ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความดันโลหิตตัวเลขไหนบอกอะไร และทำไมผลต่างถึงสำคัญต่อหัวใจ

การวัดความดันโลหิตเป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ หลายท่านอาจคุ้นเคยกับการจดจำตัวเลขสองค่า นั่นคือความดันโลหิตตัวบนและตัวล่าง แต่เมื่อนำมาพิจารณาถึงความสัมพันธ์กัน หลายคนมักสงสัยว่า ความดันค่าบนกับค่าล่างต่างกันเท่าไหร่ถึงปกติ โดยปกติแล้วค่าความดันโลหิตจะไม่ได้มีไว้ดูเพียงแค่ตัวใดตัวหนึ่ง แต่ผลต่างระหว่างค่าบนและค่าล่าง หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่าความดันชีพจร (Pulse Pressure) เป็นตัวชี้วัดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงใหญ่และความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง

ในทางการแพทย์ ค่าความดันโลหิตปกติสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 120/80 มิลลิเมตรปรอท เมื่อนำมาคำนวณผลต่างจะได้เท่ากับ 40 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือเป็นค่ามาตรฐานในอุดมคติ อย่างไรก็ตาม ช่วงความต่างที่ยอมรับได้ในภาวะปกติมักจะอยู่ระหว่าง 30 ถึง 50 มิลลิเมตรปรอท หากผลต่างนี้กว้างหรือแคบจนเกินไป อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยจากร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์เฉพาะทาง

ความหมายและกลไกการทำงานของความดันโลหิตค่าบนและค่าล่าง

เพื่อทำความเข้าใจว่าความดันค่าบนกับค่าล่างต่างกันเท่าไหร่ถึงปกติ เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดเสียก่อน โดยตัวเลขค่าบน (Systolic Blood Pressure) คือแรงดันเลือดภายในหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจห้องล่างบีบตัวเพื่อฉีดเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นช่วงที่ความดันในระบบไหลเวียนโลหิตสูงที่สุด ส่วนตัวเลขค่าล่าง (Diastolic Blood Pressure) คือแรงดันเลือดภายในหลอดเลือดแดงขณะที่หัวใจคลายตัวเพื่อรับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ เป็นช่วงที่ความดันลดต่ำลงที่สุด

กลไกการเกิดความดันโลหิตนี้ถูกควบคุมด้วยปัจจัยหลายประการ เช่น ปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจ แรงต้านทานของหลอดเลือดฝอยส่วนปลาย และความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดแดงใหญ่ (Aorta) เมื่อเรามีอายุมากขึ้น ผนังหลอดเลือดมักจะมีความแข็งตัวและสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้ความดันค่าบนสูงขึ้นในขณะที่ความดันค่าล่างอาจจะลดลงหรือคงที่ ทำให้ผลต่างของความดันกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การที่ความดันค่าบนและค่าล่างมีความแตกต่างกันมากเกินไป (Pulse Pressure มากกว่า 60 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป) มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากหลอดเลือดแดงใหญ่แข็งตัว ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาว

เกณฑ์มาตรฐานความดันโลหิตและการแปลผลความต่างที่ปกติ

การประเมินว่าค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ จำเป็นต้องอ้างอิงจากแนวทางการแพทย์สากล โดยแบ่งระดับความดันโลหิตในผู้ใหญ่ที่วัดใน ภาวะพักผ่อน ออกเป็นดังนี้

  • ระดับเหมาะสม (Optimal): น้อยกว่า 120 และน้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท (ผลต่างประมาณ 30 ถึง 40 มิลลิเมตรปรอท)
  • ระดับปกติ (Normal): 120 ถึง 129 และหรือ 80 ถึง 84 มิลลิเมตรปรอท (ผลต่างประมาณ 35 ถึง 45 มิลลิเมตรปรอท)
  • ระดับปกติค่อนไปทางสูง (High-Normal): 130 ถึง 139 และหรือ 85 ถึง 89 มิลลิเมตรปรอท
  • ระดับสูง (Hypertension): ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป

หากตอบคำถามว่าความดันค่าบนกับค่าล่างต่างกันเท่าไหร่ถึงปกติ คำตอบคือผลต่างที่ปลอดภัยควรอยู่ระหว่าง 40 ถึง 50 มิลลิเมตรปรอท หากผลต่างน้อยกว่า 25 มิลลิเมตรปรอท หรือมากกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่แพทย์ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับอาการทางคลินิกอื่นๆ ของผู้ป่วย

ภาวะความต่างของความดันโลหิตที่ผิดปกติและผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อผลต่างของความดันโลหิตไม่อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะแบ่งความผิดออกเป็นสองลักษณะหลัก ซึ่งบ่งบอกถึงโรคและภาวะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

ผลต่างความดันน้อยเกินไป (Narrow Pulse Pressure)

