ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการหักคอ นวดคอ และการสะบัดคออย่างรุนแรง

พฤติกรรมการหักคอ บิดคอ หรือการใช้บริการนวดแผนโบราณที่ลงน้ำหนักบริเวณต้นคออย่างรุนแรง มักเป็นสิ่งที่หลายคนทำเพื่อคลายความเมื่อล้า หรือแก้occipital neuralgia (อาการปวดศีรษะจากเส้นประสาทท้ายทอย) แต่แท้จริงแล้วพฤติกรรมเหล่านี้ซ่อนภัยเงียบระดับวิกฤตเอาไว้ โดยเฉพาะอาการที่เกิดขึ้นฉับพลันหลังจากการหักคอ เช่น อาการเวียนหัว บ้านหมุน เดินเซ ชาตามมือ หรือใบหน้าชาครึ่งซีก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความผิดปกติของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ไปเลี้ยงสมองส่วนหลัง (Vertebrobasilar system)

กลไกอันตราย: ทำไมการหักคอจึงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

ในทางการแพทย์ หลอดเลือดแดงที่ทอดตัวผ่านกระดูกต้นคอทั้งสองข้าง เรียกว่า หลอดเลือดแดงเวอร์เทบรอล (Vertebral artery) ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนหลัง ก้านสมอง และสมองน้อย (Cerebellum) เมื่อมีการหัก บิด หรือสะบัดคออย่างรุนแรงและรวดเร็ว จะทำให้หลอดเลือดแดงนี้เกิดการยืดตัวอย่างฉับพลัน (Stretching) หรือเกิดการเสียดสีกับกระดูกต้นคอ ส่งผลให้เกิดภาวะสำคัญดังต่อไปนี้

  • การฉีกขาดของผนังหลอดเลือดด้านใน (Vertebral Artery Dissection): เกิดแผลฉีกขาดที่ชั้นเยื่อบุภายในหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเข้าไปแทรกตามผนังหลอดเลือดและขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง
  • การก่อตัวของลิ่มเลือด (Thrombus Formation): บริเวณที่มีการฉีกขาดของผนังหลอดเลือด ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมโดยการสร้างลิ่มเลือดขึ้นมา ซึ่งลิ่มเลือดนี้อาจหลุดลอยไปอุดตันหลอดเลือดขนาดเล็กในสมองส่วนหลัง ทำให้เกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงสมองเฉียบพลัน
  • การตีบตัวของหลอดเลือดจากภาวะหดเกร็ง (Vasospasm): ผนังหลอดเลือดตอบสนองต่อความรุนแรงด้วยการหดเกร็งตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงทันที
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะการฉีกขาดของหลอดเลือดแดงที่คอจากการดัดหรือหักคอ (Cervical Artery Dissection) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แม้ในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัว โดยอาการอาจไม่ได้แสดงผลทันทีหลังทำ แต่อาจค่อยๆ แสดงอาการภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือหลายวันต่อมา

อาการและสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ห้ามมองข้าม

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีประวัติการหักคอ นวดคอ หรืออุบัติเหตุบริเวณลำคอ ร่วมกับมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มอาการหลอดเลือดสมองขาดเลือด (Stroke) ในระบบการไหลเวียนโลหิตส่วนหลัง:

  • อาการเวียนหัวและบ้านหมุนรุนแรง: รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหมุน ทรงตัวไม่ได้ เดินเซ หรือรู้สึกโคลงเคลงเหมือนคนเมาสุรา
  • อาการชาและอ่อนแรง: มีอาการชาตามมือ ตามเท้า หรือใบหน้าชาครึ่งซีก โดยมักเกิดขึ้นในซีกเดียวกันหรือสลับข้างกัน (Crossed signs)
  • ความผิดปกติของการมองเห็น: ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน (Diplopia) หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราวในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • การพูดและความเข้าใจผิดปกติ: พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ ลิ้นแข็ง หรือไม่เข้าใจคำพูดของผู้อื่น
  • อาการปวดศีรษะและปวดคอรุนแรงเฉียบพลัน: มีอาการปวดศีรษะรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่วมกับอาการปวดแปลบที่บริเวณต้นคอหรือท้ายทอย
  • อาการกลืนลำบากและสำลัก: รู้สึกติดคอ กลืนน้ำลายหรืออาหารลำบาก มีอาการสำลักน้ำบ่อยครั้ง

