ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงเฉียบพลันและการปฐมพยาบาล

ภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน (Acute Hypertensive Crisis) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เกิดขึ้นเมื่อระดับความดันโลหิตในร่างกายพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยมักมีค่าความดันโลหิตตัวบน (Systolic Blood Pressure) สูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบมิลลิเมตรปรอท และหรือค่าความดันโลหิตตัวล่าง (Diastolic Blood Pressure) สูงกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบบิลลิเมตรปรอท ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่มวัย แม้ว่าในอดีตจะพบบ่อยในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง โรคไต หรือโรคหลอดเลือด แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียดสะสม และการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง ก็เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้คนวัยทำงานหรือแม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพดีเกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน การรู้เท่าทันและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายต่ออวัยวะเป้าหมายและช่วยชีวิตผู้ป่วยก่อนถึงมือแพทย์

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน

กลไกหลักของภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันเกิดจากการหดตัวอย่างรุนแรงและฉับพลันของหลอดเลือดแดงขนาดเล็กทั่วร่างกาย ส่งผลให้แรงต้านทานของหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หัวใจจึงต้องบีบตัวด้วยความแรงที่มากขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อยทางการแพทย์มีดังต่อไปนี้

  • การขาดยาหรือการหยุดรับประทานยาลดความดันโลหิตด้วยตนเองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเรื้อรัง
  • ภาวะความเครียดทางจิตใจอย่างรุนแรง ความวิตกกังวล หรืออาการตื่นตระหนก (Panic Attack)
  • การรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมหรือเกลือสูงจัดในมื้อเดียว
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดน้ำมูกที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้น ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) หรือสารคาเฟอีนปริมาณมาก
  • โรคแทรกซ้อนจากภาวะความผิดปกติของต่อมหมวกไต หรือโรคไตเรื้อรังที่มีการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
  • การใช้สารกระตุ้นหรือแอลกอฮอล์ปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น

อาการแสดงและสัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต

อาการของภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เริ่มได้รับผลกระทบจากแรงดันเลือดที่สูงผิดปกติ ผู้ป่วยอาจมีอาการเตือนตั้งแต่อาการน้อยไปจนถึงอาการรุนแรงที่บ่งบอกถึงภาวะวิกฤต

  • อาการปวดศีรษะรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ มักเป็นบริเวณท้ายทอยหรือขมับทั้งสองข้าง
  • อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ หรืออาเจียนพุ่ง
  • อาการตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือมีจุดดำลอยไปมา
  • ใจสั่น เจ็บแน่นหน้าอก หรือรู้สึกหายใจไม่อิ่ม
  • มีความรู้สึกสับสน กระวนกระวาย หรืออ่อนแรงบริเวณใบหน้า แขน หรือขาซีกใดซีกหนึ่ง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ในบางรายภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันอาจไม่มีอาการแสดงเด่นชัด แต่ค่าความดันที่สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณเตือนที่อันตราย ห้ามเพิกเฉยเด็ดขาด

สัญญาณอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

หากผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันร่วมกับอาการเหล่านี้ จัดว่าเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต (Hypertensive Emergency) ที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือภาวะหัวใจล้มเหลว จำเป็นต้องเรียกรถพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันทีโดยห้ามรอช้า

  • อาการเจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงราวกับมีของหนักกดทับ ร้าวไปที่กราม คอ หรือแขนซ้าย
  • อาการหายใจหอบเหนื่อยอย่างรุนแรง นอนราบไม่ได้ มีเสมหะปนเลือด
  • อาการอ่อนแรงชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือพูดไม่รู้เรื่อง
  • อาการปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิตอย่างฉับพลันร่วมกับอาเจียนพุ่ง
  • อาการสูญเสียการทรงตัว มองไม่เห็นชั่วขณะ หรือหมดสติ ซึมลงอย่างรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงสถานพยาบาล แพทย์จะดำเนินการประเมินและตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนเพื่อแยกระหว่างภาวะวิกฤตที่มีการทำลายอวัยวะเป้าหมาย (Hypertensive Emergency) กับภาวะที่ยังไม่มีการทำลายอวัยวะ (Hypertensive Urgency) การตรวจวินิจฉัยประกอบด้วย

