ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยเงียบจากการหักคอด้วยตนเองและผลกระทบต่อระบบประสาท

พฤติกรรมการหักคอ บิดคอ หรือสะบัดคอเพื่อให้เกิดเสียงกรอบแกรบ เป็นกิจวัตรที่หลายคนทำจนเป็นนิสัยเพื่อบรรเทาอาการตึงเกร็งบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอและบ่า หลายคนเข้าใจผิดว่าเสียงที่เกิดขึ้นคือการปลดปล่อยก๊าซในข้อต่อที่ช่วยให้รู้สึกโล่งสบายขึ้นในทันที อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์พฤติกรรมนี้ซ่อนความเสี่ยงอันตรายระดับรุนแรงเอาไว้ โดยเฉพาะอาการปวดหัวหลังจากหักคอตัวเอง ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากภาวะข้อต่อคออักเสบ การบาดเจ็บของแคปซูลหุ้มข้อต่อ และความเสียหายต่อเส้นประสาทส่วนบนที่เชื่อมโยงโดยตรงกับระบบประสาทรับความรู้สึกบริเวณศีรษะและใบหน้า บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงกลไกการเกิดโรค สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที และแนวทางการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

กลไกการเกิดอาการปวดหัวจากการหักคอ

โครงสร้างบริเวณกระดูกต้นคอส่วนบน (Cervical Spine โดยเฉพาะข้อต่อระหว่างกระดูกคอชิ้นที่หนึ่ง สอง และสาม) มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยเส้นประสาทรับความรู้สึกที่เชื่อมโยงกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ห้า (Trigeminal Nerve) ซึ่งทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณใบหน้าและศีรษะ ภาวะนี้เรียกว่า Cefalea Cervicogénica หรืออาการปวดหัวจากต้นคอ (Cervicogenic Headache) เมื่อบุคคลทำการหักคอด้วยความรุนแรงหรือบิดคอในมุมที่เกินกว่าขอบเขตสรีรวิทยาปกติ จะเกิดผลกระทบดังต่อไปนี้

  • การบาดเจ็บของข้อต่อfacet (Facet Joint Injury): ผิวข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนคอเกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงจนเกิดการอักเสบ บวม และระคายเคือง ส่งสัญญาณความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นไปยังสมองส่วนที่รับรู้ความรู้สึกบริเวณศีรษะ
  • การยืดหรือฉีกขาดของเอ็นและแคปซูลหุ้มข้อ (Ligament and Capsule Strain): เนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบข้อต่อคอถูกกระชากอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดไมโครทราวม่า (Microtrauma) ซึ่งกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารสื่อประสาทความเจ็บปวดออกมา
  • การหดเกร็งของกล้ามเนื้อต้นคอชั้นลึก (Deep Cervical Muscle Spasm): กล้ามเนื้อรอบกระดูกคอหดเกร็งตัวอย่างรุนแรงเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อต่อเคลื่อนหลุด ส่งผลให้เกิดแรงกดทับเส้นประสาทและหลอดเลือดบริเวณท้ายทอย
คำแนะนำจากคุณหมอ: เสียงกรอบแกรบที่เกิดขึ้นจากการหักคอไม่ได้แปลว่าอาการติดขัดหายไป แต่เกิดจากการยุบตัวของฟองอากาศในน้ำหล่อลื่นข้อต่อ ซึ่งการทำบ่อยครั้งจะทำให้เอ็นรอบข้อคอหย่อยยาน ข้อต่อหลวม และนำไปสู่ความเสื่อมก่อนวัยอันควร รวมถึงความเสี่ยงต่อเส้นเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมองฉีกขาดได้

ลักษณะอาการและรูปแบบของอาการปวดหัวที่พบได้

อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นหลังจากการหักคอตัวเองมักมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากอาการปวดหัวไมเกร็งหรืออาการปวดหัวจากความเครียดทั่วไป โดยมักจะเริ่มแสดงอาการภายในไม่กี่นาทีหรือภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการกระทำดังกล่าว อาการสำคัญประกอบด้วย

  • ตำแหน่งที่ปวด: มักเริ่มต้นจากบริเวณท้ายทอย (Occipital Region) ลามขึ้นมาขมับ หน้าผาก หรือรอบกระบอกตาข้างเดียวหรือสองข้าง
  • ลักษณะความเจ็บ: ปวดตื้อๆ หน่วงๆ หรือปวดแปลบเหมือนมีเข็มแทงร่วมกับอาการตึงแข็งบริเวณต้นคอ บ่า และสะบัก
  • ปัจจัยกระตุ้น: อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นเมื่อขยับคอ หันหน้า หันซ้ายขวา หรือเมื่อกดลงไปบริเวณกล้ามเนื้อต้นคอส่วนบน
  • อาการร่วม: บางรายอาจมีอาการวิงเวียนศีรษะ (Dizziness) มึนงง รู้สึกโคลงเคลง หรือมีอาการหูอื้อร่วมด้วยเนื่องจากความสัมพันธ์ของระบบการทรงตัวบริเวณกระดูกคอ

สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าอาการปวดหัวจากการหักคอส่วนใหญ่จะเกิดจากกล้ามเนื้อและข้อต่ออักเสบธรรมดา แต่ในบางกรณีการหักคออาจส่งผลให้เกิดการฉีกขาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมอง (Vertebral Artery Dissection) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต หากท่านมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบเดินทางไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลทันที

