ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขความลับตัวเลขความดันโลหิต ความต่างของค่าบนและค่าล่างบอกอะไร

การวัดความดันโลหิตถือเป็นหน้าต่างบานสำคัญที่ช่วยสะท้อนสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือดในร่างกายของเรา หลายคนมักคุ้นเคยกับการจดจำตัวเลขสองชุดเมื่อไปตรวจสุขภาพ แต่เมื่อต้องมาวัดด้วยตัวเองที่บ้าน กลับเกิดความสับสนว่าตกลงแล้วตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอย่างไร และค่าความดันค่าบนกับค่าล่างต่างกันเท่าไหร่ถึงปกติ วันนี้ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะมาอธิบายกลไกและวิธีอ่านค่าความดันโลหิตอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถประเมินสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ภาวะความดันโลหิตสูงหรือต่ำไม่ได้พิจารณาจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างค่าความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) และค่าความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) รวมถึงผลต่างระหว่างค่าทั้งสอง ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า Pulse Pressure โดยค่าความต่างที่ปกติมักจะอยู่ในช่วงสามสิบถึงสี่Xสิบมิลลิเมตรปรอท หากตัวเลขนี้มีความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นความต่างที่น้อยเกินไปหรือมากเกินไป ย่อมเป็นสัญญาณเตือนภัยจากระบบไหลเวียนโลหิตที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

กลไกการทำงานของความดันโลหิตและสาเหตุของความผิดปกติ

เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของค่าความดันโลหิต เราต้องทำความเข้าใจกลไกการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดก่อน ค่าความดันตัวบนคือแรงดันเลือดขณะที่หัวใจห้องล่างบีบตัวเพื่อฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ซึ่งสะท้อนถึงแรงต้านทานของหลอดเลือดแดงใหญ่ ส่วนค่าความดันตัวล่างคือแรงดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัวเพื่อรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความต้านทานของหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กทั่วร่างกาย

สาเหตุที่ทำให้ค่าความดันตัวบนและตัวล่างมีความผิดปกติหรือมีความต่างกันมากหรือน้อยเกินไป มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่

  • ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดแดงใหญ่จะสูญเสียความยืดหยุ่นและมีความแข็งตัวมากขึ้น ทำให้ค่าความดันตัวบนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ค่าความดันตัวล่างอาจลดลงหรือคงที่ ส่งผลให้ผลต่างของความดันกว้างขึ้น
  • โรคประจำตัว: โรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง และภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) มีส่วนโดยตรงในการเปลี่ยนแปลงความยืดหยุ่นของหลอดเลือด
  • วิถีชีวิตและการรับประทานอาหาร: การบริโภคอาหารรสเค็มจัด การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และภาวะความเครียดเรื้อรัง ล้วนกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและเพิ่มความดันโลหิต
  • ภาวะไทรอยด์เป็นพิษหรือภาวะโลหิตจางรุนแรง: โรคเหล่านี้อาจทำให้หัวใจต้องบีบตัวแรงและเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ค่าความดันตัวบนพุ่งสูงขึ้นแต่ค่าความดันตัวล่างต่ำลง ทำให้ความต่างของค่าความดันกว้างผิดปกติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ค่าความดันโลหิตที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปควรน้อยกว่า 120/80 มิลลิเมตรปรอท และความแตกต่างระหว่างค่าบนกับค่าล่างที่ปกติควรอยู่ระหว่าง 30 ถึง 50 มิลลิเมตรปรอท หากวัดได้เกิน 60 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปในผู้สูงอายุ อาจบ่งบอกถึงภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่แข็งตัว ซึ่งควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินเพิ่มเติม

อาการแสดงและสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง

ความดันโลหิตที่ผิดปกติมักถูกเรียกว่าฆาตกรเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการแสดงใดๆ เลยในระยะแรก จนกว่าค่าความดันจะสูงหรือต่ำจนถึงระดับวิกฤต อย่างไรก็ตาม เมื่อความต่างของค่าความดันโลหิตเริ่มผิดปกติ หรือมีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนบางประการที่ควรสังเกต

  • อาการในระยะเริ่มต้น: มีอาการมึนศีรษะเบาๆ ปวดศีรษะตุบๆ บริเวณท้ายทอยในช่วงตื่นนอนตอนเช้า รู้สึกอ่อนเพลีย Nอนไม่หลับ หรือมีอาการใจสั่นเป็นครั้งคราว
  • อาการเด่นชัดเมื่อความดันโลหิตเริ่มส่งผลกระทบ: เวียนศีรษะบ้านหมุน ตาพร่ามัวชั่วขณะ หายใจลำบากเมื่อออกแรง หรือมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก
  • สัญญาณอันตรายระดับวิกฤต (Red Flag Symptoms): ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว สูญเสียการทรงตัว เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปกรามหรือแขน หรือมีภาวะหายใจหอบเหนื่อยรุนแรง อาการเหล่านี้แสดงถึงภาวะแทรกซ้อนทางสมองหรือหัวใจ ซึ่งถือเป็นฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากท่านมีอาการปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับตามัวและอาเจียน ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต (Hypertensive Crisis) ที่เสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตันได้