  • การวัดความดันโลหิตซ้ำอย่างถูกวิธีทั้งสองข้างและติดตามค่าอย่างต่อเนื่อง
  • การซักประวัติการใช้ยา โรคประจำตัว และพฤติกรรมสุขภาพย้อนหลัง
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram หรือ EKG) เพื่อประเมินภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจโต
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูการทำงานของไต ระดับเกลือแร่ และเอนไซม์หัวใจ
  • การตรวจเอกซเรย์ปอดหรือการตรวจทางรังสีวิทยาเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หากมีอาการทางระบบประสาท

วิธีดูแลรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีค่าความดันโลหิตสูงเฉียบพลันแต่ยังไม่มีอาการวิกฤต (Red Flags) สามารถดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อลดความรุนแรงก่อนถึงมือแพทย์ได้ดังนี้

  • ให้ผู้ป่วยหยุดกิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที และพาไปนั่งหรือนอนพักผ่อนในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ปราศจากความวุ่นวายและความเครียด
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม ไม่1สวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น
  • ฝึกการหายใจเข้าและออกลึกๆ ช้าๆ เพื่อช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและลดความตื่นตัวของระบบประสาทอัตโนมัติ
  • หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวและมียาที่แพทย์เคยจ่ายให้เพื่อลดความดันโลหิตแบบอมใต้ลิ้นหรือรับประทานเฉพาะกิจ ให้ปรึกษาแพทย์หรือปฏิบัติตามแผนการรักษาเดิมอย่างเคร่งครัด
  • ทำการวัดความดันโลหิตซ้ำทุกสิบห้าถึงสามสิบนาที หากค่าความดันไม่ลดลงหรือมีอาการแย่ลงให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดความดันโลหิตแรงๆ ของผู้อื่นเด็ดขาด และหลีกเลี่ยงการลดความดันโลหิตให้ลดลงอย่างรวดเร็วเกินไปในเวลาอันสั้น เพราะอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอและเกิดภาวะสมองขาดเลือดตามมาได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในภาวะฉุกเฉิน

การจัดการกับภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันต้องทำด้วยความระมัดระวัง มีข้อปฏิบัติที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงยิ่งขึ้น

  • ห้ามตื่นตระหนกตกใจจนเกินไป เนื่องจากความเครียดและความกลัวจะยิ่งกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นไปอีก
  • ห้ามซื้อยาลดความดันโลหิตมารับประทานเองตามคำแนะนำของคนอื่นโดยไม่มีใบสั่งแพทย์
  • ห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง เช่น กาแฟ ชาเข้มข้น หรือเครื่องดื่มชูกำลัง ในช่วงที่ความดันโลหิตกำลังสูงขึ้น
  • ห้ามทำการนวดกดจุดแรงๆ หรือขยับร่างกายอย่างรุนแรงเพื่อหวังจะลดความดัน

การป้องกันและการควบคุมความดันโลหิตในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันซ้ำซ้อน จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และลดการบริโภคอาหารรสเค็มจัดหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย เช่น การเดินเร็ว การว่ายน้ำ หรือโยคะ
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • ตรวจสุขภาพและวัดความดันโลหิตด้วยตนเองที่บ้านเป็นประจำ พร้อมทั้งรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดไม่ขาดยา
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล: เมื่อพบผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน ให้ตั้งสติ นำผู้ป่วยพักผ่อนในที่สงบ คลายเสื้อผ้าให้หลวม วัดความดันซ้ำ และคอยสังเกตอาการอันตรายอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หรืออ่อนแรงครึ่งซีก ให้โทรสายด่วนเรียกรถพยาบาลทันทีโดยห้ามรอให้ความดันลดลงเอง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down