ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเชื่อผิดๆ เรื่องการหักคอเพื่อลดอาการปวด

พฤติกรรมการหักคอ หรือการบิดคอให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบเพื่อลดความรู้สึกตึงเครียดหรือความเมื่อยล้า เป็นกิจกรรมที่หลายคนทำจนเป็นนิสัย หลายคนรู้สึกว่าหลังจากการหักคอแล้ว จะได้รับความรู้สึกโล่งสบายหรือผ่อนคลายในทันที อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์พฤติกรรมดังกล่าวไม่ใช่การรักษาอาการปวดที่ต้นเหตุ แต่เป็นเพียงการกระตุ้นการตอบสนองของระบบประสาทที่หลอกล่อให้สมองรู้สึกผ่อนคลายเพียงชั่วคราวเท่านั้น การกระทำนี้แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังส่วนคอและระบบหลอดเลือดได้อย่างรุนแรง

กลไกที่แท้จริงของการเกิดเสียงเมื่อหักคอ

เสียงที่เกิดขึ้นเมื่อเราหักคอ ไม่ใช่เสียงของกระดูกที่กลับเข้าที่แต่อย่างใด แต่เป็นปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า Cavitation ซึ่งเกิดจากฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อ (Synovial Fluid) เมื่อเราทำการยืดหรือบิดข้อต่ออย่างรวดเร็ว ช่องว่างภายในข้อต่อจะขยายตัวขึ้นกะทันหัน ทำให้ความดันในช่องข้อต่อลดลง ฟองอากาศที่ละลายอยู่ในน้ำหล่อเลี้ยงจึงแตกออกหรือยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเสียงดังที่เราได้ยินนั่นเอง การทำเช่นนี้บ่อยครั้งจะส่งผลให้เอ็นยึดข้อต่อเกิดความหย่อนยาน และอาจทำให้ข้อต่อเกิดการเคลื่อนไหวผิดปกติในระยะยาว

อันตรายที่ซ่อนอยู่: ความเสี่ยงที่มากกว่าความฟิน

การหักคอด้วยตนเองหรือการให้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทำการดัดคอ เป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่ออวัยวะสำคัญ ดังนี้:

  • การบาดเจ็บต่อหลอดเลือดแดงส่วนคอ (Vertebral Artery Dissection): นี่คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด แรงกระชากหรือการบิดคอที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้ชั้นผนังของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการฉีกขาด ส่งผลให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันหรือนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การเสื่อมของกระดูกสันหลังคอเร็วกว่าปกติ: การดัดคอซ้ำๆ ทำให้เอ็นยึดข้อต่อเสื่อมสภาพ นำไปสู่ภาวะข้อกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis) ซึ่งจะมีอาการปวดเรื้อรังตามมา
  • ภาวะกระดูกสันหลังคอเคลื่อน: หากมีการกระชากที่รุนแรง อาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือกระดูกสันหลังเคลื่อนตัวกดทับเส้นประสาท ส่งผลให้มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือชาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องพบแพทย์ทันที: หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้หลังการหักคอ ควรรีบไปห้องฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด: 1. ปวดคอหรือปวดศีรษะรุนแรงแบบเฉียบพลัน 2. มีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน 3. การมองเห็นผิดปกติ หรือเห็นภาพซ้อน 4. มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขา 5. พูดจาติดขัด หรือกลืนลำบาก

วิธีรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัย

หากท่านมีอาการปวดคอหรือตึงบริเวณบ่าไหล่จากการนั่งทำงานนานๆ (Office Syndrome) การหักคอไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง แพทย์แนะนำแนวทางการดูแลตนเองและการรักษาทางกายภาพดังนี้:

  • การประคบอุ่น: ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณคอและบ่าเพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว
  • การปรับเปลี่ยนอิริยาบถ: ตรวจสอบความสูงของหน้าจอคอมพิวเตอร์และเก้าอี้ให้นั่งในท่าที่ถูกต้อง เพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อคอ
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Stretching): แนะนำท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อคอและบ่าเบาๆ แทนการหักคอ ซึ่งมีความปลอดภัยสูงกว่ามาก
  • การทำกายภาพบำบัด: หากมีอาการปวดเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัด เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและรับการรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพที่เหมาะสม
คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลสุขภาพคอในระยะยาวทำได้โดยการเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบคอและสะบัก การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดความจำเป็นในการหักคอลงได้เอง หากมีความรู้สึกอยากหักคออยู่ตลอดเวลา นั่นคือสัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อคอของท่านกำลังทำงานหนักเกินไป ควรหยุดพักและเปลี่ยนท่าทางทันที

สรุปสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ

เพื่อปกป้องสุขภาพกระดูกสันหลังของท่าน โปรดจดจำหลักการง่ายๆ ดังนี้: งดการหักคอด้วยตนเองโดยเด็ดขาด, หลีกเลี่ยงการให้บุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ดัดคอ, หากมีอาการปวดคอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินทางกระดูกและข้อ, และให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรมท่าทางในการทำงาน เพราะความรู้สึกฟินเพียงชั่วคราวจากการหักคอ ไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อระบบหลอดเลือดและเส้นประสาทอย่างถาวร

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down