ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตากฝนแล้วไม่สบาย ไข้หวัดหรือโรคร้ายซ่อนอยู่

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ มักเจ็บป่วยได้ง่าย การที่เด็กตากฝนแล้วกลับมามีอาการไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหล มักทำให้พ่อแม่กังวลใจเป็นอย่างมาก ในทางการแพทย์ การตากฝนไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย แต่ความเปียกชื้น อุณหภูมิร่างกายที่ลดลง และการอยู่ในสถานที่แออัดช่วงฝนตก ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานลดลงชั่วคราว เชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศหรือแพร่กระจายได้ง่ายจึงเข้าสู่ร่างกายของเด็กได้รวดเร็วขึ้น สิ่งที่น่ากลัวคือ อาการไข้หลังตากฝนในเด็กไม่ได้มีแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคติดเชื้อที่รุนแรงอย่างไข้หวัดใหญ่ (Influenza) หรือโรคไข้เลือดออก (Dengue Hemorrhagic Fever) ซึ่งมีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกันมาก จนทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านสับสนและอาจรักษาล่าช้า

คำแนะนำจากคุณหมอ: การสังเกตลักษณะของไข้ อาการร่วมอื่นๆ และระยะเวลาของโรคอย่างใกล้ชิด คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่พาบุตรหลานมาพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจอันตรายถึงชีวิตได้

ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก ต่างกันอย่างไรในมุมมองทางการแพทย์

การแยกโรคทั้งสามชนิดนี้ออกจากกันต้องอาศัยการสังเกตอาการทางคลินิกอย่างละเอียด เนื่องจากเชื้อก่อโรคและกลไกการเกิดโรคมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

โรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจที่มีมากกว่าสองร้อยชนิด เช่น ไรโนไวรัส (Rhinovirus) หรือโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ที่ไม่รุนแรง อาการมักค่อยๆ เริ่มต้นหลังจากตากฝนหนึ่งถึงสองวัน เด็กจะมีอาการไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกใส เจ็บคอเล็กน้อย และอาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย อาการมักไม่รุนแรง เด็กยังคงร่าเริง เล่นได้ กินอาหารได้ตามปกติ และหายได้เองภายในเจ็ดถึงสิบวันหากได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอน (Influenza Virus) ชนิดเอหรือบี มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด จุดเด่นคือเด็กจะมีไข้สูงลอยอย่างรวดเร็ว เกินสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียส ร่วมกับอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลียรุนแรง ไอแห้งๆ และเจ็บคอมาก ในเด็กเล็กอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วยเช่นคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย การระบาดมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever)

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue Virus) ที่มีลายน้ำลายจากยุงลายเป็นพาหะ แม้เด็กจะไม่ได้โดนยุงกัดโดยตรงจากการตากฝน แต่ช่วงฤดูฝนเป็นฤดูที่ยุงลายเพาะพันธุ์ได้ดีที่สุด ทำให้เด็กมีโอกาสรับเชื้อสูง อาการเด่นคือไข้สูงลอยฉับพลัน สูงมากจนบางครั้งยาลดไข้เอาไม่อยู่ หน้าแดง ตาแดง ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก และมักมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย จุดสำคัญคือมักไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกเด่นชัดเหมือนไข้หวัด

ตารางเปรียบเทียบอาการเพื่อการสังเกตเบื้องต้น

  • ไข้หวัดธรรมดา: ไข้ต่ำถึงปานกลาง ไอ จาม น้ำมูกใส เจ็บคอ อ่อนเพลียน้อย
  • ไข้หวัดใหญ่: ไข้สูงฉับพลัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วตัว อ่อนเพลียมาก ไอแห้ง เจ็บคอ
  • ไข้เลือดออก: ไข้สูงลอยเรื้อรัง สองถึงเจ็ดวัน หน้าแดง ปวดกระบอกตา ปวดท้อง เบื่ออาหาร อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

เมื่อเด็กมีไข้สูงหลังตากฝน คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอาการวิกฤต หรือที่เรียกว่า สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) อย่างเข้มงวด หากพบอาการเหล่านี้ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวัน

