ชอบดึงคอหรือหักคอให้หายลั่น พฤติกรรมเสี่ยงที่อันตรายถึงชีวิต
อาการปวดตึงบริเวณต้นคอ บ่า และไหล่ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือก้มมองโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน หลายคนมักแก้ปัญหาด้วยการเอี้ยวคอแรงๆ หรือใช้มือดึงคอเพื่อให้เกิดเสียงดังกร๊อบ แล้วรู้สึกว่าคอโล่งสบายขึ้น พฤติกรรมชอบดึงคอหรือหักคอให้หายลั่นนี้ แม้จะให้ความรู้สึกโล่งสบายในชั่วครู่ แต่ในทางการแพทย์ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะอาจนำไปสู่ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอฉีกขาด ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงถึงขั้นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้
กลไกและสาเหตุอันตรายจากการหักคอด้วยตนเอง
โครงสร้างบริเวณลำคอประกอบด้วยกระดูกสันหลังส่วนคอ เส้นประสาทไขสันหลัง กล้ามเนื้อ เอ็น และที่สำคัญที่สุดคือหลอดเลือดแดงใหญ่สองเส้นหลักที่ทอดผ่านด้านข้างของลำคอเพื่อไปเลี้ยงสมอง ได้แก่ หลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Artery) และหลอดเลือดแดงเวอร์ทีบรัล (Vertebral Artery)
เมื่อเราทำการดึงคอ บิดคอ หรือหักคออย่างรุนแรงหรือผิดจังหวะ จะเกิดแรงกระชาก แรงบิด และแรงดึงอย่างฉับพลัน แรงเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผนังหลอดเลือดแดงที่อยู่รอบกระดูกสันหลังส่วนคอ ทำให้เกิดการเสียดสีกับกระดูกสันหลังที่ยื่นออกมา ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ ฉีกขาดของผนังหลอดเลือดชั้นใน (Arterial Dissection) เมื่อผนังหลอดเลือดฉีกขาด เล่มเลือดจะเข้าไปแทรกตัวระหว่างชั้นของผนังหลอดเลือด ทำให้ช่องทางเดินของเลือดแคบลง และอาจเกิดลิ่มเลือดอุดตันลอยขึ้นไปอุดกั้นหลอดเลือดในสมอง ส่งผลให้เนื้อสมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างเฉียบพลัน
อาการและสัญญาณเตือนอันตรายเมื่อหลอดเลือดแดงฉีกขาด
ความน่ากลัวของภาวะหลอดเลือดแดงที่คอฉีกขาดจากการหักคอคือ อาการอาจไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีหลังจากการหักคอ แต่อาจแสดงอาการหลังจากนั้นหลายชั่วโมงหรือหลายวัน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่ได้เชื่อมโยงอาการเจ็บป่วยกับพฤติกรรมการหักคอของตนเอง สัญญาณเตือนสำคัญที่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิดมีดังนี้
- อาการปวดศีรษะรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มักปวดลามมาจากบริเวณคอและท้ายทอย
- มีอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน ทรงตัวไม่ได้ เดินเซ
- ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วขณะในข้างใดข้างหนึ่ง
- มีอาการอ่อนแรงของแขนและขาซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน
- ใบหน้าชา ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือพูดไม่ออก
- หมดสติหรือมีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์สมัยใหม่
เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการที่สงสัยว่ามีภาวะหลอดเลือดแดงที่คอฉีกขาด แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติพฤติกรรมการหักคอ การนวดคอ หรือการประสบอุบัติเหตุทาง The Cervical Spine รวมถึงการตรวจร่างกายทางระบบประสาทอย่างละเอียด
สำหรับการยืนยันการวินิจฉัย แพทย์จะใช้เทคโนโลยีการ imaging ขั้นสูง ได้แก่ การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดสมองและลำคอ (CTA - Computed Tomography Angiography) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลอดเลือดสมองและลำคอ (MRA - Magnetic Resonance Angiography) ซึ่งสามารถมองเห็นรอยฉีกขาดของผนังหลอดเลือดและตำแหน่งที่มีลิ่มเลือดอุดตันได้อย่างชัดเจนแม่นยำ
วิธีรักษาตามหลักการแพทย์
การรักษาภาวะหลอดเลือดแดงฉีกขาดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและขนาดของการฉีกขาด โดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและหลอดเลือดจะพิจารณาแนวทางดังนี้
- การรักษาด้วยยา: ในกรณีที่ไม่มีการอุดตันรุนแรง แพทย์จะให้ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet drugs) หรือยาละลายลิ่มเลือด (Anticoagulants) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดขนาดใหญ่ไปอุดกั้นหลอดเลือดในสมอง และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต
- การรักษาโดยการใส่สายสวนหลอดเลือด (Endovascular Treatment): หากพบว่าหลอดเลือดอุดตันและส่งผลให้สมองขาดเลือด แพทย์อาจพิจารณาใส่สายสวนเพื่อทำการลากลิ่มเลือดออกหรือใส่ขดลวดค้ำยันผนังหลอดเลือด (Stent) เพื่อเปิดทางเดินเลือดให้กลับมาไหลเวียนได้ปกติ
- การทำกายภาพบำบัด: เมื่อพ้นระยะวิกฤต ผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบประสาทจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อร่วมกับการบำบัดการพูดและการกลืน
การป้องกันและการดูแลอาการปวดคอที่ถูกวิธี
แทนการหักคอด้วยตนเอง ซึ่งมีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพคอด้วยวิธีที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานทางการแพทย์
- หลีกเลี่ยงการบิด ดึง หรือหักคอด้วยตนเอง หรือให้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อทำการดัดคอให้
- ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาเพื่อลดการก้มคอเป็นเวลานาน
- ลุกขึ้นยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอและบ่าทุกๆ หนึ่งชั่วโมงของการทำงาน
- ออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและสะบักอย่างสม่ำเสมอ
- หากมีอาการปวดตึงเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูหรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง เช่น การทำกายภาพบำบัด การประคบอุ่น หรือการบริหารกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน
สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอและชอบหักคอ
พฤติกรรมชอบดึงคอหรือหักคอให้หายลั่นเป็นภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม ความสบายชั่วครู่จากการได้ยินเสียงกร๊อบแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อชีวิตจากภาวะหลอดเลือดแดงฉีกขาดและอัมพฤกษ์อัมพาต หากคุณมีอาการปวดคอเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงการหักคอด้วยตนเองโดยเด็ดขาด และควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอาการปวดอย่างปลอดภัยและตรงจุด