หากความดันค่าบนและค่าล่างมีค่าใกล้เคียงกันมาก เช่น ผลต่างน้อยกว่า 25 มิลลิเมตรปรอท แสดงว่าความดันชีพจรแคบลง ภาวะนี้มักเกิดจากภาวะที่หัวใจไม่สามารถบีบตัวส่งเลือดออกไปได้ปริมาณปกติ เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic Stenosis) หรือภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายมีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ

ผลต่างความดันมากเกินไป (Wide Pulse Pressure)

หากความดันค่าบนและค่าล่างมีความแตกต่างกันมาก เช่น มากกว่า 60 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป แสดงว่าความดันชีพจรมีความกว้าง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงลดลงตามวัย หรือภาวะลิ้นหัวใจรั่ว (Aortic Regurgitation) ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism) หรือภาวะโลหิตจางรุนแรง ซึ่งทำให้หัวใจต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อชดเชยการไหลเวียนของเลือด

อาการและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ทันที

การวัดความดันโลหิตที่บ้านแล้วพบว่าค่าความดันหรือผลต่างผิดปกติร่วมกับมีอาการเตือนบางประการ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางการแพทย์ที่ไม่ควรรอช้า ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์โดยเร็ว หากพบอาการดังต่อไปนี้

  • อาการเจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปกราม คอ หรือแขนซ้าย เหมือนมีของหนักกดทับ
  • อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม หรือหมดสติ
  • อาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบากเวลานอนราบ
  • อาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขาซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน
  • อาการพูดไม่ชัด ปากเบี้ยว หรือการมองเห็นผิดปกติทันที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากวัดความดันโลหิตได้ค่าสูงเกิน 180/120 มิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีอาการปวดศีรษะรุนแรง แน่นหน้าอก หรือตามัว นี่คือภาวะวิกฤตความดันโลหิตสูง (Hypertensive Emergency) ต้องเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ห้ามรอให้ลดลงเองที่บ้าน

วิธีวัดความดันโลหิตด้วยตัวเองที่บ้านให้ถูกต้องแม่นยำ

การตรวจวัดความดันโลหิตที่บ้านให้ได้ค่าที่สะท้อนความเป็นจริง จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก

  • การเตรียมตัวก่อนวัด: งดการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด นั่งพักผ่อนในที่เงียบสงบอย่างน้อย 5 นาทีโดยไม่คุยโทรศัพท์หรือเล่นมือถือ
  • ท่านั่งที่ถูกต้อง: นั่งหลังพิงพนักเก้าอี้ เท้าทั้งสองข้างราบกับพื้น วางแขนบนโต๊ะให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ ห้ามไขว่ห้าง
  • การพันผ้าพันแขน (Cuff): พันผ้าพันแขนเหนือข้อศอกประมาณ 2 ถึง 3 เซนติเมตร ให้ขอบล่างอยู่เหนือข้อพับพอดี ความแน่นควรพอดีสามารถสอดนิ้วมือเข้าไปได้ 2 นิ้ว
  • การจดบันทึก: ควรวัดความดันวันละ 2 ครั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยวัดครั้งละ 2 รอบห่างกัน 1 นาที แล้วนำค่าเฉลี่ยมาบันทึก พร้อมทั้งจดบันทึกสม่ำเสมอเพื่อนำไปให้แพทย์ประเมินอาการ

วิธีรักษาและการดูแลสุขภาพเพื่อควบคุมความดันโลหิต

การดูแลรักษาภาวะความดันโลหิตผิดปกติหรือการป้องกันไม่ให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วเกินไป ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่กับการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • การปรับเปลี่ยนโภชนาการ: ลดการบริโภคโซเดียมหรือเกลือแกง เน้นรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และปลาที่มีกรดไขมันดี หลีกเลี่ยงอาหารไขมันอิ่มตัวและอาหารแปรรูป
  • การควบคุมน้ำหนักตัว: รักษาระดับดัชนีมวลกาย (BMI)ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด
  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดินเร็ว การว่ายน้ำ หรือการปั่นจักรยาน อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์
  • การจัดการความเครียด: ฝึกเทคนิคการผ่อนคลายความเครียด เช่น การฝึกหายใจลึกๆ การทำสมาธิ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7 ถึง 8 ชั่วโมงต่อคืน
  • การใช้ยาตามแพทย์สั่ง: สำหรับผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยให้ใช้ยาลดความดันโลหิต ห้ามหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาเองเด็ดขาด แม้ว่าวัดความดันแล้วจะอยู่ในเกณฑ์ปกติก็ตาม
คำแนะนำจากคุณหมอ: การวัดความดันโลหิตที่บ้านสม่ำเสมอเปรียบเสมือนการตรวจเช็คสุขภาพหัวใจในทุกๆ วัน หากพบว่าค่าความดันเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือผลต่างของความดันค่าบนและค่าล่างผิดปกติไปจากเดิม ควรนำบันทึกการวัดความดันนี้มาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมอย่างทันท่วงที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down