  • ไข้สูงมากติดต่อกันเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดแม้เช็ดตัวและกินยาลดไข้แล้ว
  • อาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ
  • อาการชักจากไข้ (Febrile Seizure) ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรง ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋มขณะหายใจ หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะออกน้อยมากหรือเป็นสีเข้มจัด
  • อาการปวดท้องรุนแรง อาเจียนพุ่งต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะช็อกในโรคไข้เลือดออก
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหลไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเดินทางมาพบกุมารแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลาที่เริ่มมีไข้ ประวัติการตากฝน ประวัติการรับวัคซีน และอาการร่วมต่างๆ พร้อมทั้งตรวจร่างกายอย่างครอบคลุม หากสงสัยโรคเฉพาะเจ็บ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม ดังนี้

  • การตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วยชุดตรวจคัดกรองเบื้องต้นจากโพรงจมูก (Influenza Rapid Antigen Test)
  • การตรวจหาเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในกรณีที่มีอาการทางเดินหายใจส่วนล่างร่วมด้วย
  • การเจาะเลือดตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count หรือ CBC) เพื่อดูค่าเม็ดเลือดขาว เกร็ดเลือด และความเข้มข้นของเลือด ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในการวินิจฉัยโรคไข้เลือดออก
  • การตรวจหาโปรตีนจำเพาะของเชื้อไวรัสเดงกี่ (NS1 Antigen Test) ในช่วงวันที่สามของการมีไข้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ในช่วงสามวันแรกของการมีไข้ ผลตรวจเลือดโรคไข้เลือดออกอาจยังให้ผลลบได้ ดังนั้นแพทย์จึงนัดติดตามอาการและเจาะเลือดซ้ำตามความเหมาะสม จึงไม่ควรวางใจแม้ผลตรวจเลือดรอบแรกจะปกติหากไข้ยังไม่ลด

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่บ้านอย่างถูกต้อง

หากเด็กมีอาการไม่รุนแรงและแพทย์อนุญาตให้ดูแลที่บ้านได้ การพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้

การให้ยาและการควบคุมไข้

ให้รับประทานยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง คือ สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเฉพาะเวลาที่มีไข้สูง ห้ามให้ยาเกินขนาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาในกลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็ดขาดในเด็กที่มีไข้สูง หากยังไม่สามารถตัดโรคไข้เลือดออกออกได้ เนื่องจากยาเหล่านี้จะไปกัดกระเพาะอาหารและส่งผลให้เกร็ดเลือดทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการมีเลือดออกรุนแรงที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

การเช็ดตัวลดไข้

ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องในการเช็ดตัว โดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ลูบย้อนแนวขนเพื่อระบายความร้อน เน้นบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ พักผ้าไว้บริเวณจุดชีพจรเพื่อช่วยลดอุณหภูมิแกนกลางร่างกาย ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และอาจทำให้เด็กหนสั่นรุนแรงขึ้น

การดูแลเรื่องโภชนาการและการดื่มน้ำ

ให้เด็กดื่มน้ำเปล่าสะอาด น้ำเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำซุปอุ่นๆ บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ เลือกอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปไก่ เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอในการต่อสู้กับเชื้อโรค หลีกเลี่ยงอาหารมันและอาหารรสจัด

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เด็กป่วยจากไข้หวัดและโรคติดเชื้อหลังตากฝน เริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพพื้นฐานและการสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

  • ฝึกให้เด็กสวมเสื้อกันฝนหรือพกร่มทุกครั้งเมื่อต้องออกนอกบ้านในช่วงฤดูฝน หากเปียกฝนควรรีบกลับบ้านอาบน้ำสระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งทันที
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรค
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) เป็นประจำทุกปี ปีละหนึ่งครั้ง เนื่องจากสายพันธุ์ไวรัสจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ เพื่อลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบริเวณบ้าน ทายากันยุงสำหรับเด็กเพื่อป้องกันการถูกยุงกัด
  • สนับสนุนให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: สุขภาพที่แข็งแรงของลูกน้อยเริ่มต้นจากการป้องกันที่ดี หากลูกป่วย คุณพ่อคุณแม่ควรตั้งสติ สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down