ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน: วิกฤตการณ์ทางหลอดเลือดที่ต้องรู้เท่าทัน

ภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน (Acute Hypertension) ถือเป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อระดับความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะเป้าหมายสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ไต และหลอดเลือดแดงใหญ่ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการเตือน และวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที

สาเหตุและกลไกการเกิดความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน

กลไกหลักของภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันเกิดจากการหดตัวอย่างรุนแรงและฉับพลันของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ส่งผลให้แรงต้านทานในหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจจึงต้องบีบตัวด้วยแรงที่มากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยในทางการแพทย์ประกอบด้วย

  • การขาดยาหรือลืมรับประทานยาลดความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
  • ภาวะความเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง วิตกกังวล หรือตื่นตกใจสุดขีด
  • การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงเกินไปอย่างฉับพลัน
  • การใช้สารกระตุ้นระบบประสาท เช่น คาเฟอีนปริมาณมาก ยาลดน้ำที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้น หรือสารเสพติดบางชนิด
  • โรคแทรกซ้อนทางไต เช่น ภาวะหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตตีบตันอย่างเฉียบพลัน
  • ภาวะความผิดปกติของต่อมหมวกไตที่ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นความดันโลหิตออกมาปริมาณมาก

อาการสำคัญและระยะของความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน

อาการของผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันมักจะแสดงออกอย่างรวดเร็ว ในระยะแรกผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะตุๆ บริเวณท้ายทอย มึนงง วิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัวเล็กน้อย หรือรู้สึกกระสับกระส่าย หากความดันโลหิตยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ได้รับการควบคุม อาการจะรุนแรงมากขึ้นจนเข้าสู่ระยะวิกฤต ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกร้าวไปที่กรามหรือแขนซ้าย และอาจมีอาการอ่อนแรงของร่างกายครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือหมดสติร่วมด้วย

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ค่าความดันโลหิตที่สูงเกินกว่า 180 และ 120 มิลลิเมตรปรอท (Systolic over 180 และ Diastolic over 120 mmHg) ถือเป็นภาวะวิกฤตความดันโลหิตสูง (Hypertensive Crisis) ที่ต้องได้รับการประเมินและรักษาจากแพทย์โดยด่วน ห้ามรอให้ลดลงเองเพราะอาจเกิดภาวะเลือดออกในสมองได้

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพบแพทย์ทันที

เมื่อผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันร่วมกับอาการเตือนเหล่านี้ จำเป็นต้องเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ห้ามนิ่งนอนใจเด็ดขาด

  • อาการปวดศีรษะรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา ข้างใดข้างหนึ่งอย่างฉับพลัน
  • พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจคำพูด
  • มองเห็นภาพซ้อน ภาพเบลอ หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • อาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง หายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม
  • มีอาการสับสน ซึมลง หรือหมดสติ

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องก่อนถึงมือแพทย์

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันต้องทำด้วยความนุ่มนวลและรวดเร็ว เพื่อลดความตึงเครียดของระบบประสาทและป้องกันไม่ให้อวัยวะภายในได้รับความเสียหายเพิ่มเติม มีขั้นตอนปฏิบัติดังนี้

  • ให้ผู้ป่วยหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที และจัดให้นั่งพักในท่าที่สบายที่สุด (แนะนำให้นั่งพิงพนักเก๋งหรือเตียง โดยศีรษะและลำตัวยกสูงเล็กน้อยเพื่อช่วยลดความดันในสมอง) ห้ามให้ผู้ป่วยนอนราบในทันทีหากมีอาการแน่นหน้าอกหรือหายใจลำบาก
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม ไม่ให้รัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้หายใจได้สะดวก
  • สร้างบรรยากาศรอบตัวให้สงบ ปราศจากเสียงดังหรือความวุ่นวาย เพื่อลดความตื่นเต้นและความเครียดของผู้ป่วย
  • วัดความดันโลหิตซ้ำเพื่อยืนยันค่าตัวเลข หากมีเครื่องวัดความดันโลหิตที่บ้าน
  • สอบถามประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย ว่าลืมทานยาลดความดันโลหิตหรือไม่
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวและแพทย์เคยจ่ายยาลดความดันโลหิตแบบอมใต้ลิ้น (Sublingual medication) ไว้ให้สำหรับกรณีฉุกเฉิน สามารถให้ผู้ป่วยอมยาตามขนาดและคำแนะนำที่แพทย์เคยสั่งไว้เท่านั้น แต่ห้ามจัดหายาอื่นมาให้รับประทานเองเด็ดขาด และห้ามบังคับให้ความดันลดลงอย่างรวดเร็วเกินไปเพราะอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการปฐมพยาบาล

การปฏิบัติที่ผิดวิธีอาจทำให้อาการของ ความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน: ปฐมพยาบาล แย่ลงได้ ข้อควรระวังที่ผู้ดูแลต้องทราบมีดังนี้

  • ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดความดันโลหิตของผู้อื่น หรือยาเม็ดสำหรับรับประทานทั่วไปที่ออกฤทธิ์เร็วเกินไปโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ เพราะอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงฮวบฮาบจนเกิดภาวะช็อกและกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • ห้ามทำการนวดตัว แรงๆ กดจุด หรือตบตามร่างกายเพื่อหวังลดความดัน เพราะไม่ได้ผลและอาจกระตุ้นให้ความดันสูงขึ้นกว่าเดิมจากความตกใจ
  • ห้ามให้ผู้ป่วยดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เด็ดขาด
  • ห้ามตื่นตระหนกหรือแสดงอาการตกใจให้ผู้ป่วยเห็น เพราะจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยเครียดและมีความดันโลหิตสูงขึ้นไปอีก

การวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาล

เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาล แพทย์และทีมพยาบาลจะทำการประเมินสัญญาณชีพอย่างละเอียด และแบ่งผู้ป่วยออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ ภาวะฉุกเฉินวิกฤต (Hypertensive Emergency) ที่มีอวัยวะเป้าหมายเสียหาย ซึ่งต้องได้รับยาลดความดันโลหิตชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำอย่างควบคุมในหอผู้ป่วยวิกฤต และภาวะเร่งด่วน (Hypertensive Urgency) ที่ยังไม่มีอวัยวะเสียหาย ซึ่งจะได้รับยาลดความดันโลหิตชนิดรับประทานพร้อมทั้งสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้แพทย์จะทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และเอกซเรย์ปอด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

การป้องกันและการดูแลตนเองในระยะยาว

การป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันที่ดีที่สุดคือการควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • รับประทานยาลดความดันโลหิตตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาหรือปรับลดขนาดยาเองโดยเด็ดขาด
  • ควบคุมอาหาร ลดการบริโภคโซเดียม อาหารรสเค็มจัด อาหารไขมันสูง และเพิ่มการรับประทานผักผลไม้สด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ treating
  • จัดการความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การฝึกหายใจลึกๆ การทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ผ่อนคลาย
  • งดการสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านเป็นประจำ และมาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down