ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกกินอาหารแล้วสำลัก ปิดทางเดินหายใจ: วิกฤตชีวิตที่ต้องช่วยเหลือทันที

ภาวะสำลักสิ่งแปลกปลอมหรืออาหารอุดกั้นทางเดินหายใจ (Foreign Body Airway Obstruction) เป็นอุบัติเหตุในวัยเด็กที่พบได้บ่อยและจัดว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิตอย่างยิ่ง ในฐานะกุมารแพทย์ พบว่าช่วงเวลาทองหรือช่วงนาทีชีวิตในการช่วยเหลือเด็กที่มีทางเดินหายใจอุดตันนั้นสั้นมาก หากสมองขาดออกซิเจนเกินสี่ถึงหกนาที อาจเกิดความเสียหายทางสมองอย่างถาวรหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการสังเกตอาการและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี จึงเป็นเกราะคุ้ม ภัยสำคัญที่พ่อแม่และผู้ดูแลทุกคนต้องมีความเชี่ยวชาญ

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะสำลักในเด็ก

พัฒนาการตามวัยของเด็กเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนี้ได้ง่าย ทารกและเด็กเล็กมักสำรวจสิ่งรอบตัวด้วยการนำเข้าปาก ในขณะที่เด็กวัยอนุบาลมักจะเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด วิ่งเล่น พูดคุย หรือหัวเราะในขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก กลไกการกลืนและการหายใจทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน เมื่อเด็กสำลัก วัตถุแปลกปลอม เช่น ชิ้นอาหาร เมล็ดผลไม้ ลูกอม ถั่ว หรือของเล่นชิ้นเล็ก จะเคลื่อนตัวผ่านกล่องเสียงและตกลงไปติดค้างบริเวณหลอดลม (Trachea) หรือกล่องเสียง (Larynx) ส่งผลให้ทางเดินหายใจแคบลงหรือถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ อากาศจึงไม่สามารถผ่านเข้าสู่ปอดได้ เกิดภาวะพร่องออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน

อาการและสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องสังเกต

การแยกแยะระดับความรุนแรงของการสำลักเป็นสิ่งสำคัญมากในการตัดสินใจให้การช่วยเหลือทางการแพทย์ แบ่งออกเป็นสองระดับหลักดังนี้

การอุดกั้นทางเดินหายใจบางส่วน (Mild Obstruction)

เด็กยังสามารถส่งเสียง ไอ หรือหายใจได้เอง ในกรณีนี้กลไกการป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายกำลังทำงาน

  • เด็กจะพยายามไออย่างรุนแรงเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกมา
  • ยังสามารถส่งเสียงร้องหรือพูดได้แต่เสียงอาจเปลี่ยนไป
  • ยังมีสติและตื่นตัวดี

การอุดกั้นทางเดินหายใจอย่างสมบูรณ์ (Severe Obstruction / Complete Blockage)

เป็นภาวะวิกฤตที่ต้องช่วยเหลือทันทีเนื่องจากอากาศไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้เลย

  • เด็กไม่สามารถส่งเสียง ไอ หรือพูดได้
  • เอามือกุมคอตัวเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสัญญาณสากลของการสำลัก (Universal Choking Sign)
  • ริมฝีปาก เล็บมือ และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) จากภาวะขาดออกซิเจน
  • มีอาการหายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดหรือเสียงดังผิดปกติ
  • หากปล่อยไว้จะหมดสติอย่างรวดเร็ว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้นิ้วมือควานหาหรือล้วงสิ่งแปลกปลอมในปากเด็กที่ยังมีสติเด็ดขาด หากมองไม่เห็นวัตถุนั้นอย่างชัดเจน เพราะการใช้นิ้วล้วงอาจดันชิ้นอาหารให้ตกลงไปลึกยิ่งขึ้นและปิดกั้นทางเดินหายใจสนิทมากขึ้น

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นตามมาตรฐานสากล

การช่วยเหลือเด็กที่สำลักอาหารจะต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันตามช่วงอายุของเด็ก เนื่องจากโครงสร้างร่างกายและสรีรวิทยาที่ต่างกันระหว่างทารกและเด็กโต

วิธีช่วยเหลือทารกอายุต่ำกว่าหนึ่งปี

สำหรับการช่วยเหลือทารก ห้ามใช้การกระแทกหน้าท้องเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ตับและอวัยวะภายในได้รับความเสียหายรุนแรง ให้ใช้กรรมวิธีดังนี้

