ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความดันต่ำเกินไปอันตรายไหม เข้าใจความหมายและภาวะที่แท้จริง

ภาวะความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) มักเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยว่ามีความอันตรายมากน้อยเพียงใด โดยทั่วไปทางการแพทย์จะวินิจฉัยว่ามีความดันโลหิตต่ำเมื่อค่าความดันโลหิตตัวบนน้อยกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท และหรือค่าความดันโลหิตตัวล่างน้อยกว่า 60 มิลลิเมตรปรอท แม้ว่าในบางคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง หรือนักกีฬา อาจจะมีค่าความดันโลหิตต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเล็กน้อยโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่ในอีกหลายกรณี ภาวะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ หรือนำไปสู่ภาวะช็อกที่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ

กลไกการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดที่ออกจากหัวใจ ความยืดหยุ่นและความต้านทานของหลอดเลือด หากปัจจัยเหล่านี้เกิดความผิดปกติ จะส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลง สาเหตุหลักทางการแพทย์แบ่งออกได้ดังนี้:

  • การสูญเสียปริมาตรเลือด: เกิดจากการเสียเลือดจากอุบัติเหตุ ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงจากการอาเจียน ท้องเสีย หรือการใช้ยาขับปัสสาวะมากเกินไป
  • ความผิดปกติของหัวใจ: โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง ทำให้หัวใจไม่สามารถบีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ
  • ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ: การตอบสนองของหลอดเลือดที่ผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่าทาง (Orthostatic Hypotension)
  • การติดเชื้อรุนแรง: ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ทำให้หลอดเลือดขยายตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนความดันตก
  • ปฏิกิริยาแพ้อยรุนแรง (Anaphylaxis): การแพ้ยา อาหาร หรือแมลงสัตว์กัดต่อยที่ทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดอย่างกะทันหัน

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนของภาวะความดันต่ำ

อาการแสดงของภาวะความดันโลหิตต่ำมักเกิดขึ้นเนื่องจากอวัยวะสำคัญ โดยเฉพาะสมองและหัวใจ ได้รับออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่:

  • อาการวิงเวียนศีรษะ มึนงง หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งหรือนอนลุกขึ้นยืน
  • อาการหน้ามืด ตาลาย มองเห็นภาพไม่ชัดเจนชั่วขณะ
  • รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่มีแรงอย่างไร้สาเหตุ
  • มีอาการไม่มีสมาธิ สมองตื้อ หรือสับสน
  • ผิวหนังเย็นซีด เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • คลื่นไส้ หรือรู้สึกอยากอาเจียน
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีอาการหน้ามืดหรือวิงเวียนศีรษะเป็นประจำทุกครั้งที่ลุกขึ้นยืน ควรรีบทำการบันทึกอาการและพบแพทย์เพื่อตรวจหาสะเก็ดโรคที่ซ่อนอยู่ เช่น ภาวะโลหิตจาง หรือความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ

สัญญาณอันตราย Red Flag Symptoms ที่เสี่ยงช็อกและต้องพบแพทย์ทันที

ความดันโลหิตต่ำอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะช็อก (Shock) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน สัญญาณอันตรายที่ต้องระวังมีดัง and:

  • อาการหมดสติ วูบ หรือหมดสติไปชั่วขณะ
  • หายใจหอบถี่ หายใจตื้น หรือหายใจลำบาก
  • ชีพจรเต้นเร็วและเบามากจนแทบจับไม่ได้
  • ผิวหนังเย็นจัด ชื้นแฉะ และมีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) บริเวณริมฝีปากหรือปลายนิ้ว
  • ซึมลง สับสน เอานอนไม่รู้ตัว หรือหมดสติ
  • ปริมาณปัสสาวะลดลงอย่างมากหรือไม่ปัสสาวะเลย ซึ่งบ่งบอกว่าเลือดไปเลี้ยงไตไม่เพียงพอ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะช็อกจากการที่ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว (เช่น ภาวะช็อกจากการแพ้อยรุนแรงหรือการติดเชื้อ) ทำให้เซลล์และอวัยวะภายในขาดออกซิเจนจนอาจเกิดอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ ห้ามละเลยอาการวูบเด็ดขาด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่สงสัยว่ามาจากภาวะความดันต่ำ แพทย์จะมีกระบวนการตรวจวินิจฉัยที่ครอบคลุมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดังนี้:

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักถามอาการ ประวัติการใช้ยา โรคประจำตัว และทำการวัดความดันโลหิตในท่านอน ท่านั่ง และ่ายยืน
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการ: ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อหาภาวะโลหิตจาง ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจการทำงานของไตและเกลือแร่ในร่างกาย
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram - ECG): เพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงหัวใจ (Echocardiogram): เพื่อดูโครงสร้างและการบีบตัวของหัวใจ
  • การทดสอบเตียงเอียง (Tilt Table Test): ใช้ในการวินิจฉัยภาวะความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่าทางหรือความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฏิบัติตัวที่บ้าน

การรักษาภาวะความดันโลหิตต่ำขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แน่ชัด หากเป็นอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลและปฏิบัติตัวได้ดังนี้:

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: เพิ่มปริมาณน้ำดื่มในแต่ละวันเพื่อช่วยเพิ่มปริมาตรเลือดในร่างกาย ยกเว้นในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ต้องจำกัดน้ำ
  • เพิ่มปริมาณเกลือในอาหารเล็กน้อย: ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยเพิ่มความดันโลหิต
  • ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ: หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหัน ควรนั่งพักที่ขอบเตียงสักครู่ก่อนลุกขึ้นยืน
  • หลีกเลี่ยงการยืนรอนานๆ: หากจำเป็นต้องยืนนานๆ ควรกระDขยับขาหรือเกร็งกล้ามเนื้อน่องเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้ดีขึ้น
  • สวมถุงน่องทางการแพทย์ (Compression Stockings): ช่วยป้องกันไม่ให้เลือดค้างอยู่ที่บริเวณขาและช่วยดันเลือดกลับสู่หัวใจ
  • รับประทานอาหารมื้อย่อย: หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่เกินไป เพราะเลือดจะถูกดึงไปเลี้ยงระบบทางเดินอาหารมากจนทำให้ความดันตกหลังมื้ออาหาร

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

สำหรับผู้ที่มีอาการความดันโลหิตต่ำ มีข้อควรระวังและข้อห้ามทางการแพทย์ที่ต้องใส่ใจอย่างเคร่งครัด:

  • ห้ามปรับลดหรือหยุดรับประทานยาโรคประจำตัว (โดยเฉพาะยาลดความดันโลหิต) ด้วยตนเองเด็ดขาด หากสงสัยว่ายาทำให้ความดันต่ำเกินไปต้องปรึกษาแพทย์ผู้treating
  • ห้ามลุกขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า เพราะเป็นช่วงที่ความดันโลหิตมักจะต่ำที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำอุ่นจัดหรืออยู่ในห้องซาวน่าเป็นเวลานาน เพราะความร้อนทำให้หลอดเลือดขยายตัวและส่งผลให้ความดันลดต่ำลงเฉียบพลัน

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพในระยะยาว

การป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ:

  • รักษาสมดุลของการดื่มน้ำในแต่ละวันให้เหมาะสม
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และมีสารอาหารเพียงพอ ไม่ควรอดอาหารหรือลดน้ำหนักด้วยวิธีที่รุนแรงเกินไป
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในระดับปานกลาง เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและความยืดหยุ่นของหลอดเลือด
  • สังเกตอาการผิดปกติของตนเองอยู่เสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อประเมินการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด
สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย: ภาวะความดันโลหิตต่ำแม้ในหลายครั้งจะไม่รุนแรง แต่หากมีอาการหน้ามืด วูบ บ่อยครั้ง หรือมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันความเสี่ยงจากภาวะช็อกที่อาจเกิดขึ้นได้
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down