ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความดันต่ำคืออะไรและทำไมเราถึงต้องใส่ใจ

ในฐานะกุมารแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชบำบัดวิกฤต หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยจากผู้ป่วยและญาติคือเรื่องของภาวะความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) โดยหลายคนมักเข้าใจว่าความดันต่ำเป็นภาวะที่ปลอดภัยกว่าความดันโลหิตสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะความดันต่ำที่ต่ำจนเกินไปหรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สามารถส่งผลกระทบอันตรายถึงชีวิตได้เนื่องจากอวัยวะสำคัญทั่วร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ และไต จะขาดเลือดและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง

ค่าความดันโลหิตปกติในผู้ใหญ่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท หากวัดค่าความดันตัวบน (Systolic Blood Pressure) ต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท หรือค่าความดันตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) ต่ำกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท จะถือว่าเป็นภาวะความดันโลหิตต่ำ อย่างไรก็ตาม คนบางกลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง เช่น นักกีฬา อาจมีค่าความดันต่ำกว่าเกณฑ์ปกติเล็กน้อยโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้มีโรคประจำตัว ภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอันตรายซ่อนอยู่

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ

กลไกการเกิดความดันโลหิตต่ำเกี่ยวข้องโดยตรงกับปริมาณเลือดที่สูบฉีดจากหัวใจ แรงต้านทานของหลอดเลือด และปริมาตรของเลือดในร่างกาย โดยสาเหตุหลักทางการแพทย์แบ่งออกได้ดังนี้

  • ภาวะขาดน้ำและสูญเสียเกลือแร่ (Dehydration): เกิดจากการอาเจียน ท้องเสียเสียเหงื่อมาก หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ปริมาตรเลือดในร่างกายลดลง ส่งผลให้ความดันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
  • โรคของหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Conditions): เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Arrhythmias) กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Myocardial Infarction) หรือโรคลิ้นหัวใจ ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจลดลง
  • การเปลี่ยนแปลงท่าทางอย่างฉับพลัน (Orthostatic Hypotension): เกิดจากการเปลี่ยนท่าจากนอนหรือนั่งเป็นยืนอย่างรวดเร็ว ทำให้เลือดไหลไปรวมกันที่ส่วนล่างของร่างกาย สมองได้รับเลือดไปเลี้ยงลดลงชั่วคราว
  • การติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด (Sepsis): สสารพิษจากเชื้อโรคจะทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายขยายตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ความดันตกและเกิดภาวะช็อกได้
  • ปฏิกิริยาแพ้อยุนแรง (Anaphylaxis): อาการแพ้อาหาร ยา หรือแมลงสัตว์กัดต่อยที่รุนแรง จะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและความดันโลหิตดิ่งลงอย่างฉับพลัน
  • ผลข้างเคียงจากยา (Medication Side Effects): การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตสูง ยาขับปัสสาวะ ยาต้านเศร้าบางกลุ่ม หรือยาไนโตรกลีเซอรีน

อาการแสดงและสัญญาณเตือนความรุนแรง

อาการของภาวะความดันโลหิตต่ำมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความรวดเร็วของการลดลงของความดันและอวัยวะที่ขาดเลือด โดยอาการสามารถแบ่งออกเป็นระยะตามความรุนแรงดังนี้

  • อาการระยะเริ่มต้น: มีอาการเวียนศีรษะ มึนงง รู้สึกหวิวคล้ายจะเป็นลม โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นยืน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง และไม่มีสมาธิ
  • อาการระยะเด่นชัด: เริ่มมีอาการหน้ามืด ตาลาย มองเห็นภาพเบลอ เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ผิวซีด คลื่นไส้ ใจสั่น หรือรู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก
  • อาการระยะวิกฤต (ภาวะช็อก): หายใจหอบถี่และตื้น ชีพจรเบาเร็วแต่จับยาก สับสน ซึมลง หมดสติ หรือไม่รู้สึกตัว ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms): หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการหน้ามืด วูบหมดสติบ่อยครั้ง ร่วมกับเจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือมีไข้สูงร่วมกับความดันตก ถือเป็นสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤตที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่สงสัยว่าเกิดจากความดันโลหิตต่ำ แพทย์จะมีกระบวนการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามอาการ ระยะเวลา ประวัติการใช้ยา โรคประจำตัว และประวัติการเจ็บป่วย พร้อมทั้งวัดความดันโลหิตในท่านอน ท่านั่ง และท่ายืน เพื่อประเมินภาวะความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่า
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ: เพื่อตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อดูภาวะโลหิตจาง ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจการทำงานของไต และตรวจระดับเกลือแร่ในร่างกาย
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram - ECG): เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจ ค้นหาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหัวใจ (Echocardiogram): เพื่อดูโครงสร้างและการบีบตัวของหัวใจ รวมถึงการทำงานของลิ้นหัวใจ
  • การทดสอบเตียงเอียง (Tilt Table Test): ใช้ในกรณีสงสัยว่ามีภาวะความดันต่ำจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ

วิธีดูแลรักษาและแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง

การรักษาภาวะความดันโลหิตต่ำขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบเป็นหลัก หากเป็นเพียงเล็กน้อยสามารถดูแลเบื้องต้นได้ แต่หากมีอาการรุนแรงต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง

  • การรักษาที่สาเหตุ: หากเกิดจากการขาดน้ำ แพทย์จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluids) หากเกิดจากยา แพทย์จะพิจารณาปรับลดหรือเปลี่ยนชนิดยา หากเกิดจากการติดเชื้อจะต้องให้ยาปฏิชีวนะและยาเพิ่มความดันโลหิตในหอผู้ป่วยวิกฤต
  • การดูแลเบื้องต้นเมื่อมีอาการหน้ามืด: ให้รีบนั่งลงหรือนอนราบ ยกขาขึ้นสูงกว่าระดับลำตัวประมาณสามสิบเซนติเมตร เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับสู่สมองและหัวใจได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการลุกขึ้นยืนฉับพลัน
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและโภชนาการ: ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน เพิ่มปริมาณเกลือในอาหารเล็กน้อยตามคำแนะนำของแพทย์ รับประทานอาหารมื้อย่อยๆ แต่บ่อยครั้งเพื่อลดอาการความดันตกหลังมื้ออาหาร (Postprandial Hypotension) และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
คำแนะนำจากคุณหมอ: ผู้ที่มีอาการความดันต่ำเรื้อรังควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน การอาบน้ำอุ่นจัดเกินไป เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและกระตุ้นให้เกิดอาการหน้ามืดได้ง่ายขึ้น ควรสวมถุงน่องทางการแพทย์ชนิดแรงกดเพื่อช่วยป้องกันเลือดคั่งที่ขาในรายที่มีความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่า

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย มีข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญที่ทุกคนควรทราบ ดังนี้

  • ห้ามซื้อยาเพิ่มความดันโลหิตมารับประทานเอง: การใช้ยาเพิ่มความดันต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากยาเหล่านี้มีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก
  • ห้ามหยุดยาลดความดันโลหิตด้วยตนเอง: สำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่บางครั้งวัดความดันแล้วต่ำ ห้ามหยุดยาเองทันทีโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ความดันพุ่งสูงจนเกิดภาวะวิกฤตได้ ให้ปรึกษาแพทย์ผู้treating เพื่อปรับขนาดยา
  • ห้ามขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรกลหนัก: หากยังมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือวูบเป็นประจำ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพในระยะยาว

การป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำสามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ดังนี้

  • ดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยแปดถึงสิบแก้วต่อวัน หรือมากกว่านั้นหากเสียเหงื่อมาก
  • ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถช้าๆ เช่น นั่งพักที่ขอบเตียงสักครู่ก่อนลุกขึ้นยืน
  • รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่และมีปริมาณเกลือแร่ที่เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหักโหมในสภาพอากาศที่ร้อนจัด
  • ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและตรวจหาภาวะโลหิตจาง

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

ภาวะความดันโลหิตต่ำแม้จะไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อยเท่าความดันโลหิตสูง แต่หากมีอาการหน้ามืด วูบ บ่อยครั้ง หรือมีอาการรุนแรงร่วมด้วย ย่อมเป็นสัญญาณเตือนที่ประมาทไม่ได้ ผู้ป่วยและผู้ดูแลควรสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ และรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ถูกต้องปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down