  • อุ้มทารกคว่ำหน้าลงบนแขน โดยให้ศีรษะอยู่ต่ำกว่าลำตัว ใช้มือประคองคอและกรามของเด็กไว้
  • ใช้ส้นมือตบลงบริเวณกึ่งกลางระหว่างสะบักหลังของทารกแรงๆ 5 ครั้ง
  • พลิกตัวเด็กหงายขึ้นโดยประคองคอและศีรษะให้มั่น ให้ศีรษะต่ำกว่าลำตัวเช่นเดิม
  • ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางสองนิ้วกดลงที่กึ่งกลางหน้าอกบริเวณใต้ราวนม 5 ครั้ง (ความลึกประมาณหนึ่งในสามของความหนาหน้าอก)
  • สลับการตบหลังและการกดหน้าอกจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา หรือเด็กหมดสติ

วิธีช่วยเหลือเด็กอายุหนึ่งปีขึ้นไป

สำหรับเด็กโต สามารถใช้วิธีการกระแทกหน้าท้องหรือที่เรียกว่าไฮม์ลิชเมนวีฟ (Heimlich Maneuver)

  • ยืนหรือคุกเข่าด้านหลังเด็ก โอบรอบเอวของเด็ก
  • กำมือข้างหนึ่งแล้ววางบริเวณหน้าท้องเหนือสะดือเล็กน้อยแต่ต่ำกว่ากระดูกลิ้นปี่
  • ใช้มืออีกข้างกุมกำมือไว้นั้น
  • กระแทกกดขึ้นด้านในและด้านบนอย่างรวดเร็วและแรง 5 ครั้งติดกัน
  • ทำซ้ำจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออก หรือเด็กหมดสติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากเด็กหมดสติระหว่างการช่วยเหลือ ให้วางเด็กนอนราบ เริ่มต้นการทำ CPR ทันทีโดยการกดหน้าอก และก่อนที่จะช่วยหายใจทุกครั้ง ให้เปิดปากตรวจสอบว่ามีสิ่งแปลกปลอมหลุดมาบริเวณช่องปากด้านบนหรือไม่ หากพบให้เขี่ยออกเบาๆ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ฉุกเฉินทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าเด็กจะสามารถไอหรือขับสิ่งแปลกปลอมออกมาได้แล้ว แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย จำเป็นต้องพาไปพบแพทย์โดยด่วน

  • ยังมีอาการหายใจมีเสียงดัง หายใจหอบเหนื่อย หรืออกบุ๋มหลังจากการสำลัก
  • มีอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงหวีด คล้ายคนเป็นโรคหอบหืด
  • มีไข้ขึ้นสูงในภายหลัง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะการติดเชื้อในปอดจากการสำลักเศษอาหาร (Aspiration Pneumonia)
  • ซึมลง หายใจลำบาก หรือปฏิเสธการกินอาหารและนม

วิธีรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

เมื่อเด็กถูกนำส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์กุมารเวชศาสตร์และแพทย์ฉุกเฉินจะประเมินอาการและให้การรักษาตามความรุนแรง โดยอาจมีการตรวจทางรังสีวิทยาเช่นเอกซเรย์ปอดเพื่อหาตำแหน่งของสิ่งแปลกปลอม หากสิ่งแปลกปลอมยังติดค้างอยู่ แพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก จะทำการส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy) เพื่อคีบเอาวัตถุแปลกปลอมออกอย่างปลอดภัยภายใต้การดมยาสลบ พร้อมทั้งให้ยาปฏิชีวนะหากพบภาวะปอดอักเสบร่วมด้วย

วิธีการป้องกันอุบัติเหตุการสำลักในเด็กระยะยาว

การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุนี้ พ่อแม่และผู้ดูแลควรปฏิบัติตามแนวทางสำคัญดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการให้อาหารที่มีความเสี่ยงสูงแก่เด็กเล็ก เช่น ถั่ว เมล็ดพืช ลูกอมแข็ง เยลลี่เหนียว ผลไม้ที่มีเมล็ดกลม หรือองุ่นทั้งลูก โดยควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตามยาว
  • ฝึกวินัยในการรับประทานอาหารให้เด็ก โดยให้นั่งทานบนเก้าอี้ทานข้าวให้เรียบร้อย ห้ามวิ่งเล่น เดิน หรือหัวเราะในขณะที่มีอาหารอยู่ในปาก
  • ระมัดระวังของเล่นชิ้นเล็กๆ ของพี่หรือของใช้ในบ้านที่อาจหลุดเข้าปากน้องเล็กได้
  • ผู้ดูแลควรมีความรู้พื้นฐานในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR and Choking First Aid)
คำแนะนำจากคุณหมอ: อุบัติเหตุจากการสำลักอาหารสามารถป้องกันได้ด้วยความใส่ใจและการเตรียมพร้อมของผู้ดูแล การจัดเตรียมอาหารให้มีขนาดและลักษณะที่เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก รวมถึงการสร้างบรรยากาศการกินอาหารที่สงบ จะช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยจากภัยเงียบนี้ได้อย่างยั่งยืน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down