ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการถูกตะปูตำผ่านรองเท้าผ้าใบ สิ่งที่พ่อแม่และทุกคนต้องรู้ทันที

อุบัติเหตุจากการถูกตะปูหรือวัตถุมีคมตำทะลุรองเท้าผ้าใบเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ทั้งในเด็กที่วิ่งเล่นโดยไม่สวมรองเท้าที่เหมาะสม หรือในผู้ใหญ่ที่ทำงานในพื้นที่ก่อสร้างหรือสวน การที่ตะปูทะลุผ่านพื้นรองเท้าผ้าใบเข้าไปในเนื้อเยื่อของเท้าไม่ใช่เพียงแค่แผลภายนอกธรรมดา แต่เป็นบาดแผลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง โดยเฉพาะเชื้อบาดทะยัก (Tetanus) และเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสแตฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus) หรือซูโดโมนาส (Pseudomonas) ที่มักปนเปื้อนมากับเศษดินและสิ่งสกปรกบนตะปู

ทำไมแผลจากตะปูตำจึงน่ากังวลกว่าแผลทั่วไป

แผลจากตะปูตำมักมีลักษณะเป็นแผลลึกแต่ปากแผลแคบ (Puncture Wound) ซึ่งการที่ปากแผลแคบจะขัดขวางการระบายของเหลวหรือเลือดเสียออกจากแผล นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมภายในแผลลึกยังมีออกซิเจนต่ำ ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อบาดทะยัก (Clostridium tetani) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดไม่ใช้ออกซิเจน การที่ตะปูทะลุผ่านรองเท้าผ้าใบมักจะนำเอาเส้นใยผ้า ฝุ่นละออง และเชื้อโรคเข้าไปฝังตัวอยู่ลึกถึงชั้นเนื้อเยื่ออ่อนหรือแม้แต่กระดูกเท้า ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดฝีหรือการติดเชื้อในกระดูกสูงขึ้นกว่าแผลถลอกทั่วไป

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามชะล่าใจแม้แผลจะดูเล็กหรือมีเลือดออกน้อย เพราะความลึกของแผลคือปัจจัยเสี่ยงหลัก การทำความสะอาดเพียงภายนอกอาจไม่เพียงพอต่อการกำจัดเชื้อโรคที่อยู่ลึกเข้าไปในช่องว่างของเนื้อเยื่อ

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี

  • ตั้งสติและถอดรองเท้าออกอย่างระมัดระวัง อย่าพยายามฝืนดึงรองเท้าหากรู้สึกว่าตะปูยังติดแน่นอยู่กับพื้นรองเท้าหรือผิวหนัง
  • หากตะปูยังคาอยู่: ห้ามดึงออกเองหากไม่ชำนาญ ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อให้แพทย์ประเมินความเสียหายต่อเส้นเอ็นหรือกระดูก
  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) ปริมาณมากเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่อาจติดมากับตะปู
  • ใช้สบู่อ่อนๆ ทำความสะอาดบริเวณรอบแผล แต่หลีกเลี่ยงการถูสบู่เข้าไปในร่องแผลลึกโดยตรง
  • ซับแผลให้แห้งด้วยผ้าสะอาด และปิดด้วยผ้าก๊อซที่ปลอดเชื้อ (Sterile Gauze) เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกซ้ำ

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อ

หากสังเกตพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนแม้จะเพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง:

  • อาการบวมแดงลุกลาม: ผิวหนังรอบแผลมีสีแดงจัด ร้อน และบวมเป่งขึ้นเรื่อยๆ
  • ความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรง: ปวดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ขยับเท้า
  • มีหนองไหล: พบสารคัดหลั่งที่มีสีขุ่น หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติออกมาจากแผล
  • ไข้สูง: เริ่มมีอาการไข้หนาวสั่น ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)
  • อาการทางระบบประสาท: หากมีอาการขากรรไกรแข็ง กล้ามเนื้อกระตุก หรือเกร็งตัวผิดปกติ ต้องถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ทันที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาสมุนไพร ยาสีฟัน หรือผงโรยแผลใดๆ ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อมาใส่ในแผลเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดการอักเสบและทำให้เชื้อโรคฝังตัวลึกขึ้น

วิธีรักษาทางการแพทย์และการฉีดวัคซีน

เมื่อไปถึงสถานพยาบาล แพทย์จะดำเนินการดังนี้:

  • ประเมินความลึกและการบาดเจ็บของอวัยวะภายใน เช่น เอ็น หรือกระดูก
  • ทำความสะอาดแผลอย่างละเอียด (Surgical Debridement) เพื่อกำจัดเนื้อตายและสิ่งแปลกปลอมที่อาจหลงเหลืออยู่
  • การประเมินวัคซีนป้องกันบาดทะยัก: หากไม่เคยได้รับวัคซีนครบถ้วน หรือเข็มกระตุ้นล่าสุดนานเกิน 5-10 ปี แพทย์จะพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (Tetanus Toxoid) และในบางกรณีอาจต้องฉีดเซรุ่มต้านพิษบาดทะยัก (Tetanus Immunoglobulin) ขึ้นอยู่กับสภาพแผลและความเสี่ยง
  • ยาปฏิชีวนะ: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อชนิดรับประทาน เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่มักพบในสิ่งแวดล้อม

การป้องกันในระยะยาวสำหรับทุกคนในครอบครัว

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย ควรดูแลพื้นที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย หมั่นสำรวจพื้นที่ก่อสร้างหรือสวนไม่ให้มีเศษตะปูหรือวัสดุมีคมตกค้าง และที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนของทุกคนในครอบครัวให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ วัคซีนบาดทะยักควรได้รับการกระตุ้นทุกๆ 10 ปี เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพียงพอในการรับมือกับเชื้อโรคที่แฝงมากับอุบัติเหตุในชีวิตประจำวัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down