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างละเอียด

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการเวียนหัว บ้านหมุน และชาตามมือหลังจากการหักคอ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท (Neurologist) หรือแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามประวัติการทำหัตถการบริเวณลำคอ เช่น การดัดคอ หักคอ นวดแผนโบราณ หรืออุบัติเหตุที่กระแทกบริเวณคอ รวมถึงระยะเวลาเริ่มแสดงอาการ
  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาท (Neurological Examination): ประเมินการทำงานของเส้นประสาทสมอง การทรงตัว กำลังกล้ามเนื้อ และการรับความรู้สึก
  • การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสีขั้นสูง (Advanced Neuroimaging):
    • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดสมองและลำคอ (CTA - Computed Tomography Angiography): เพื่อดูความผิดปกติของหลอดเลือดแดงบริเวณคอและการตีบตัน
    • คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมองและหลอดเลือด (MRI / MRA - Magnetic Resonance Imaging / Angiography): เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงมากในการตรวจหาเนื้อสมองที่ขาดเลือดและประเมินสภาพผนังหลอดเลือด
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนร่วมกับชาตามมือหลังหักคอ ห้ามรอสังเกตอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาด เพราะหากปล่อยไว้จนเกิดการอุดตันสมองส่วนก้านสมองอย่างสมบูรณ์ อาจส่งผลให้เกิดอัมพาตครึ่งซีก ภาวะสมองตาย หรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

วิธีรักษาทางการแพทย์และการฟื้นฟู

การรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดแดงที่คอฉีกขาดจากการหักคอ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาตั้งแต่เริ่มมีอาการ ดังนี้

  • การใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด (Antiplatelet or Anticoagulant Therapy): ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดและมีความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน หรือยาละลายลิ่มเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดขยายตัวใหญ่ขึ้น
  • การรักษาประคับประคองตามอาการ (Symptomatic Treatment): การให้ยาแก้วิงเวียนศีรษะ ยาลดอาการคลื่นไส้ และการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในกรณีที่ผู้ป่วยอาเจียนมากจนขาดน้ำ
  • การผ่าตัดหรือการใส่ขดลวดค้ำจุนหลอดเลือด (Endovascular Intervention): ในกรณีที่หลอดเลือดตีบตันอย่างรุนแรงและยาไม่สามารถควบคุมอาการได้ แพทย์เฉพาะทางด้านรังสีร่วมรักษาจะพิจารณาใส่ขดลวด (Stent) เพื่อขยายหลอดเลือดที่ตีบและคืนการไหลเวียนของเลือด
  • การทำกายภาพบำบัดฟื้นฟู (Rehabilitation): สำหรับผู้ที่มีอาการทรงตัวผิดปกติหรือมีอาการชาอ่อนหลงเหลืออยู่ การทำกายภาพบำบัดระบบประสาทและการทรงตัวจะช่วยฟื้นฟูการทำงานของร่างกายให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

การป้องกันและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

การป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองฉีกขาดจากการหักคอที่ดีที่สุด คือการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงและดูแลสุขภาพหลอดเลือดอย่างถูกวิธี

  • งดการหักคอ ดัดคอ หรือสะบัดคอด้วยตนเอง: หลีกเลี่ยงการพยายามดึงคอหรือหมุนคอให้มีเสียงดังกรอบแกรบ เนื่องจากอาจสร้างความเสียหายแก่เส้นประสาทและหลอดเลือดได้
  • เลือกใช้บริการนวดที่มีมาตรฐานความปลอดภัย: หากต้องการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอและบ่า ควรเลือกนักกายภาพบำบัดหรือหมอนวดที่ได้รับใบอนุญาตและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องกายวิภาคศาสตร์อย่างแท้จริง แจ้งเตือนผู้ให้บริการล่วงหน้าว่าห้ามหักหรือดัดคอเด็ดขาด
  • การบริหารกล้ามเนื้อคออย่างถูกวิธี: แทนการหักคอ ให้ใช้วิธีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอเบาๆ (Stretching) ด้วยการเอียงคอค้างไว้ข้างละสิบวินาที เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อโดยไม่ส่งผลกระทบต่อกระดูกและหลอดเลือด
  • ควบคุมปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง: ควบคุมความดันโลหิต ไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน งดการสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down