ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยเงียบจากนิสัยติดการบิดคอ

หลายคนมักมีพฤติกรรมติดการบิดคอหรือหักคอตัวเองเวลาที่รู้สึกเมื่อยล้าจากการทำงานหรือการนั่งท่าเดิมนานๆ เสียงลั่นหรือเสียงกระดูกดังกร๊อบในขณะที่บิดคอนั้นสำหรับหลายคนอาจให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะแพทย์ผมขอเตือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้ซ่อนความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตเอาไว้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอฉีกขาด (Vertebral Artery Dissection) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่รุนแรงและอาจนำไปสู่ภาวะอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ในฉับพลัน

กลไกอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อเราหักคอ

หลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอ (Vertebral Artery) มีหน้าที่สำคัญในการลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหลังและสมองน้อย หลอดเลือดนี้จะทอดผ่านแนวกระดูกสันหลังส่วนคอ หากมีการกระชากหรือการบิดคออย่างรุนแรงหรือผิดจังหวะ แรงเหวี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลให้ผนังหลอดเลือดชั้นในเกิดการฉีกขาด (Intimal Tear) ส่งผลให้เลือดไหลแทรกเข้าไปในชั้นของผนังหลอดเลือด (Intramural Hematoma) ทำให้ช่องทางเดินเลือดตีบแคบลงหรือเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

เมื่อลิ่มเลือดดังกล่าวหลุดลอยไปตามกระแสเลือดสู่สมอง จะทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน (Ischemic Stroke) ซึ่งในกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมบิดคอเป็นประจำ การฉีกขาดอาจไม่เกิดขึ้นในครั้งเดียว แต่เป็นการสะสมของบาดแผลเล็กๆ จนเกิดความอ่อนแอของผนังหลอดเลือดในระยะยาว

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองเกิดภาวะหลอดเลือดฉีกขาดจนกระทั่งเริ่มมีอาการทางระบบประสาทที่ชัดเจน หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมชอบบิดคอแล้วเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที:

  • อาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันที่เกิดขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
  • มีอาการปวดร้าวที่บริเวณคอหรือท้ายทอยอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
  • อาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน (Vertigo) อย่างรุนแรงจนยืนไม่อยู่
  • มองเห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นผิดปกติ
  • อาการเดินเซ เสียการทรงตัว หรือแขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง
  • กลืนลำบาก หรือพูดไม่ชัด
สัญญาณอันตราย (Red Flags): หากพบอาการปวดคอรุนแรงร่วมกับอาการผิดปกติทางระบบประสาทแม้เพียงเล็กน้อย ห้ามรอสังเกตอาการเองที่บ้านเด็ดขาด เนื่องจากภาวะสมองขาดเลือดหากได้รับการรักษาล่าช้าเพียงไม่กี่นาที อาจส่งผลต่อการสูญเสียการทำงานของสมองอย่างถาวร

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษา แพทย์จะทำการประเมินอย่างละเอียดผ่านขั้นตอนดังนี้:

  • การซักประวัติพฤติกรรมและความถี่ในการบิดคอ
  • การตรวจร่างกายระบบประสาท (Neurological Examination) เพื่อประเมินการทำงานของสมองส่วนหลัง
  • การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดสมองและคอ (CTA - CT Angiography) เพื่อดูลักษณะการฉีกขาดของผนังหลอดเลือด
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI/MRA) เพื่อประเมินความเสียหายของเนื้อสมองและตำแหน่งของหลอดเลือดที่มีปัญหา

วิธีปรับพฤติกรรมและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

สำหรับการบรรเทาอาการเมื่อยล้าที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ ผมแนะนำให้เปลี่ยนจากพฤติกรรมการบิดคอมาเป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างนุ่มนวล (Gentle Stretching) แทน:

  • หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30-60 นาที โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
  • ใช้วิธีการประคบอุ่นบริเวณต้นคอเพื่อช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ แทนการหักคอ
  • บริหารกล้ามเนื้อคอด้วยการก้มเงยและเอียงคอช้าๆ ในขอบเขตที่ไม่รู้สึกเจ็บ
  • หากมีอาการปวดเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัด เพื่อรับการรักษาด้วยการดัดจัดกระดูกที่ถูกวิธีโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ห้ามให้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางดัดคอโดยเด็ดขาด
คำแนะนำจากคุณหมอ: พฤติกรรมการหักคอไม่ได้ทำให้กระดูกเข้าที่หรือคลายเส้นได้จริง แต่เป็นการสร้างแรงกระทำที่ไม่จำเป็นต่อหลอดเลือดและเส้นประสาท การปรับเปลี่ยนท่านั่งและการยืดเหยียดอย่างถูกวิธีคือทางออกที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด

สรุปสิ่งที่ควรปฏิบัติ

การดูแลสุขภาพคอเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเพราะเป็นทางผ่านของหลอดเลือดและเส้นประสาทที่สำคัญที่สุดของร่างกาย หากท่านมีความเคยชินในการหักคอ ขอให้หยุดพฤติกรรมนี้ทันที และหันมาให้ความสำคัญกับการยศาสตร์ (Ergonomics) ในการทำงานแทน หากท่านมีอาการปวดคอผิดปกติที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย โปรดอย่าลังเลที่จะเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down