  • อาการปวดหัวรุนแรงฉับพลันแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต (Thunderclap Headache)
  • มีอาการชา อ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขาข้างใดข้างหนึ่ง
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • มีปัญหาในการพูด การกลืน การทรงตัว หรือเดินเซ
  • มีไข้สูง คอแข็งตึงอย่างรุนแรงจนก้มคางชิดอกไม่ได้
ข้อควรระวังทางการแพทย์: การหักคอมีความเสี่ยงที่จะไปกระทบกระเทือนหลอดเลือดแดงเวอร์ทีบรัล (Vertebral Artery) ที่ทอดผ่านกระดูกต้นคอ หากหลอดเลือดนี้ปริแตกหรือเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนหลังไม่พอและเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตก (Stroke) ได้ทันที

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดหัวหลังจากหักคอ แพทย์จะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อแยกโรคอันตรายและระบุตำแหน่งที่บาดเจ็บได้อย่างแม่นยำ

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกายทางระบบประสาท: แพทย์จะสอบถามพฤติกรรมการหักคอ ระยะเวลาที่เริ่มปวด ลักษณะความเจ็บปวด และทำการตรวจกำลังกล้ามเนื้อ การรับความรู้สึก รีเฟล็กซ์ รวมถึงการเคลื่อนไหวของกระดูกต้นคอ
  • การเอกซเรย์กระดูกต้นคอ (Cervical Spine X-ray): เพื่อดูความโค้งของกระดูกสันหลัง ช่องว่างระหว่างข้อต่อ และภาวะกระดูกเสื่อมหรือกระดูกงอก
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่ามีการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูก เอ็นรอบข้อต่อ หรือความผิดปกติของหลอดเลือดและเส้นประสาทในระดับลึก

วิธีดูแลรักษาและการปฏิบัติตนที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาอาการปวดหัวจากข้อต่อคออักเสบเนื่องจากการหักคอ จะเน้นการลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อ และปรับพฤติกรรมเพื่อฟื้นฟูโครงสร้างกระดูกคอให้กลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างปลอดภัย

  • การใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร:
    • ยาแก้ปวดลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน หรือนาพรอกเซน เพื่อลดอาการอักเสบที่ข้อต่อและเนื้อเยื่อรอบๆ (ควรใช้ตามขนาดและระยะเวลาที่กำหนด)
    • ยาคลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants) เพื่อบรรเทาอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อต้นคอและบ่า
  • การประคบเย็นและประคบร้อน: ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกที่มีอาการปวดเฉียบพลัน ให้ใช้การประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบและการบวมของเนื้อเยื่อ หลังจากนั้นเมื่อผ่านพ้นระยะเฉียบพลัน สามารถเปลี่ยนเป็นการประคบร้อนเพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและคลายกล้ามเนื้อ
  • การทำกายภาพบำบัด: ได้แก่ การใช้อุปกรณ์ดึงคอ การนวดคลายกล้ามเนื้อโดยนักกายภาพบำบัดวิชาชีพ การทำอัลตราซาวนด์รักษา และการฝึกบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงเพื่อพยุงข้อต่อ
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตประจำวัน: หลีกเลี่ยงพฤติกรรมการหักคอ บิดคอ หรือสะบัดคออย่างเด็ดขาด ปรับท่านั่งทำงานให้ถูกต้อง และจัดระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อคอ

วิธีป้องกันระยะยาวและการดูแลสุขภาพกระดูกคอ

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดหัวซ้ำซ้อนและการดูแลสุขภาพกระดูกคอในระยะยาว สามารถทำได้โดยการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อรอบคอและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

  • งดพฤติกรรมการหักคอโดยเด็ดขาด: หากรู้สึกตึงคอควรใช้การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ (Stretching) แทนการบิดหรือหักคอ
  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและสะบัก: ฝึกท่าบริหารกล้ามเนื้อคอในทิศทางต่างๆ โดยเน้นความนนวลและไม่มีแรงต้านที่รุนแรงเกินไป
  • จัดการความเครียด: ความเครียดส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว การฝึกหายใจลึกๆ หรือการทำสมาธิช่วยลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อได้
  • เลือกหมอนหนุนนอนที่เหมาะสม: หมอนควรมีความสูงที่พอดี รองรับส่วนโค้งของกระดูกต้นคอได้อย่างเหมาะสม ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้คออยู่ในท่าผิดรูปขณะนอนหลับ

บทสรุปสำหรับผู้ป่วยในการดูแลตนเอง

อาการปวดหัวหลังจากหักคอตัวเองเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าโครงสร้างข้อต่อคอและเส้นประสาทเกิดการบาดเจ็บจากการกระทำที่รุนแรงเกินไป พฤติกรรมการหักคอไม่ใช่เรื่องปกติและมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะข้อต่ออักเสบเรื้อรัง รวมถึงอันตรายต่อหลอดเลือดสมอง การรักษาที่ถูกต้องประกอบด้วยการหยุดพฤติกรรมการหักคอ การใช้ยาบรรเทาอาการภายใต้คำแนะนำของแพทย์ การทำกายภาพบำบัด และการปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน หากมีอาการปวดรุนแรงร่วมกับอาการทางระบบประสาท ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อหรือระบบประสาทเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down