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยความกังวลเรื่องค่าความดันโลหิต แพทย์จะมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยที่เป็นระบบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การวัดความดันครั้งเดียวแล้วสรุปผล

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักประวัติโรคประจำตัว ประวัติการใช้ยา อาหารเสริม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการฟังเสียงหัวใจและปอด
  • การวัดความดันโลหิตซ้ำด้วยเครื่องมือมาตรฐาน: อาจมีการวัดความดันในท่านอน ท่านั่ง และท่ายืน เพื่อดูการตอบสนองของความดันโลหิตต่อการเปลี่ยนท่าทาง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด การทำงานของไต และเกลือแร่ในร่างกาย เพื่อประเมินหาปัจจัยเสี่ยงร่วม
  • การตรวจพิเศษเพิ่มเติม: เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram) เพื่อดูภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวจากการทำงานหนัก การอัลตราซาวด์หลอดเลือด หรือการติดเครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง (Ambulatory Blood Pressure Monitoring) เพื่อดูค่าความดันตลอดวัน

วิธีอ่านค่าความดันโลหิตด้วยตัวเองที่บ้านให้ถูกต้อง

การวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการควบคุมโรค แต่การวัดให้ได้ค่าที่แม่นยำจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ดังนี้

  • การเลือกเครื่องวัด: ควรใช้เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติชนิดสอดแขนหรือพันต้นแขน (Upper Arm Blood Pressure Monitor) หลีกเลี่ยงชนิดวัดที่ปลายนิ้วหรือข้อมือเพราะมีความคลาดเคลื่อนสูง และต้องได้รับการตรวจสอบความเที่ยงตรงสม่ำเสมอ
  • การเตรียมตัวก่อนวัด: งดสูบบุหรี่ ดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด นั่งพักผ่อนในที่สงบเป็นเวลา 5 นาทีก่อนเริ่มวัด ปัสสาวะให้เรียบร้อยเพราะกระเพาะปัสสาวะ เต็มอาจทำให้ความดันสูงขึ้นได้
  • ท่าทางขณะวัด: นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนัก พิง ให้หลังพิงพนักและวางเท้าพราบกับพื้นทั้งสองข้าง ไม่ไขว่ห้าง วางแขนไว้บนโต๊ะให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ หงายฝ่ามือขึ้น และพันผ้าพันแขนให้ขอบล่างอยู่เหนือข้อพับศอกประมาณสองถึงสามเซนติเมตร
  • ขั้นตอนการวัด: ขณะเครื่องกำลังทำงานให้นิ่งและเงียบ ไม่พูดคุยหรือขยับตัว ควรวัดครั้งละสองรอบเว้นระยะห่างกันประมาณหนึ่งถึงสองนาที แล้วนำค่าเฉลี่ยที่ได้มาบันทึก

วิธีรักษาและการดูแลสุขภาพที่บ้าน

การรักษาภาวะความดันโลหิตผิดปกติขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยแพทย์จะแบ่งแนวทางออกเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ยา

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Lifestyle Modification): เป็นหัวใจสำคัญที่สุด ลดการบริโภคโซเดียมหรืออาหารเค็มจัดไม่เกินสองพันมิลลิกรัมต่อวัน รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และปลาให้มากขึ้น ออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ หรือว่ายน้ำ ครั้งละสามสิบนาที สัปดาห์ละส้าครั้ง ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลดความเครียดด้วยการฝึกหายใจหรือทำสมาธิ และงดการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด
  • การใช้ยาตามคำสั่งแพทย์: หากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่สามารถควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาลดความดันโลหิต ซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาต้านตัวรับเบต้า และยาขยายหลอดเลือด ผู้ป่วยต้องรับประทานยาอย่างเคร่งครัดตามเวลา ห้ามหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาเองเด็ดขาด แม้ว่าในวันนั้นจะวัดความดันได้ปกติก็ตาม

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันความผิดปกติของความดันโลหิตสามารถทำได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการสร้างวินัยในการดูแลสุขภาพและการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ยังไม่มีอาการ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนให้สนิทวันละเจ็ดถึงแปดชั่วโมง และหลีกเลี่ยงภาวะความเครียดสะสม จะช่วยให้ระบบหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแลและผู้ป่วย (Actionable Checklist):
  • วัดความดันโลหิตที่บ้านวันละสองเวลา คือช่วงเช้าหลังตื่นนอนและก่อนนอน บันทึกค่าลงในสมุดบันทึกทุกครั้ง
  • จดจำค่าเป้าหมายความดันของตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัว
  • ควบคุมอาหารรสเค็มจัด หันมาปรุงอาหารด้วยวิธีต้ม นึ่ง หรืออบแทนการทอด
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • มาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินผลการรักษาและการทำงานของอวัยวะเป้าหมาย
  • สังเกตอาการผิดปกติและรีบมาพบแพทย์ก่อนนัดหากมีอาการเตือนภัยระดับวิกฤต
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down