์อาจพิจารณาทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound) หรือการเอกซเรย์เพื่อความแม่นยำในการรักษา

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างแม่นยำจากแพทย์

  • การรักษาตามสาเหตุ: หากเกิดจากการแพ้โปรตีนนมวัว แพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนนมเป็นสูตรไฮโดรไลเซต (Hydrolyzed Formula) หรือให้คุณแม่ให้นมบุตรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมวัวอย่างเคร่งครัด หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม หากเป็นภาวะลำไส้กลืนกัน อาจต้องทำการสวนลำไส้ด้วยความดันอากาศหรือของเหลว หรือรับการผ่าตัดในกรณีที่รุนแรง
  • การดูแลทั่วไปและการประคับประคอง: ให้ทารกได้รับสารน้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากเด็กมีอาการปวดท้อง แพทย์จะให้ยาบรรเทาอาการตามความเหมาะสม
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาหยุดถ่าย ยาปฏิชีวนะ หรือยาสวนทวารมาให้ทารกรับประทานเองเด็ดขาด การใช้ยาผิดประเภทอาจทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

การจัดการกับปัญหาเลือดปนในแพมเพิสมีข้อปฏิบัติที่ผู้ปกครองต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • ห้ามเพิกเฉยหรือรอดูอาการนานเกินไป หากพบเลือดปนในแพมเพิสซ้ำๆ หรือมีอาการร่วมที่น่าสงสัยควรรีบปรึกษากุมารแพทย์
  • ห้ามเปลี่ยนสูตรนมหรือหยุดให้นมโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้ทารกได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน
  • ระมัดระวังการทำความสะอาดบริเวณทวารหนัก ควรใช้น้ำสะอาดล้างเบาๆ แทนการใช้กระดาษเปียกที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ เพื่อลดการระคายเคืองและป้องกันแผลปริที่ทวารหนักเพิ่มเติม

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหารระยะยาว

แม้ว่าบางสาเหตุจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่การดูแลสุขภาพโดยรวมช่วยลดความเสี่ยงได้

  • สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: นมแม่มีภูมิคุ้มกันและช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เยื่อบุลำไส้ของทารก ลดโอกาสการเกิดการแพ้และการติดเชื้อ
  • การเริ่มอาหารเสริมตามวัยที่เหมาะสม: สำหรับเด็กอายุตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป ควรเริ่มอาหารตามวัยทีละอย่างและสังเกตอาการแพ้ พร้อมทั้งให้เด็กได้รับใยอาหารและน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอเพื่อป้องกันท้องผูก
  • การรักษาสุขอนามัย: ล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมอาหารและสัมผัสตัวเด็กทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติที่ผู้ปกครองสามารถทำตามได้ทันทีเมื่อพบเลือดปนในแพมเพิส

  • ตั้งสติและบันทึกภาพถ่ายลักษณะเลือดในแพมเพิส รวมถึงลักษณะอุจจาระหรือปัสสาวะเพื่อนำมาให้แพทย์วินิจฉัย
  • สังเกตอาการร่วมอย่างใกล้ชิด เช่น ไข้ อาเจียน ร้องกวนผิดปกติ หรือซึม
  • ตรวจสอบว่าเด็กมีอาการเจ็บปวดขณะขับถ่าย หรือมีแผลบริเวณทวารหนักหรือไม่
  • หลีกเลี่ยงการให้ยาใดๆ แก่เด็กเองโดยเด็ดขาด
  • รีบนำทารกไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็ว
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down